← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 2免費

ตอนที่ 2 — รอยแผลที่ขัดแย้งกับลายเส้น

แสงตะเกียงน้ำมันหมึกเวทมนตร์วูบวาบไปตามจังหวะลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังหินในห้องพักแคบๆ เซราฟิน่าขยับตัวบนม้านั่งไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เธอถอดเสื้อคลุมหนังออกจนเหลือเพียงผ้าพันแผลที่รัดแน่นรอบอก ลมหายใจของเธอหนักหน่วงขณะที่พยายามเอื้อมมือข้ามไหล่ไปหยิบกระจกเงาบานเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ผุๆ

“ทำไมมันถึงขยับได้...” เธอพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความระแวง

เป้าหมายของเธอคืนนี้ไม่ใช่การพักผ่อน แต่คือการไล่ตามหาความจริงที่ฝังอยู่ในผิวหนัง ลายสักอักขระที่พาดผ่านแผ่นหลังของเธอไม่ใช่แค่เครื่องหมายแสดงยศหรือพลัง แต่มันคือแผนที่ ลายเส้นที่สลับซับซ้อนซึ่งแม่ของเธอเคยบอกว่ามันจะนำทางเธอกลับบ้านหากวันใดที่เธอหลงทางในเมฆหมอกแห่งคีรีคราม แต่ตอนนี้ ลายเส้นเหล่านั้นกลับดูบิดเบี้ยวและไม่อาจอ่านออกได้เหมือนเดิม

เธอพยายามปรับองศากระจก แสงไฟส่องกระทบผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยจารึกสีน้ำเงินเข้ม ลายเส้นเหล่านั้นไหลวนเป็นวงกลมรอบกระดูกสันหลัง ทว่าเมื่อสายตาของเธอเลื่อนลงไปยังช่วงกลางหลัง ความตึงเครียดก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด

“บ้าเอ๊ย!” เซราฟิน่าสบถออกมาพร้อมกับกระแทกกระจกลงบนโต๊ะ

รอยแผลเป็นจากการปะทะกับพวกกลุ่มล่าจารึกเมื่อเดือนก่อน กีดขวางทางเดินของอักขระ เส้นสายที่ควรจะเชื่อมต่อกันกลับถูกตัดขาดด้วยเนื้อเยื่อที่นูนเด่นและแข็งกระด้าง แผลเป็นนั้นไม่ได้เพียงแค่ทำลายความสวยงามของลายเส้น แต่มันทำให้ 'จังหวะ' ของอักขระขาดช่วงไป เธอไม่สามารถมองเห็นจุดบรรจบของเส้นทางที่ควรจะนำไปสู่พิกัดถัดไปได้

เธอหยิบน้ำมันทำความสะอาดผิวหนังขึ้นมา ชโลมลงบนแผ่นหลังอย่างรุนแรงเพื่อหวังจะให้รอยแผลเป็นนั้นดูจางลง หรือเพื่อให้เห็นขอบเขตของอักขระที่แท้จริงใต้เนื้อเยื่อที่ตายแล้ว เธอออกแรงขัดจนผิวหนังเริ่มแดงก่ำ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เธอกลับไม่หยุด

“ถ้าฉันอ่านมันไม่ออก ฉันก็จะหาทางขยายมันออกเอง” เธอพยายามปลอบใจตัวเองด้วยความรุนแรง

ระหว่างที่เธอกำลังใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามขอบของแผลเป็นเพื่อสำรวจความลึก ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เธอชะงัก รอยแผลเป็นนี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นเส้นตรงจากการถูกของมีคมบาด แต่มันมีลักษณะฟุ้งกระจาย ขอบของมันไม่ชัดเจนและดูเหมือนจะซึมลึกเข้าไปในชั้นผิวหนังในลักษณะที่ผิดธรรมชาติ

เธอหยิบหมึกเวทมนตร์เข้มข้นขึ้นมาแต้มลงบนขอบแผลเพื่อเช็กการดูดซึม สิ่งที่เห็นทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบ หมึกไม่ได้เกาะอยู่บนผิวหนังตามปกติ แต่มันกลับไหลซึมเข้าไปในรอยแผลนั้นเหมือนน้ำที่ซึมลงในฟองน้ำ รอยแผลเป็นนั้นไม่ได้เป็นแค่แผลจากการต่อสู้ แต่มันมีรูปร่างและลักษณะการกระจายตัวที่คล้ายคลึงกับ 'โรคหมึกละลาย' (Ink-Fade) อย่างน่าประหลาด

“ไม่ใช่... มันไม่ใช่แค่แผล” เธอพึมพำ มือที่ถือขวดหมึกเริ่มสั่น “มันกำลังละลาย... หรือว่ามันคือโรค?”

ความกลัวเริ่มเกาะกินใจ หากสิ่งที่เธอเป็นคือโรคหมึกละลาย เธอจะถูกสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ตามล่าและถูกเผาทิ้งเหมือนขยะที่ปนเปื้อนทันทีที่พวกเขารู้ แต่ในขณะเดียวกัน ความสงสัยก็พุ่งพล่าน รอยแผลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอพบกับอักขระที่ผิดปกติในป่าหมอก ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น

เซราฟิน่าตัดสินใจลุกขึ้น คว้าผ้าคลุมมาสวมทับอย่างรวดเร็ว เธอไม่สามารถนั่งรอความตายอยู่ในห้องนี้ได้ ความกดดันในอกทำให้เธอต้องออกไปข้างนอก เธอต้องการหลักฐานที่มากกว่าแค่รอยแผลบนตัวเธอ

เธอเดินลัดเลาะไปตามตรอกแคบๆ ของเขตเมืองชั้นนอกที่เต็มไปด้วยไอหมอกหนาทึบ เป้าหมายของเธอคือซากวิหารเก่าที่ถูกทิ้งร้างซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ที่นั่นมีตำนานเล่าถึงรูปปั้นโบราณที่ถูกสร้างขึ้นก่อนยุคสมัยแห่งสภาจารึก

อากาศเย็นจัดจนแสบผิว ลมพัดเอาความชื้นจากเมฆหมอกมาปะทะใบหน้า เซราฟิน่าเดินผ่านซากปรักหักพังที่ดูเหมือนซากศพของอารยธรรมที่ล่มสลาย จนกระทั่งเธอมาถึงหน้าประตูวิหารที่ผุพัง แสงจันทร์สลัวส่องลงมายังรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน

เธอหยุดกะทันหัน ลมหายใจติดขัด

รูปปั้นนั้นเป็นรูปของสตรีที่ยืนสงบนิ่ง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่ท่าทางของรูปปั้น แต่คือ 'ลายสัก' ที่ถูกสลักลงบนหิน

มันคือลายเส้นเดียวกันกับที่อยู่บนหลังของเธอ! รูปทรงที่เป็นวงกลมซับซ้อนและเส้นสายที่พาดผ่านกระดูกสันหลังของรูปปั้นหินนั้นช่างเหมือนกับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่จนน่าขนลุก ทว่ามีความแตกต่างที่สำคัญประการหนึ่ง... อักขระบนรูปปั้นไม่ได้ถูกสลักด้วยความประณีตแบบที่สภาจารึกใช้ แต่มันดูแปลกตา มีความโค้งมนและดูมีชีวิตชีวาราวกับมันไม่ได้ถูกสลักลงบนหิน แต่ถูก 'เขียน' ลงไปในเนื้อหินโดยตรง

เซราฟิน่าก้าวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของหิน เธอเอื้อมมือไปแตะลายเส้นนั้น ลายเส้นบนรูปปั้นดูเหมือนจะขยับไหวภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องกระทบ เธอสังเกตเห็นอักขระตัวหนึ่งที่อยู่ตรงฐานรูปปั้น มันเป็นตัวอักษรที่เธอไม่เคยเห็นในตำราเล่มไหนของสภา แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

มันคือรูปแบบเดียวกับรอยเปื้อนที่เธอกลัว... แต่มันถูกจัดวางอย่างมีระเบียบและทรงพลัง

“พวกเขารู้... พวกเขาไม่ได้แค่ทำลาย แต่นี่คือบางอย่างที่มากกว่านั้น” เธอขบฟันแน่น ความสับสนเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่รุนแรง

เธอมองไปที่รูปปั้นโบราณนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ลายสักบนหลังของเธอไม่ใช่คำสาป และโรคหมึกละลายอาจไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือรหัสผ่านสู่บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่โลกนี้เคยรู้จัก

“ฉันจะรู้ให้ได้ว่าครอบครัวของฉันหายไปไหน และทำไมลายเส้นพวกนี้ถึงเลือกฉัน” เซราฟิน่าพึมพำกับความเงียบของวิหารร้าง มือของเธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเข้าวิหาร แสงจากคบไฟวูบวาบผ่านม่านหมอกเข้ามา เซราฟิน่ารีบถอยหลังเข้าสู่มุมมืดของรูปปั้น หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอเห็นเงาของกลุ่มคนสวมชุดคลุมยาวของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างเป็นระบบ

“ตรวจดูให้ทั่ว!” เสียงหนึ่งตะโกนก้อง “มีรายงานการพบร่องรอยของหมึกที่ผิดปกติในเขตนี้!”

--- เซราฟิน่าพยายามอ่านลายสักบนแผ่นหลังเพื่อหาเบาะแสครอบครัว แต่พบว่ารอยแผลเป็นของเธอมีลักษณะคล้ายโรคหมึกละลาย ก่อนจะไปพบรูปปั้นโบราณที่มีลายสักคล้ายกันแต่เป็นอักขระรูปแบบใหม่ และถูกกลุ่มสภาจารึกไล่ล่าในตอนท้าย