ตอนที่ 165 — หมึกสีเลือดและประกายแดง
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่ สั่นคลอนผ้าม่านหนาทึบที่ปิดบังผนังซึ่งสลักอักขระโบราณนับไม่ถ้วน อาวุโสคัลลันยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ใบหน้าเหี่ยวย่นประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะหยั่งถึง แสงสลัวจากคบเพลิงที่ตรึงอยู่บนผนังสะท้อนกับดวงตาคมกริบของเขาที่จับจ้องไปยังแผนที่ขนาดมหึมาซึ่งกางอยู่บนโต๊ะหินตรงหน้า แผนที่นั้นแสดงถึงเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมโยงไปยัง 'แหล่งพลังงานโบราณ' ที่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์พยายามปกปิดมาตลอดหลายศตวรรษ
"ความล่าช้าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้" เสียงของคัลลันแหบแห้ง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่สั่งสมมานาน เขากล่าวกับบุรุษผู้สวมชุดคลุมสีเข้มที่ยืนอยู่ข้างๆ "การผนึกแหล่งพลังงานนั้นต้องเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่พวกกบฏจะล่วงรู้ถึงมัน เราไม่สามารถปล่อยให้ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' กลายเป็นความจริงก่อนที่เราจะเตรียมพร้อมได้"
บุรุษชุดคลุมโค้งคำนับ "ขออภัยครับอาวุโส แต่หมึกชั้นดีกำลังขาดแคลนอย่างหนัก การสลักอักขระที่ซับซ้อนต้องใช้หมึกที่มีความบริสุทธิ์สูง และช่างจารึกผู้มีฝีมือก็เหลือน้อยเต็มที"
คัลลันยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดพูด เขาเดินไปที่มุมห้องซึ่งมีตะเกียงขนาดเล็กส่องสว่างอยู่เหนือโถแก้วสีดำใบหนึ่ง ภายในโถนั้นมีของเหลวข้นหนืดสีแดงเข้มคล้ายเลือดกำลังระเหยไอจางๆ "นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการไม่ใช่หรือ? หมึกชั้นดี?"
บุรุษชุดคลุมก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ เมื่อเห็นของเหลวในโถ เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "นี่มัน... หมึกสีเลือด! เป็นไปไม่ได้! มันเป็นสิ่งที่ได้มาจากผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลาย!"
"ใช่" คัลลันตอบเรียบๆ "และมันมีพลังงานที่น่าอัศจรรย์ ซ่อนเร้นอยู่ภายใน" เขาหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่มีหมึกสีแดงข้นบรรจุอยู่ "พลังงานที่แข็งแกร่งพอที่จะผนึกสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าหมึกใดๆ ที่เราเคยใช้มา"
บุรุษชุดคลุมส่ายหน้าอย่างหวาดกลัว "แต่... แต่หมึกนี้ไม่เสถียร! มันสามารถระเบิดได้ทุกเมื่อ! พลังทำลายล้างของมัน..."
"เป็นราคาที่คุ้มค่า" คัลลันพูดแทรก น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก "เพื่อรักษาอำนาจของเรา เพื่อปกป้องสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ เราต้องทำทุกวิถีทาง ไมโลนั่น... เด็กนั่นและพวกกบฏที่มันเข้าร่วมด้วย... พวกเขาคือภัยคุกคามต่อระเบียบที่เราสร้างขึ้นมา" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความอาฆาตแค้น "หากการใช้หมึกสีเลือดนี้สามารถหยุดยั้งพวกเขา และผนึกแหล่งพลังงานโบราณได้... มันก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ"
คัลลันหันไปสั่งการช่างจารึกที่รออยู่ "เตรียมหินผนึกที่ใหญ่ที่สุด! ใช้หมึกนี่! เร่งมือเข้า!"
ช่างจารึกลังเล แต่เมื่อเห็นสายตาที่เย็นเยียบของคัลลัน พวกเขาก็จำต้องยอมทำตามอย่างไม่เต็มใจ พวกเขาค่อยๆ หยดหมึกสีเลือดลงบนแผ่นหินสลักขนาดใหญ่ ลายเส้นอักขระที่ถูกสลักไว้ก่อนหน้านี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เปล่งประกายเรืองรองอย่างน่าขนลุก
ทันใดนั้นเอง! แผ่นหินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประกายไฟสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาจากอักขระที่จารึกไว้ สร้างเสียงดังราวกับฟ้าร้อง กลิ่นไหม้ฉุนกึ๊กคละคลุ้งไปทั่วห้องโถง อักขระที่เคยเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวผิดรูป ผสมผสานกับหมึกสีเลือดที่กำลังลุกไหม้
ไมโลถูกหน่วยล่าของสภาจารึกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ ผ่านตรอกซอกซอยที่คดเคี้ยวของนครคีรีคราม เขาเกือบจะถูกจับได้หลายครั้ง แต่โชคยังดีที่ได้พบกับเซราฟิน่า หญิงสาวผู้แข็งกร้าวที่กำลังตามหาร่องรอยครอบครัวของเธอ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การไล่ล่าที่เต็มไปด้วย 'อักขระจับเท็จ' ที่สภาจารึกใช้เพื่อสร้างความสับสนและหลอกล่อ ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพากันและกันเพื่อเอาชีวิตรอด
ในระหว่างการหลบหนี เซราฟิน่าได้ค้นพบความจริงอันน่าตกตะลึง รอยสักรูปทรงประหลาดบนแผ่นหลังของเธอ ไม่ใช่เพียงรอยสักธรรมดา แต่มันคือชิ้นส่วนสำคัญของบันทึกประวัติศาสตร์ที่สภาจารึกพยายามจะลบเลือนไปตลอดกาล เมื่อเธอสัมผัสกับอักขระโบราณบางอย่าง รอยสักนั้นก็สว่างวาบขึ้นมา ท่ามกลางความตกใจของไมโลและตัวเธอเอง การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ ทำให้เธอได้กลายเป็นเป้าหมายของการตามล่าที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่ไมโลและเซราฟิน่ากำลังพยายามหาทางหนีไปยังพื้นที่ปลอดภัย ความตึงเครียดภายในสภาจารึกก็ทวีความรุนแรงขึ้น อาวุโสคัลลันภายใต้ความกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่อันตรายและคาดเดาไม่ได้ เขาเชื่อว่าหนทางเดียวที่จะรักษาอำนาจและระเบียบของสภาจารึกไว้ได้ คือการใช้มาตรการที่รุนแรงถึงขีดสุด
ในห้องโถงทรงกลมที่มืดสลัว เสียงการสลักอักขระดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่างจารึกฝีมือดีกำลังทำงานอย่างหนัก ภายใต้การจับตาดูอย่างใกล้ชิดของอาวุโสคัลลันและเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ พวกเขากำลังเร่งสร้าง 'อักขระแห่งการผนึก' อันทรงพลัง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปิดตาย 'แหล่งพลังงานโบราณ' ที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างนครแห่งนี้ แต่การขาดแคลนหมึกเวทมนตร์ชั้นดีและช่างจารึกผู้มากฝีมือ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเชื่องช้า
"เราไม่มีเวลามากพอ" คัลลันกล่าว เสียงของเขาเย็นชาและเฉียบคมราวกับใบมีด "พวกกบฏกำลังเคลื่อนไหว และยิ่งเราปล่อยให้พวกมันมีเวลามากเท่าไหร่ โอกาสที่ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' จะกลายเป็นจริงก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เราต้องรีบผนึกแหล่งพลังงานนั้นเสียก่อน"
หนึ่งในช่างจารึกที่ดูมีอายุมากที่สุดเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าของเขาซีดเผือด "ท่านอาวุโส... หมึกชั้นดีที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอต่อการสลักอักขระแห่งการผนึกที่ซับซ้อนขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ช่างจารึกที่เหลืออยู่ก็มีฝีมือไม่ถึงขั้นที่จะรองรับแรงกดดันจากพลังงานมหาศาลของอักขระนี้"
คัลลันพยักหน้าช้าๆ เขาเดินไปยังแท่นบูชาที่อยู่กลางห้อง ซึ่งมีโถแก้วสีดำตั้งอยู่ ภายในโถนั้นมีของเหลวสีแดงเข้มข้นราวกับเลือดกำลังไหลวนอยู่ "ข้าเข้าใจ" เขากล่าว "แต่ข้ามีทางออก"
เขาหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีแดงข้นนั้นออกมา "นี่คือ 'หมึกสีเลือด' ที่ได้มาจากผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลาย" เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา "มันมีพลังงานที่รุนแรงและไม่เสถียร แต่มันก็ทรงพลังมากพอที่จะใช้ในการผนึกอักขระนี้ได้"
ช่างจารึกทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง "แต่ท่านอาวุโส!" ช่างจารึกอาวุโสอุทาน "หมึกสีเลือดนั้นอันตรายเกินไป! มันอาจจะระเบิดและทำลายทุกสิ่งที่เรามี!"
"ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ" คัลลันตอบกลับอย่างไม่ลังเล "เพื่อรักษาอำนาจและระเบียบของสภาจารึก เราต้องทำทุกอย่างที่จำเป็น" เขากล่าวเน้นย้ำ "พวกกบฏ โดยเฉพาะเด็กอย่างไมโลและเซราฟิน่า คือภัยคุกคามที่ไม่อาจปล่อยให้มีชีวิตอยู่ได้" สายตาของเขาฉายแววอำมหิต "หากการใช้มาตรการสุดโต่งนี้ สามารถหยุดยั้งพวกเขาและผนึกแหล่งพลังงานโบราณได้... มันก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ"
คัลลันหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "นำหมึกนี่ไปใช้! เร่งมือเข้า!"
ด้วยความหวาดกลัว ช่างจารึกจำต้องทำตามคำสั่ง พวกเขาค่อยๆ นำหมึกสีเลือดไปหยดลงบนแผ่นหินสลักขนาดใหญ่ ลายเส้นอักขระที่ปรากฏขึ้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เปล่งประกายเรืองรองน่าสะพรึงกลัว อากาศรอบๆ ตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเอง! แผ่นหินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประกายไฟสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาจากอักขระที่จารึกไว้ ราวกับดวงตาปีศาจที่กำลังลืมตาขึ้น สร้างเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องโถง กลิ่นไหม้ฉุนกึ๊กคละคลุ้งไปทั่ว บ่งบอกถึงพลังอันไม่อาจควบคุมได้ที่กำลังจะปลดปล่อยออกมา
เรื่องราวของไมโลและเซราฟิน่าที่ต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าอันโหดร้ายและการเปิดเผยตัวตนที่น่าตกตะลึง กำลังดำเนินไปพร้อมๆ กับการตัดสินใจอันบ้าคลั่งของอาวุโสคัลลัน ที่พร้อมจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจและระเบียบของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ไว้ การใช้หมึกสีเลือดในการสร้างอักขระแห่งการผนึกครั้งนี้ จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงหรือไม่? และเส้นทางของ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' จะเป็นไปในทิศทางใด?
แสงสว่างจากอักขระที่กำลังลุกไหม้บนแผ่นหินสะท้อนในดวงตาของคัลลัน เป็นประกายสีแดงฉานที่น่าสะพรึงกลัว การผนึกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยหมึกสีเลือด และด้วยความหวังที่จะรักษาทุกสิ่งไว้... หรืออาจจะทำลายทุกสิ่งไปเสียก่อน
--- อาวุโสคัลลันตัดสินใจใช้ 'หมึกสีเลือด' จากผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลาย เพื่อเร่งสร้าง 'อักขระแห่งการผนึก' ที่แหล่งพลังงานโบราณ แม้ว่าหมึกดังกล่าวจะมีพลังทำลายล้างสูงและไม่เสถียร การใช้หมึกนี้ทำให้เกิดประกายไฟสีแดงฉานที่น่าสะพรึงกลัว สอดคล้องกับคำสัญญาที่จะใช้มาตรการสุดโต่งเพื่อรักษาอำนาจ