← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 147免費

ตอนที่ 147 — หมึกหยุดนิ่งบนแผ่นศิลา

ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านซอกหลืบของเมืองคีรีครามที่เคยพลุกพล่าน บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจับต้องได้ ไมโลกระชับเสื้อคลุมที่บางเบาให้แน่นขึ้น สายตาเหลือบมองไปยังทหารยามของสภาจารึกที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นตามจุดสำคัญทั่วเมือง อักขระสีขาวสว่างเรืองรองบนชุดเครื่องแบบของพวกเขากระตุ้นความหวาดกลัวที่เกาะกินอยู่ในใจของเขา การทำลายคัมภีร์หินโบราณของอคิราห์ได้ก่อให้เกิดความโกลาหลอย่างที่คาดไม่ถึง นครศักดิ์สิทธิ์ที่เคยภาคภูมิใจในระบบอักขระจารึกอันสมบูรณ์แบบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสน ความทรงจำของผู้คนเริ่มเลือนราง การติดต่อสื่อสารที่เคยอาศัยลายเส้นบนผิวหนังและแผ่นศิลา กำลังถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด

“ออกไปจากที่นี่ เจ้าเด็กน้อย” เสียงห้าวๆ ของทหารยามดังขึ้น สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนนอก”

ไมโลกลืนน้ำลาย พยายามประคองสีหน้าให้เป็นปกติ “ข้าแค่หลงทางขอรับ ข้ากำลังจะกลับบ้าน”

ทหารยามเลิกคิ้ว “บ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน? ที่นี่คือใจกลางนครศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ที่ที่ใครจะมาเดินเตร็ดเตร่ได้โดยไม่มีจุดประสงค์”

เขาเห็นอักขระหยุดยั้งบนข้อมือของทหารยาม มันเป็นลายเส้นที่ซับซ้อน เรืองรองด้วยแสงสีขาวนวล มันคือสิ่งที่สภาจารึกใช้ควบคุมพลเมือง ทำให้พวกเขาเคลื่อนไหวได้อย่างเชื่องช้า หรือหยุดนิ่งสนิทหากอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรง ไมโลเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับมัน เขาเองก็มีอักขระบางอย่างบนร่างกาย แต่ไม่ใช่ของสภาจารึก มันเป็นรอยสักที่พ่อแม่ของเขาสักให้ก่อนจากไป… รอยสักที่เขาไม่เคยเข้าใจความหมาย

“ข้า… ข้ามาจากย่านนอกเมืองขอรับ” ไมโลตอบตะกุกตะกัก “มีธุระกับญาติ แต่ทางเข้าเมืองถูกปิดกั้นเพราะความวุ่นวาย”

ทหารยามหัวเราะเยาะ “ความวุ่นวาย? เจ้าคงหมายถึงการปลดปล่อยที่อคิราห์ทำสินะ สภาฯ กำลังจัดการกับพวกก่อกวนอยู่ เจ้าอย่ามายุ่งเรื่องนี้เลย ไปให้พ้น”

ไมโลรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับทหารยามที่ประดับประดาด้วยอักขระหยุดยั้งนั้นอันตรายเกินไป เขาตัดสินใจถอยออกมา หลบเข้าตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกองขยะและเศษหินที่กระจัดกระจายไปทั่ว “อักขระหยุดยั้ง” เขาพึมพำกับตัวเอง “ถ้าข้าเดินผ่านไปใกล้ๆ พวกมัน อาจจะโดนสะกดก็ได้”

เขาเริ่มเดินอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสบตา และพยายามก้าวเดินให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเห็นชาวบ้านบางคนกำลังถูกควบคุมโดยทหารยาม บางคนถูกบังคับให้นั่งคุกเข่าอยู่ข้างถนน มือของพวกเขามีรอยด่างดำคล้ายหมึกที่กำลังละลาย พวกเขามีสีหน้าสิ้นหวัง ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขารู้จักกำลังสลายไป

“หมึกละลาย…” ไมโลนึกถึงคำกล่าวอ้างของฝ่ายกบฏที่เขาเคยได้ยิน เขาไม่แน่ใจว่าควรเชื่อใครดี ระหว่างสภาจารึกที่อ้างว่ารักษาความบริสุทธิ์ หรือพวกกบฏที่พูดถึงสิทธิในการจดจำ

เขาเดินไปเรื่อยๆ ผ่านตลาดที่ว่างเปล่า ร้านค้าปิดเงียบ ประตูหน้าต่างถูกปิดตาย มีเพียงลมที่หอบเอาเศษใบไม้แห้งมาปลิวว่อนเท่านั้น เขารู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาตลอดเวลา แต่ทุกครั้งที่เขาหันไป ก็เห็นเพียงเงาของทหารยามที่ยืนประจำการอยู่ หรือชาวบ้านที่กำลังหลบซ่อนตัว

“ต้องหาทางออกไปให้ได้” ไมโลบอกตัวเอง “ก่อนที่พวกสภาฯ จะจับตัวได้”

เขามาถึงกำแพงเมืองด้านหนึ่ง ซึ่งมีทหารยามยืนประจำการอยู่หนาแน่นกว่าที่อื่น ดูเหมือนจะเป็นทางออกหลักที่ถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ มีอักขระหยุดยั้งสีขาวส่องประกายเรืองรองอยู่ทั่วบริเวณ เหนือประตูทางออกหลัก มีอักขระขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงเจิดจ้า ซึ่งไมโลคาดว่ามันคืออักขระที่ใช้ควบคุมการเข้าออกทั้งหมด

“แย่แล้ว” เขาพึมพำ “แบบนี้จะออกไปได้อย่างไร”

เขาตัดสินใจลองเสี่ยงเดินไปตามกำแพงด้านข้าง หวังว่าจะเจอจุดที่อ่อนแอ หรือช่องทางลับที่อาจจะมี แต่เมื่อเขาเดินใกล้เข้าไปเรื่อยๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากอักขระหยุดยั้งเหล่านั้น มันทำให้เขารู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ราวกับว่าร่างกายถูกกดทับด้วยน้ำหนักที่มองไม่เห็น

“ไม่ไหวแล้ว” ไมโลรู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่เริ่มแข็งเกร็ง ขาของเขาเริ่มสั่นเทา เขาพยายามก้าวเดินต่อไป แต่ทุกย่างก้าวกลับยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังเดินฝ่ากระแสน้ำวนที่เชี่ยวกราก

ขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้และทรุดตัวลง เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นบริเวณแขนซ้าย รอยสักรูปนกฟีนิกซ์ที่สลับซับซ้อนซึ่งอยู่ใต้เสื้อคลุมของเขา กลับรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกที่เหมือนมีพลังงานบางอย่างกำลังตอบสนอง

“อะไรนะ?” ไมโลมองลงไปที่แขนของตัวเอง รอยสักนั้นกำลังเรืองรองด้วยแสงสีแดงอมส้มอ่อนๆ ซึ่งตัดกับแสงสีขาวสว่างของอักขระหยุดยั้งของสภาฯ อย่างสิ้นเชิง

ความสงสัยปนเปไปกับความหวัง ไมโลตัดสินใจลองก้าวเดินอีกครั้ง มุ่งหน้าตรงไปยังบริเวณที่มีอักขระหยุดยั้งหนาแน่นที่สุด

“เฮ้! เจ้าจะไปไหน!” ทหารยามตะโกนเมื่อเห็นไมโลเดินตรงเข้ามา “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

ไมโลไม่สนใจ เขาเดินต่อไป ร่างกายของเขากำลังถูกกดทับอย่างรุนแรง อักขระหยุดยั้งกำลังทำงานอย่างเต็มที่ แต่… มันไม่สามารถหยุดเขาได้สนิท

เขาเดินทะลุผ่านม่านพลังงานของอักขระหยุดยั้งไปได้อย่างน่าประหลาด เขาไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ถูกหยุดนิ่งสนิท ร่างกายของเขายังคงขยับได้ แม้จะเชื่องช้าและลำบากก็ตาม ราวกับว่าอักขระหยุดยั้งเหล่านั้นมีผลกับเขาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

“เป็นไปได้อย่างไร!” ทหารยามอุทานด้วยความตกตะลึง พวกเขามองหน้ากันไปมา ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ไมโลรู้แล้วว่านี่คือโอกาสของเขา รอยสักบนแขนของเขา… มันไม่ได้เป็นเพียงแค่รอยสัก มันคือบางสิ่งที่สามารถต้านทานอำนาจของอักขระหยุดยั้งได้

เขาเริ่มวิ่ง แม้จะยังคงลำบาก แต่ก็เร็วกว่าเดิมมาก เขาพุ่งทะยานผ่านแนวทหารยามที่กำลังสับสน ไม่ทันตั้งตัว เขาไม่ได้ต่อสู้ เพียงแค่วิ่งหนี

“จับตัวมันไว้!” เสียงตะโกนดังไล่หลังมา แต่ไมโลไม่หันกลับไปมอง เขาเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายทางออกเมือง เป็นแสงที่ส่องมาจากภายนอกกำแพง

เมื่อเขาพ้นผ่านประตูเมืองออกมาได้สำเร็จ เขาก็หอบหายใจอย่างแรง ความกดดันที่เคยมีหายไปทันที เขาล้มลงไปบนพื้นหญ้าด้านนอกกำแพงเมือง มองย้อนกลับไปยังเมืองคีรีครามที่บัดนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

“อักขระหยุดยั้ง… มันใช้ไม่ได้กับรอยสักของข้า” ไมโลพึมพำ เขาค่อยๆ ลูบไปที่รอยสักรูปนกฟีนิกซ์บนแขน ความร้อนผ่าวอ่อนๆ ยังคงอยู่ มันคือคำสัญญา… คำสัญญาว่าเขามีบางสิ่งที่พิเศษซ่อนอยู่ภายในตัว ไม่ใช่แค่ผู้หลงทางธรรมดา

เขาลุกขึ้นยืน สายตาของเขามองไปยังทิศทางเบื้องหน้า ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องค้นหา และเขาเชื่อว่ารอยสักนี้… คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาเขาไปสู่ความจริงนั้น เช่นเดียวกับคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่กล่าวถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต อนาคตที่กำลังจะมาถึง… และเขาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของมัน

--- ไมโลพยายามหลบหนีออกจากเมืองคีรีครามที่ถูกปิดล้อมโดยสภาจารึก แต่กลับพบว่าอักขระหยุดยั้งของสภาฯ ไม่มีผลกับรอยสักโบราณบนแขนของเขา ทำให้เขาสามารถใช้จุดอ่อนนี้หลบหนีออกมาได้สำเร็จ พร้อมค้นพบพลังที่ซ่อนเร้นในตนเอง