ตอนที่ 136 — ประตูหินสลักลายอักขระต้องห้าม
เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังสะท้อนไปตามทางเดินแคบๆ ของหอจดหมายเหตุสภาจารึก อคิราห์ขยับมือที่สวมถุงมือหนังบางเฉียบเพื่อตรวจสอบความชื้นในอากาศ เขาต้องรู้ว่าความชื้นระดับนี้จะทำให้หมึกเวทมนตร์ที่จารึกอยู่บนผนังห้องนิรภัยขยายตัวหรือหดตัวลงกี่มิลลิเมตร
“ถ้าอักขระป้องกันตัวนี้ขยับแม้แต่องศาเดียว ทุกอย่างจะจบลงที่การลบเลือน” อคิราห์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเบาจนแทบถูกกลืนไปกับเสียงลมที่พัดผ่านร่องหิน แสงจากตะเกียงน้ำมันหมึกส่องให้เห็นลวดลายเส้นโค้งที่พันกันยุ่งเหยิงบนบานประตูหินขนาดมหึมา มันไม่ใช่ลายเส้นธรรมดา แต่มันคือ 'อักขระกักขัง' ที่สภาจารึกใช้เพื่อปิดกั้นข้อมูลเกี่ยวกับ 'ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล'
เขาหยิบแผ่นหินทดสอบขนาดเล็กขึ้นมา ลากผ่านช่องว่างระหว่างรอยต่อของประตู อคิราห์สังเกตเห็นการสั่นไหวของแสงสีฟ้าจางๆ ที่วิ่งวนอยู่ใต้ผิวหิน “มันทำงานด้วยกลไกแรงสั่นสะเทือนของลายเส้น... ถ้าฉันพยายามจะแกะสลักรหัสใหม่เข้าไป มันจะแจ้งเตือนไปยังหอคอยกลางทันที” เขาหยุดชะงัก ปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกกดลงบนโต๊ะทำงานไม้เก่าๆ เพื่อควบคุมอาการ
“คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้หรอก อคิราห์” เสียงกระซิบดังมาจากเงามืดด้านหลังซากเสาหิน
อคิราห์สะดุ้งจนเกือบทำตะเกียงหลุดมือ เขาหันกลับไปมองด้วยแววตาวิตกกังวล “ไมโล? นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง? ที่นี่คือเขตหวงห้ามของสภาฯ ถ้าพวกยามตรวจพบ นายจะถูกตัดสินโทษถึงขั้นลบความทรงจำทั้งหมด!”
เด็กหนุ่มร่างเล็กเดินออกมาจากเงามืด ใบหน้าของไมโลเปื้อนไปด้วยคราบหมึกสีดำที่ดูเหมือนจะแห้งกรัง เขาไม่ได้ดูหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง แต่ดวงตากลับเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นที่อคิราห์ไม่เคยเห็นมาก่อน ในมือของไมโลมีม้วนกระดาษหนังแกะที่ดูเก่าแก่และเปื่อยยุ่ย
“ผมแอบเข้าไปในห้องเก็บเครื่องมือจารึกเมื่อคืน” ไมโลพูดพลางขยับเข้ามาใกล้ พยายามรักษาเสียงให้เบาที่สุด “ผมเห็นพวกอาวุโสกำลังคุยกันเรื่องการปรับแต่งอักขระป้องกันชุดใหม่ ผมเลยใช้เข็มจารึกขนาดเล็ก... แอบคัดลอกรูปแบบบางส่วนไว้”
อคิราห์ขมวดคิ้ว มองดูม้วนกระดาษที่ไมโลยื่นให้ “นายรู้ไหมว่าการทำแบบนี้มันเสี่ยงแค่ไหน? ถ้าอักขระที่นายลอกมามันผิดพลาดแม้แต่เส้นเดียว ความทรงจำที่นายสะสมมาทั้งชีวิตอาจจะกลายเป็นเพียงรอยเปื้อนบนกระดาษเปล่า”
“แต่มันช่วยเราได้!” ไมโลสวนกลับอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดื้อรั้น “ถ้าเราไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล เราก็ไม่มีทางหยุดโรคหมึกละลายได้เลย เซราฟิน่ากำลังจะสูญเสียตัวตนของเธอไป และคนอื่นๆ ในกลุ่มกบฏก็กำลังจะกลายเป็นเพียงร่างที่ว่างเปล่า ผมจะไม่ยอมนั่งดูพวกเขาจางหายไปเฉยๆ”
อคิราห์ถอนหายใจยาว เขาหยิบม้วนกระดาษของไมโลมาคลี่ออกภายใต้แสงตะเกียง ลายเส้นที่ไมโลบันทึกมานั้นดูซับซ้อนและเปราะบาง แต่มันมีจังหวะการไหลของพลังที่ถูกต้อง “นายทำได้ดีมากไมโล... นี่คือโครงสร้างของอักขระลำดับที่สี่ มันคือตัวเชื่อมระหว่างรหัสผ่านกับกลไกการล็อคทางกายภาพ”
อคิราห์เริ่มใช้เครื่องมือจารึกขนาดจิ๋วที่ทำจากเข็มเงิน ค่อยๆ ลากเส้นลงบนรอยแยกเล็กๆ ของประตูหิน เขาต้องทำงานแข่งกับเวลาและความเงียบที่น่าอึดอัด ทุกครั้งที่ปลายเข็มสัมผัสกับหิน เขาจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนกลับที่เหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านข้อมือ หากความแม่นยำลดลงเพียงเสี้ยววินาที อักขระป้องกันจะทำงานและล้างสมองของเขาจนไม่เหลือแม้แต่ชื่อตัวเอง
“อคิราห์... ระวังตรงนั้น!” ไมโลร้องเตือนเมื่อเห็นแสงสีแดงวาบขึ้นที่ฐานประตู
“นิ่งไว้!” อคิราห์สั่งเสียงเฉียบขาด เหงื่อเม็ดโตไหลผ่านขมับ “มันแค่การทดสอบกระแสหมึก... อย่าขยับ!”
เขาต้องใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการควบคุมน้ำหนักมือ เส้นอักขระที่เขาจารึกลงไปต้องสอดประสานกับลายเส้นเดิมบนประตูอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับเป็นการเต้นรำที่เงียบเชียบระหว่างผู้สร้างและผู้ทำลาย เขาจินตนาการถึงคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่เคยได้ยินมา—ดวงดาวที่สัญญาถึงยุคสมัยที่ผู้คนจะปลดพันธนาการแห่งอักขระได้โดยไม่ต้องกลัวการสูญเสีย—ความหวังนั้นกลายเป็นแรงผลักดันให้ปลายนิ้วของเขามั่นคงขึ้น
แกร๊ก...
เสียงกลไกหินบดกันดังขึ้นเบาๆ ประตูขนาดมหึมาเริ่มเคลื่อนตัวเปิดออกเพียงไม่กี่นิ้ว เผยให้เห็นความมืดมิดที่อยู่ภายในห้องนิรภัย อคิราห์หอบหายใจแรง พิงหลังเข้ากับผนังหินที่เย็นเยียบ
“เราทำสำเร็จแล้ว...” ไมโลกระซิบด้วยความตื่นเต้น แต่สีหน้าของเขากลับดูกังวลขึ้นมาทันทีเมื่อเขามองไปที่ประตูที่เปิดออก
“ยังหรอก” อคิราห์ตอบ เสียงของเขาหนักแน่นแต่แฝงด้วยความระมัดระวัง “เราแค่เปิดทางเข้าไปได้ แต่ข้อมูลข้างในนั่นต่างหากคือของจริง”
ไมโลกระชับม้วนกระดาษในมือแน่น “ผมจะไปหาทางแอบเข้าไปในส่วนจัดเก็บเอกสารชั้นใน ผมจะหาทางส่งข้อมูลที่เหลือให้คุณ... อคิราห์ คุณต้องรีบหาทางเข้าถึงต้นน้ำนั่นให้ได้ ก่อนที่พวกสภาจะรู้ว่ารอยรั่วนี้เกิดขึ้นที่ไหน”
อคิราห์มองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณและความกังวล “ไมโล ฟังนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น นายต้องหนีไป อย่าพยายามเป็นฮีโร่จนกว่าเราจะมีแผนที่ชัดเจน”
“ผมรู้แล้วน่า!” ไมโลรีบตัดบท ก่อนจะหมุนตัววิ่งหายกลับไปในความมืดของทางเดินอย่างรวดเร็ว
อคิราห์ยืนอยู่หน้าประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงครึ่งเดียว ลมเย็นจากภายในห้องนิรภัยพัดผ่านหน้าเขา กลิ่นของหมึกโบราณที่เข้มข้นจนเกือบจะสำลักลอยออกมา เขาขยับถุงมือให้แน่นขึ้น เตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าไปในดินแดนที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของที่ราบสูงคีรีครามไปตลอดกาล
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารยามสภาจารึกดังใกล้เข้ามาจากทางเดินหลัก อคิราห์รีบดับตะเกียงลงทันที ทิ้งให้เขายืนจมอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงสลัวจากอักขระที่กำลังทำงานอยู่บนประตูเท่านั้น
--- อคิราห์พยายามเจาะระบบประตูห้องนิรภัยของสภาจารึกเพื่อหาข้อมูลต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล โดยได้รับความช่วยเหลือจากไมโลที่แอบคัดลอกรหัสอักขระมาให้สำเร็จ แต่ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มค้นหา ข่าวการมาถึงของทหารยามก็ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน