← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 12免費

ตอนที่ 12 — การวาดเส้นกลางอากาศของไมโล

“ถ้าแกยังคุมจังหวะการหายใจไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะเห็นแสงจากมันเลย ไมโล” เซราฟิน่ากระแทกไม้เท้าลงบนพื้นหินขรุขระของห้องใต้ดิน เสียงดังก้องสะท้อนไปตามผนังที่ชื้นแฉะไปด้วยหยดน้ำจากเพดาน

ไมโลปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา เขาจ้องมองปลายนิ้วของตัวเองที่สั่นเทา ในมือไม่มีพู่กัน ไม่มีแผ่นหินจารึก และไม่มีหมึกเวทมนตร์สีครามเข้มอย่างที่เขาเคยใช้ในวิหาร เขารู้สึกเพียงความว่างเปล่าที่น่าอึดอัดระหว่างปลายนิ้วกับอากาศรอบตัว

“มันไม่มีลายเส้นให้ตามนี่ครับพี่เซราฟิน่า” ไมโลพยายามประคองเสียงไม่ให้สั่น “ผมพยายามจะนึกถึงรูปแบบอักขระ 'ธาตุลม' แต่มันไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด ผมจะลากเส้นจากไหนกัน?”

“นั่นแหละคือปัญหาของพวกเด็กวิหาร” เซราฟิน่าก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นสมุนไพรขมปร่าจากตัวเธอเตะจมูก “พวกแกถูกสอนให้จดจำเส้นที่ถูกขีดไว้แล้ว แต่ 'อักขระไร้รูป' ไม่ใช่การคัดลอก แต่มันคือการดึงเอาเจตจำนงออกมาเป็นรูปร่าง แกต้องเลิกมองหาเส้นบนอากาศ แล้วมองหาเส้นที่อยู่ในหัวของแกเอง”

เธอยกมือขึ้น อากาศรอบปลายนิ้วของเธอเริ่มบิดเบี้ยว มันไม่ได้เป็นเส้นตรงคมชัดเหมือนอักขระที่สภาจารึกใช้ แต่มันดูเหมือนควันไฟที่พยายามรวมตัวกันเป็นรูปทรง มันสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ก่อนจะจางหายไปในความมืด

“ลองอีกครั้ง” เธอสั่ง

ไมโลหลับตาลง เขาพยายามนึกถึงความรู้สึกตอนที่เขาเห็นอักขระบนผิวหนังของอาวุโสคัลลัน—ความสว่างที่ผิดธรรมชาติซึ่งเขาเพิ่งได้ยินข่าวลือมา เขาพยายามรวบรวมสมาธิ บีบคั้นอารมณ์ความกลัวและความสับสนที่เขามีอยู่ให้กลายเป็นพลังงาน เขาเริ่มขยับนิ้วชี้ไปในอากาศตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

เขารู้สึกถึงความต้านทานบางอย่างในอากาศ มันเหมือนการวาดผ่านน้ำเชื่อมที่เหนียวข้น เขาพยายามกดน้ำหนักนิ้วลงไป เขาจินตนาการถึงพายุที่กำลังก่อตัวในอก

“ฮึ่ม!” ไมโลเค้นเสียงในลำคอ เขาขยับมือเป็นวงกลมซ้ำๆ อย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น แสงสีเงินจางๆ ก็วาบขึ้นที่ปลายนิ้ว แต่มันไม่ใช่แสงที่คงที่ มันสั่นระริกเหมือนเปลวเทียนกลางพายุ ไมโลตกใจจนเกือบจะปล่อยมือ แต่เขากลับฝืนประคองมันไว้ เขาพยายามขยายวงกลมนั้นให้กว้างขึ้น

“นั่นแหละ! อย่าหยุด!” เซราฟิน่าตะโกน

แต่แล้วความผิดพลาดก็เกิดขึ้น ไมโลเผลอปล่อยความวิตกกังวลเรื่องครอบครัวที่หายไปเพราะโรคหมึกละลายออกมาในจังหวะที่เขากำลังรวบรวมสมาธิ แสงสีเงินนั้นไม่ได้กลายเป็นรูปทรงอักขระที่สมบูรณ์ แต่มันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกระจกที่ถูกทุบ

ภาพตรงหน้าของไมโลเปลี่ยนไปทันที

เขาไม่ได้อยู่ในห้องใต้ดินอีกต่อไป เขาเห็นภาพจำลองของวิหารสีขาวสะอาดตา เห็นใบหน้าของแม่ที่กำลังยิ้มให้เขา ภาพนั้นชัดเจนเสียจนเขาได้กลิ่นแป้งฝุ่นที่แม่ชอบใช้ และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของแสงแดดที่ส่องลงมาบนลานหิน

“แม่...” ไมโลเผลอเรียกเสียงแผ่ว เขาเอื้อมมือไปหาภาพลวงตานั้น

“ไมโล! ตั้งสติ!” เสียงของเซราฟิน่าดังขึ้นเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล

เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ภาพวิหารหายไป เหลือเพียงความมืดและใบหน้าที่เคร่งเครียดของเซราฟิน่าที่กำลังดึงไหล่เขาไว้ เธอดูตกใจไม่แพ้กัน

“แกทำอะไรลงไป?” เธอถาม เสียงของเธอแหบพร่า “เมื่อกี้แกไม่ได้แค่สร้างแสง... แกสร้างภาพลวงตาที่ดึงเอาความทรงจำออกมาด้วย”

ไมโลหอบหายใจแรง หัวใจเต้นระรัว “ผม... ผมแค่คิดถึงแม่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะวาดมันออกมา”

“นี่คือพลังของมัน” เซราฟิน่าลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “อักขระไร้รูปไม่ได้มีไว้เพื่อสู้รบด้วยกำลัง แต่มันมีไว้เพื่อแทรกแซง การที่แกดึงเอาความทรงจำออกมาได้ขนาดนี้ แปลว่าแกสามารถสร้างภาพลวงตาที่ทำให้ศัตรูเห็นสิ่งที่พวกเขาโหยหาที่สุด หรือสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดได้... มันคือการโจมตีที่จิตวิญญาณโดยตรง”

ไมโลมองดูมือตัวเองที่ยังสั่นอยู่ เขารู้สึกถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ มันไม่ใช่ความแม่นยำของเส้นสาย แต่มันคือความเปราะบางของใจมนุษย์

ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว ประตูไม้หนักอึ้งของห้องใต้ดินก็ถูกผลักออกอย่างแรง อคิราห์เดินเข้ามาด้วยท่าทางสงบนิ่งเช่นเคย แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด

“เซราฟิน่า ไมโล มีข่าวจากสายข่าวในเขตสภา” อคิราห์กล่าว น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงด้วยความหนักใจ

“พวกเขารู้เรื่องเราเหรอ?” เซราฟิน่าถามทันควัน มือของเธอแตะที่ด้ามมีดสั้นข้างเอว

“ไม่ใช่เรื่องกลุ่มกบฏ” อคิราห์ส่ายหน้า “แต่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์เพิ่งประกาศคำสั่งฉุกเฉิน อาวุโสคัลลันสั่งให้เริ่มปฏิบัติการ 'ชำระลายเส้น' ทั่วที่ราบสูงคีรีคราม พวกเขาจะออกล่าผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อระยะเริ่มต้นหรือระยะสุดท้าย... พวกเขาจะเผาทุกอย่างที่เปื้อนหมึกเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของระบบอักขระ”

ไมโลรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกกระชากออกไปจากปอด 'ชำระลายเส้น'... นั่นคือรหัสลับของการกวาดล้าง

“พวกเขากำลังจะฆ่าคนเป็นหมื่นเพื่อรักษาความสะอาดของแผ่นหินงั้นเหรอ?” ไมโลถามด้วยความไม่อยากเชื่อ

“มันคือตรรกะของพวกเขา” อคิราห์ตอบ “สำหรับสภา อักขระที่บิดเบี้ยวคือความผิดพลาดที่ต้องถูกลบออก เหมือนรอยเปื้อนบนคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์”

เซราฟิน่าแค่นหัวเราะอย่างขมขื่น “และพวกเขาก็ไม่สนด้วยว่ารอยเปื้อนนั้นจะมีหัวใจหรือมีความทรงจำอยู่หรือไม่”

ไมโลกำหมัดแน่น ความสับสนในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มในอก เขาพอนึกภาพออกแล้ว... ภาพของเพื่อนบ้านที่กำลังนั่งกินอาหารเย็น ภาพของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่น หากสิ่งเหล่านี้ถูกเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านเพียงเพราะหมึกบนผิวหนังของพวกเขาจางลง

เขามองไปที่ปลายนิ้วของตัวเองอีกครั้ง เขานึกถึงแสงสีเงินที่เพิ่งจะพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า

“ผมต้องฝึก” ไมโลพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

เซราฟิน่าและอคิราห์หันมามองเขา

“ฉันต้องฝึกให้เก่งกว่านี้” ไมโลย้ำ ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นเทาเหมือนเมื่อครู่ “ถ้าอักขระของพวกเขาใช้เพื่อตัดสินชีวิต... อักขระไร้รูปของผม ก็ต้องใช้เพื่อปกป้องชีวิตพวกนั้นเหมือนกัน”

เขารู้ดีว่าทางข้างหน้าไม่ใช่การคัดลอกลายเส้นที่สวยงาม แต่มันคือการวาดเส้นทางรอดในโลกที่กำลังจะมอดไหม้

--- ไมโลฝึกฝนการใช้อักขระไร้รูปจนค้นพบว่ามันสามารถสร้างภาพลวงตาจากความทรงจำได้ ในขณะที่ได้รับข่าวร้ายว่าสภาจารึกกำลังจะเริ่มการกวาดล้างผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลายครั้งใหญ่