← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 104免費

ตอนที่ 104 — รอยหมึกที่เลือนหายบนผิวหนัง

อคิราห์จ้องมองปลายนิ้วของตนเองที่สั่นเทา แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเวทมนตร์สะท้อนให้เห็นรอยแตกเล็กๆ บนผิวหนังบริเวณข้อมือ มันไม่ใช่แผลสด แต่เป็นรอยปริแยกของอักขระจารึกที่เคยเรียบเนียน บัดนี้มันเริ่มดูเหมือนลายเส้นที่ถูกลบออกอย่างไม่ตั้งใจ 'มันกำลังจะเริ่มขึ้นใช่ไหม?' เขาพึมพำกับความเงียบภายในห้องพักแคบๆ ของที่ราบสูงคีรีคราม เสียงลมหวีดหวิวจากภายนอกพัดเอาหมอกหนาเข้ามากระทบหน้าต่างไม้ กระแทกจนเกิดเสียงดังปึกปักเหมือนมีใครกำลังเคาะเรียก

เขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่กระจกเงาบานเก่าที่ขอบเริ่มลอก มือหนาคว้าขวดหมึกเวทมนตร์ที่เหลือเพียงก้นขวดขึ้นมาพยายามจะเติมเต็มรอยแยกนั้น แต่ทันทีที่ปลายพู่กันสัมผัสผิวหนัง อักขระกลับไม่ดูดซับหมึก แต่มันกลับผลักไสของเหลวสีดำนั้นออกไปราวกับผิวหนังของเขาเป็นเพียงหินที่ไร้ชีวิต 'ถ้าอักขระหายไป... ฉันจะจำอะไรได้บ้าง?' คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเข็มที่ทิ่มแทง ความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งเริ่มปริแตกออกมาเหมือนรอยจารึกบนข้อมือ

“นายจะทำอะไรน่ะ อคิราห์?” เสียงห้วนสั้นของเซราฟิน่าดังขึ้นที่หน้าประตู เธอเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางระแวดระวัง แววตาของเธอยังคงมีความสับสนจากการเผชิญหน้ากับกาลเวลาที่ซ้อนทับกันเมื่อไม่กี่วันก่อน “หมึกนั่นมันใช้ไม่ได้ผลกับนายแล้ว ฉันเห็นมันเมื่อกี้”

“ฉันแค่... พยายามจะควบคุมมัน” อคิราห์ตอบโดยไม่หันไปมอง เขาพยายามกดขวดหมึกลงบนโต๊ะไม้แรงๆ จนเกิดเสียงดัง ‘ปึก’ “ถ้าฉันไม่ซ่อมมันตอนนี้ โรคหมึกละลายจะลามไปทั่วตัวฉัน แล้วฉันจะกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับตัวเอง”

เซราฟิน่าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของความตึงเครียดแผ่ออกมาจากตัวเธอ “หยุดเพ้อเจ้อเสียที นายไม่ใช่คนเดียวที่เผชิญกับมัน ไมโลเองก็เพิ่งจะเห็นสิ่งที่เขาไม่ควรเห็นท่ามกลางหมอกนั่น และตอนนี้เขาก็เริ่มเขียนอักขระที่ไม่มีใครเคยจดบันทึกไว้ได้แล้ว... โลกกำลังเปลี่ยนไป อคิราห์ และนายกำลังพยายามจะรั้งตัวเองไว้ในรูปแบบเดิมๆ ที่กำลังจะตาย”

“แล้วจะให้ฉันทำอย่างไร? ยอมรับให้รอยเปื้อนพวกนี้กลืนกินตัวตนของฉันไปงั้นหรือ?” อคิราห์หันกลับมาจ้องหน้าเธอ ดวงตาของเขาสั่นไหว “ถ้าฉันจำไม่ได้ว่าฉันเป็นใคร ฉันจะยังมีค่าอะไรในสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์?”

“นายไม่ได้กำลังจะกลายเป็นความว่างเปล่า” เซราฟิน่าพูดเสียงแข็ง แต่ในแววตากลับมีความเห็นใจที่ซ่อนอยู่ “นายแค่กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มากกว่าอักขระที่ถูกขีดเขียนไว้”

ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงครืนครั่นดังมาจากใต้ชั้นหินของคีรีคราม เหมือนมีบางอย่างขนาดมหึมากำลังขยับตัว อคิราห์เสียหลักล้มลงไปบนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่มหาศาลซึ่งไม่ได้มาจากแผ่นดินไหว แต่มาจากภายในอกของเขาเอง

เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากเข้าไปในมิติที่ไม่มีแสงสว่างและไม่มีเสียง ความมืดมิดที่นี่ไม่ใช่ความมืดของกลางคืน แต่มันคือสภาวะที่ไร้ซึ่งรูปทรง เขาพยายามตะโกนเรียกชื่อเซราฟิน่า แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากลำคอ เขาพยายามขยับแขนขา แต่กลับรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังละลายกลายเป็นละอองธุลี

'นี่คือความว่างเปล่าสินะ...' เขาคิดในใจด้วยความตระหนก 'นี่คือจุดจบของฉัน'

ท่ามกลางความมืดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด อคิราห์เริ่มมองเห็นบางอย่าง มันไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็นความรู้สึก เขาเห็นภาพของอักขระนับพันล้านเส้นที่ลอยล่องอยู่ในความมืด มันไม่ใช่ลายเส้นที่แข็งทื่อบนผิวหนัง แต่มันคือกระแสของพลังงานที่ไหลเวียนอย่างอิสระ เขาเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เขาเรียกว่า 'ตัวตน' หรือ 'อักขระ' ที่เขาหวงแหนนั้น เป็นเพียงเปลือกนอกที่เขาสร้างขึ้นเพื่อขังตัวเองไว้ในกรอบของกฎเกณฑ์

เขาเห็นตัวเองในฐานะความว่างเปล่า แต่มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่ไร้ค่า มันคือความว่างเปล่าที่รอการเติมเต็ม เป็นพื้นที่ที่ไม่มีขีดจำกัดในการเขียนสิ่งใหม่ลงไป เขาเริ่มเลิกต่อต้านความรู้สึกที่เหมือนจะแตกสลาย เขาเลิกพยายามจะคว้าจับเศษเสี้ยวของความทรงจำเก่าๆ ที่กำลังหลุดลอยไป แล้วลองปล่อยให้กระแสแห่งความว่างเปล่านั้นไหลผ่านร่างกาย

'ถ้าฉันไม่มีอักขระ... ฉันก็คือทุกสิ่ง' ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างเรียบง่ายและทรงพลัง

เขารู้สึกถึงความรักที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความรักที่มีต่อบุคคล แต่มันคือความรักต่อสภาวะที่เป็นอยู่ รักในความไม่สมบูรณ์แบบ รักในรอยเปื้อนที่ไร้ความหมาย และรักในความไร้รูปทรงที่เขากำลังเผชิญ เมื่อเขายอมรับความว่างเปล่านี้ รอยแตกบนข้อมือของเขากลับไม่ได้จางหายไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยแสงสีเงินจางๆ ที่ไม่ได้มาจากหมึกเวทมนตร์ แต่มาจากข้างใน

เขามองเห็นสายใยที่เชื่อมโยงเขากับหมอกบนที่ราบสูงคีรีคราม เชื่อมโยงเขากับเซราฟิน่าที่กำลังพยายามประคองตัวอยู่ท่ามกลางกาลเวลา และเชื่อมโยงเขากับไมโลที่กำลังค้นพบภาษาใหม่ เขาไม่ใช่แค่ผู้ถือครองอักขระอีกต่อไป แต่เขาคือส่วนหนึ่งของกระแสธารที่กำลังจะเปลี่ยนโลก

อคิราห์ลืมตาขึ้นในห้องที่มืดมิดและสั่นสะเทือน เขาพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง เซราฟิน่ายืนอยู่ข้างๆ เธอกำลังมองเขาด้วยความประหลาดใจ

“อคิราห์... นายโอเคไหม?” เธอถาม เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย

อคิราห์ไม่ได้ตอบด้วยคำพูด เขามองไปที่ข้อมือของตนเอง รอยแตกนั้นยังคงอยู่ แต่มันไม่ได้ดูเหมือนโรคหมึกละลายอีกต่อไป มันดูเหมือนรอยจารึกรูปแบบใหม่ที่เขายังไม่รู้จักชื่อ เขาเงยหน้าขึ้นมองผ่านหน้าต่างออกไปสู่ความมืดมิดของคีรีคราม เขารู้แล้วว่าคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่กล่าวถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระนั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน และเขาก็รู้ดีว่าภาระหน้าที่ที่กำลังจะมาถึงนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด

เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงกว่าครั้งไหนๆ และเดินไปที่โต๊ะ หยิบพู่กันที่หักขึ้นมา แล้วเริ่มขีดเขียนลงบนพื้นไม้ที่ว่างเปล่า โดยไม่ต้องพึ่งพาหมึกแม้แต่หยดเดียว

--- อคิราห์เผชิญหน้ากับความกลัวที่จะสูญเสียตัวตนเนื่องจากโรคหมึกละลาย แต่ในสภาวะจิตที่แตกสลาย เขาได้ค้นพบว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาไม่ใช่เพียงอักขระบนผิวหนัง แต่คือความว่างเปล่าที่มีศักยภาพในการเป็นทุกสรรพสิ่ง