← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 35免費

ตอนที่ 35 — เสียงเพรียกจากก้นบึ้งที่ลบเลือน

ความเงียบในชั้นมิติที่ลึกที่สุดไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ส่งเสียงกรีดร้องอยู่ในโสตประสาท ธาราพยายามขยับปลายนิ้ว แต่สัมผัสที่ได้รับกลับไม่ใช่ความเย็นของอากาศหรือความหยาบของพื้นดิน มันคือความรู้สึกเหมือนนิ้วของเธอกำลังจมลงไปในของเหลวที่ไร้น้ำหนักและไร้รูปร่าง ทุกครั้งที่เธอหายใจเข้า ปอดของเธอไม่ได้รับเพียงแค่ออกซิเจน แต่มันเหมือนกำลังสูบเอาเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลายเข้าไปในร่างกาย กลิ่นของมันไม่ใช่กลิ่นดินหรือกลิ่นพฤกษา แต่มันคือกลิ่นของสิ่งที่ 'เคยมีอยู่' แล้วถูกลบหายไป—กลิ่นของฝนที่ไม่ได้ตก กลิ่นของดอกไม้ที่ไม่ได้บาน และกลิ่นของชีวิตที่ถูกลบเลือนออกจากหน้าประวัติศาสตร์ของป่าดงพญาเย็น

“ธารา... อย่าปล่อยมือ...” เสียงของครามดังขึ้นแผ่วเบา แต่มันกลับฟังดูห่างไกลเหมือนดังมาจากอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทร ธาราพยายามเอื้อมมือออกไปในความมืดที่พร่าเลือน เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของมือคราม แต่มันเป็นสัมผัสที่สั่นคลอน ราวกับว่าร่างของเขาเองก็กำลังจะสลายกลายเป็นละอองดาวในมิตินี้ “ฉันอยู่นี่ คราม ฉันจะไม่ไปไหน” เธอตอบกลับไป แต่น้ำเสียงของเธอกลับฟังดูเหมือนเสียงสะท้อนของตัวเองที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ลำคอของเธอเอง

รอบตัวพวกเขา พื้นที่ที่เคยเป็นรอยแยกมิติเริ่มแปรสภาพเป็นทุ่งแห่งเศษเสี้ยวความทรงจำ แสงเรืองรองที่เคยเป็นสีเขียวมรกตของป่าดงพญาเย็นบัดนี้กลายเป็นสีเทาหม่นและขาวโพลนเหมือนเถ้าถ่าน ต้นไม้ขนาดมหึมาที่เคยสง่างามบัดนี้ปรากฏเพียงโครงร่างที่เป็นเส้นสายบิดเบี้ยว ราวกับภาพวาดที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีดำ พวกมันพยายามจะสื่อสารผ่านระบบราก แต่มันไม่ใช่บทเพลงแห่งชีวิต มันคือเสียงโหยหวนของสิ่งที่สูญสิ้นความหมาย

ทันใดนั้น ความกดดันในอากาศก็เปลี่ยนไป มันหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนผิวหนังของธารารู้สึกแสบร้อน ธาราหันขวับไปตามสัญชาตญาณพรานป่า เธอไม่ได้ใช้ดวงตา แตใช้ 'การฟัง' ที่บิดเบี้ยวของเธอ เสียงที่เธอได้ยินไม่ใช่เสียงลมหรือเสียงสัตว์ แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่ไร้เสียง และเสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากปาก แต่มาจากความว่างเปล่าข้างกาย

The Echoes กำลังมา

พวกมันไม่ได้เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ แต่มัน 'ปรากฏ' ขึ้นในช่องว่างระหว่างความจริง รูปร่างของพวกมันคล้ายกับมนุษย์ที่ถูกวาดด้วยหมอกควันสีดำ ร่างกายของพวกมันพร่าเลือนและไม่คงที่ บางขณะดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ บางขณะดูเหมือนนักรบที่ไร้ใบหน้า ดวงตาของพวกมันคือหลุมดำที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไปอย่างไม่สิ้นสุด เมื่อพวกมันขยับเข้าใกล้ ความเป็นจริงรอบตัวจะเริ่มบิดเบี้ยว ต้นไม้ที่อยู่ใกล้จะกลายเป็นแก้วที่แตกสลาย และอากาศจะกลายเป็นคมมีดที่กรีดผ่านผิวหนัง

“พวกมันต้องการเรา...” ครามกระซิบ เขากระชับอาวุธในมือแน่น แต่เขาก็รู้ดีว่าอาวุธที่ทำจากวัตถุทางกายภาพแทบจะไร้ความหมายต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากความทรงจำที่แตกสลาย “พวกมันไม่ได้ต้องการฆ่าเรา คราม... พวกมันต้องการ 'เรา'” ธาราเข้าใจในทันที ความหิวโหยของ The Echoes ไม่ใช่ความหิวทางกายภาพ แต่มันคือความหิวโหยใน 'ตัวตน' (Identity) พวกมันคือความว่างเปล่าที่พยายามจะเติมเต็มตัวเองด้วยการขโมยความทรงจำ ความรู้สึก และจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อ

หนึ่งใน The Echoes พุ่งเข้าใส่คราม ร่างของมันเลือนลางเหมือนเงาที่ทอดยาวในยามเย็น แต่มันกลับรวดเร็วและรุนแรง ครามเหวี่ยงอาวุธเข้าใส่ แต่มันกลับทะลุผ่านร่างของเงาไปราวกับฟันอากาศ ธารารีบพุ่งตัวเข้าขวาง เธอไม่ใช้กำลัง แต่เธอใช้ 'การนิยาม' เธอหลับตาลงและพยายามดึงเอาความไม่สมบูรณ์ในจิตใจออกมา—ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย ความกลัวที่สั่นสะท้าน และความสับสนที่ไร้ระเบียบ—เธอปล่อยให้ความวุ่นวายเหล่านั้นแผ่ออกมาจากตัวเธอเป็นคลื่นพลังงานที่ไร้รูปทรง

เมื่อพลังแห่งความไม่สมบูรณ์ปะทะกับความว่างเปล่าของ The Echoes มันเกิดเสียงดังสนั่นที่ไม่ได้ยินด้วยหู แต่สัมผัสได้ด้วยกระดูก ร่างเงาสีดำชะงักไป มันดูสับสนเมื่อเผชิญกับพลังที่ไม่อาจจัดระเบียบได้ พลังของธาราไม่ได้สร้างความจริงที่มั่นคง แต่มันสร้าง 'ความโกลาหลที่จับต้องได้' ซึ่งทำให้เงาเหล่านั้นไม่สามารถหลอมรวมเข้ากับตัวตนของเธอได้

“วิ่ง!” ธาราตะโกน เธอคว้ามือครามแล้วออกแรงดึง ทั้งคู่ตะเกียกตะกายผ่านทุ่งแห่งเศษเสี้ยวความทรงจำที่บิดเบี้ยว พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเปลี่ยนจากความแข็งกระด้างเป็นความนุ่มหยุ่นเหมือนเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิต บางครั้งพวกเขาก็ต้องกระโดดข้ามรอยแยกที่เผยให้เห็นภาพอดีตของป่าดงพญาเย็น—ภาพที่ป่ายังเขียวขจี ภาพที่ Warden ยังเป็นผู้พิทักษ์ที่สง่างาม—แต่ภาพเหล่านั้นกลับบิดเบี้ยวและฉีกขาดเหมือนฟิล์มที่ถูกเผา

ในขณะที่พวกเขากำลังหนี เสียงคำรามที่แตกต่างออกไปก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงโหยหวนของ The Echoes แต่เป็นเสียงที่หนักแน่น มั่นคง และเต็มไปด้วยเจตจำนงที่เยือกเย็น มันคือเสียงของเครื่องจักรและเทคโนโลยีมิติที่กำลัง 'จัดระเบียบ' ความโกลาหลนี้ หน่วย Inquisitors ตามมาทันแล้ว

แสงเลเซอร์สีฟ้าขาวพุ่งแหวกความมืดมิดของรอยแยกมิติเข้ามา มันไม่ใช่แสงที่ให้ความสว่าง แต่มันคือแสงที่ 'ลบเลือน' สิ่งที่มันสัมผัส เมื่อลำแสงนั้นพาดผ่านเศษเสี้ยวความทรงจำที่บิดเบี้ยว พื้นที่ส่วนนั้นจะถูกทำให้กลายเป็นระเบียบที่ตายซาก—ต้นไม้ที่บิดเบี้ยวจะถูกปรับให้ตรงเป๊ะราวกับไม้บรรทัด และความว่างเปล่าจะถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้ชีวิต

“พวก Inquisitors... พวกมันไม่ได้มาเพื่อช่วยเรา” ครามกล่าวด้วยความเครียด ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาจากการต้องเผชิญกับทั้งแรงกดดันจากความว่างเปล่าและแรงบีบคั้นจากเทคโนโลยีควบคุมมิติ “พวกมันกำลังพยายาม 'เย็บ' รอยแยกนี้ให้กลายเป็นกรงขังที่สมบูรณ์แบบ!”

ธารามองไปข้างหน้า เธอเห็นแสงสว่างประหลาดที่ใจกลางความบิดเบี้ยว มันไม่ใช่แสงสีขาวของ Inquisitors หรือสีดำของ The Echoes แต่มันคือแสงสีทองหม่นที่ดูเหมือนจะเต้นรำไปตามจังหวะที่ผิดเพี้ยน—นั่นคือแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ (Essence of Imperfection) ที่เธอต้องไปให้ถึง

แต่ทางข้างหน้ากลับเต็มไปด้วยกับดักของมิติที่พังทลาย The Echoes เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ขึ้น พวกมันเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ความทรงจำของธารามาเป็นอาวุธ เธอเห็นภาพแม่ของเธอ ภาพหมู่บ้านที่ล่มสลาย และภาพความล้มเหลวของเธอเองปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกควัน พยายามจะดึงรั้งจิตวิญญาณของเธอให้จมดิ่งลงไปในความเศร้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด

“อย่าไปฟังมัน ธารา!” เสียงครามปลุกสติเธอ เขากำลังต่อสู้กับหน่วย Inquisitors ที่เริ่มส่งโดรนตรวจจับมิติออกมาไล่ล่าพวกเขา “เราต้องไปให้ถึงใจกลางนั่นก่อนที่ทุกอย่างจะถูก 'จัดระเบียบ' จนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของชีวิต!”

ธาราสูดลมหายใจที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แตกสลาย เธอรู้ดีว่าการเดินทางนี้ไม่ใช่แค่การหนี แต่มันคือการวิ่งเข้าหาพายุที่ใหญ่ที่สุด เธอต้องใช้ความไม่สมบูรณ์ของตัวเองเป็นทั้งโล่และเข็มทิศ ในขณะที่โลกทั้งใบกำลังพยายามจะลบเลือนเธอออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์

--- ธาราและครามต้องหนีจากการไล่ล่าของ The Echoes ที่พยายามขโมยตัวตน และหน่วย Inquisitors ที่พยายามใช้เทคโนโลยีจัดระเบียบมิติให้ตายซาก ท่ามกลางรอยแยกมิติที่เต็มไปด้วยเศษเสี้ยวความทรงจำที่บิดเบี้ยว มุ่งหน้าสู่ใจกลางความบิดเบี้ยวเพื่อค้นหาแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์