← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 29免費

ตอนที่ 29 — เศษเสี้ยวแห่งตัวตนและเสียงเพรียกจากความว่างเปล่า

ความเย็นเยียบที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจากความว่างเปล่าที่กัดกินความทรงจำแทรกซึมผ่านผิวหนังของธารา เสียงหวีดหวิวของลมในป่าดงพญาเย็นที่เคยเป็นบทเพลงแห่งชีวิต บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องที่ไร้ที่มา มันคือเสียงของ 'The Echoes' สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน แต่พยายามจะยัดเยียดความว่างเปล่าของตนลงในช่องว่างแห่งตัวตนของเธอ ธารายืนหอบหายใจรวยรินอยู่ท่ามกลางม่านหมอกสีเทาที่บิดเบี้ยว ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ป่าที่เธอรู้จัก แต่มันคือเศษเสี้ยวของความจริงที่ถูกนำมาวางซ้อนทับกันอย่างผิดที่ผิดทาง ต้นไม้บางต้นเติบโตจากกลางอากาศ บางต้นมีใบเป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง

“ธารา! อย่ามองเข้าไปในตาของพวกมัน!” เสียงของครามดังขึ้นท่ามกลางความสับสน เขาพุ่งเข้ามารั้งไหล่เธอไว้ในจังหวะที่เงาร่างหนึ่ง—ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเงาของตัวเธอเองในวัยเด็ก—กำลังจะเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของเธอ “มันไม่ใช่ตัวเธอ มันคือความทรงจำที่ถูกฉีกขาด!”

ธาราสะบัดหน้าหนี ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในสมองเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง ภาพลวงตาเหล่านั้นไม่ใช่แค่ภาพ แต่มันคือความรู้สึกที่สมจริงจนน่ากลัว เธอรู้สึกถึงกลิ่นดินหลังฝนตกในวันที่แม่ของเธอจากไป รู้สึกถึงสัมผัสของเปลือกไม้ที่เธอเคยปีนป่าย แต่มันกลับแฝงไปด้วยความหิวกระหายที่เย็นเฉียบ The Echoes เหล่านี้ไม่ได้ต้องการทำลายร่างกายของเธอ แต่มันต้องการ 'กลืนกิน' ประสบการณ์ ความเจ็บปวด และตัวตน เพื่อนำไปเติมเต็มความว่างเปล่าที่ไม่มีวันเต็มของพวกมัน

“พวกมัน... พวกมันเรียกหาฉัน คราม” ธาราพึมพำ ดวงตาของเธอวูบไหวด้วยแสงสีม่วงอ่อนที่แฝงไปด้วยความมืดมิดของความว่างเปล่า “พวกมันไม่ได้อยากทำลาย แต่พวกมันอยาก 'เป็น' ในสิ่งที่ฉันเป็น”

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของทั้งคู่ก็สั่นสะเทือน ไม่ใช่การสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว แต่เป็นการสั่นสะเทือนของมิติที่กำลังปริแตก เสียงโลหะหนักๆ กระทบกับรากไม้ดังมาจากระยะไกล ตามมาด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์เวทมนตร์ที่คุ้นเคย หน่วย Inquisitors กำลังเคลื่อนที่เข้ามา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อ 'จัดระเบียบ' ความบิดเบี้ยวนี้ด้วยวิธีที่รุนแรงที่สุด การใช้เทคโนโลยีควบคุมมิติจะทำให้พื้นที่ที่แตกสลายถูกบีบอัดจนกลายเป็นระเบียบที่แข็งทื่อ ซึ่งนั่นหมายถึงการทำลายชีวิตทุกชีวิตที่พยายามจะดิ้นรนอยู่ในความไม่สมบูรณ์นี้

“เราไม่มีเวลาแล้ว” ครามกล่าวพลางกระชับอาวุธในมือ สายตาของเขาจ้องมองไปยังแนวป่าที่เริ่มมีแสงสีฟ้าเย็นตาจากอุปกรณ์ของพวก Inquisitors ลามเข้ามา “ถ้าเราไม่หาแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ให้เจอ ทั้งพวก Echoes และพวกนักชำระล้างจะทำให้ป่านี้กลายเป็นสุสานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก”

ธาราพยายามรวบรวมสติ เธอหลับตาลง พยายามฟัง 'เสียงใบไม้' อีกครั้ง แต่มันยากเหลือเกิน เพราะตอนนี้เสียงที่เธอได้ยินมีทั้งเสียงกระซิบจากความว่างเปล่า เสียงคำรามของเครื่องจักร และเสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังฉีกขาด เธอต้องหาจุดเชื่อมโยง ท่ามกลางพายุแห่งความสับสนนี้ เธอต้องเป็นสมอที่ยึดเหนี่ยวความจริงเอาไว้

เธอเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มั่นคง ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่ดูคล้ายกับนักรบแก้วของ Warden ก็พุ่งออกมาจากรอยแยกของอากาศ แต่มันไม่ใช่ร่างแก้วที่สมบูรณ์แบบ มันคือร่างที่กึ่งโปร่งใสและบิดเบี้ยว—ผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างระเบียบของ Warden และความว่างเปล่าที่ธาราสร้างขึ้น มันคือ 'ลูกผสม' ที่น่าสยดสยอง สิ่งมีชีวิตนั้นพุ่งเข้าหาครามด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ

“ระวัง!” ธาราตะโกน เธอไม่ได้ใช้ดาบหรืออาวุธ แต่เธอใช้ 'เจตจำนง' เธอพยายามนิยามพื้นที่รอบตัวครามให้กลายเป็นความจริงที่มั่นคง เธอส่งพลังงานที่ผสมผสานระหว่างความเขียวขจีของพฤกษาและความลึกลับของความว่างเปล่าออกไป พื้นที่รอบตัวครามพลันแข็งตัวขึ้น กลายเป็นกำแพงรากไม้ที่หนาทึบและมีความยืดหยุ่นประหลาด พุ่งเข้าปะทะกับอสุรกายกึ่งแก้วกึ่งเงาจนมันกระเด็นกลับไป

แต่การกระทำนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย ธาราเซถอยหลัง เลือดกำเดาไหลซึมออกมาจากจมูก ความรู้สึกเหมือนตัวตนของเธอกำลังถูกสูบออกไปทางรูขุมขน ทุกครั้งที่เธอ 'นิยาม' ความจริง เธอต้องจ่ายด้วยเศษเสี้ยวของความทรงจำของตัวเอง

“ธารา! หยุดก่อน! เธอจะหายไป!” ครามตะโกนด้วยความตระหนก เขาพุ่งเข้าไปประคองเธอไว้

“ฉันต้อง... ต้องรักษาช่องว่างนี้ไว้...” ธาราพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “ถ้าฉันไม่สร้างพื้นที่ที่ 'ไม่สมบูรณ์' ขึ้นมาเพื่อรองรับพวกมัน... พวกมันจะกลืนกินทุกอย่างเข้าไปในความสมบูรณ์แบบที่ว่างเปล่า”

ท่ามกลางความโกลาหล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่ม Inquisitors เริ่มดังใกล้เข้ามามากขึ้น แสงจากเครื่องมือควบคุมมิติของพวกเขากวาดผ่านยอดไม้ สร้างเส้นสายสีฟ้าที่ดูสะอาดตาแต่ไร้ชีวิตชีวา มันเหมือนกับกรงขังที่กำลังค่อยๆ บีบวงล้อมเข้ามาหาพวกเขา ในขณะเดียวกัน The Echoes ก็เริ่มรวมตัวกันหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นกำแพงเงาที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด

ธารามองเห็นภาพนิมิตวูบหนึ่งในความมืดมิดของจิตใจ—เธอเห็น 'แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์' มันไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ แต่มันคือจังหวะที่ผิดเพี้ยนในบทเพลง คือรอยร้าวบนแจกันที่ทำให้มันงดงาม และคือความเจ็บปวดที่ทำให้มนุษย์ยังมีลมหายใจ เธอต้องไปให้ถึงใจกลางความบิดเบี้ยว ไม่ใช่เพื่อแก้ไขมันให้ตรง แต่เพื่อทำให้มัน 'ผิดเพี้ยนอย่างมีชีวิต'

“คราม...” เธอกระซิบพลางคว้ามือเขาไว้แน่น “เราต้องมุ่งหน้าไปที่รอยแยกที่ลึกที่สุด... ที่ที่ความจริงกับความว่างเปล่าปะทะกันรุนแรงที่สุด ที่นั่นคือที่เดียวที่แก่นแท้นั้นจะปรากฏ”

ครามมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ เขาเห็นความมุ่งมั่นที่ปนเปไปด้วยความเศร้าหมอง เขาพยักหน้าอย่างช้าๆ แม้จะรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของทั้งคู่

ทั้งสองเริ่มออกวิ่งฝ่าม่านหมอกและเศษเสี้ยวของมิติที่พังทลาย ทิ้งไว้เบื้องหลังเสียงกรีดร้องของเงาร่างที่พยายามจะขโมยตัวตน และเสียงเครื่องจักรที่กำลังเดินหน้าเข้ามาเพื่อเปลี่ยนป่าดงพญาเย็นให้กลายเป็นระเบียบที่ตายซาก โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ในเงามืดที่ลึกที่สุดของรอยแยกนั้น สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ไม่ใช่แค่แก่นแท้ แต่มันคือ 'ผู้เฝ้าประตู' ที่เกิดจากความผิดพลาดของการสร้างโลกครั้งแรก

--- ธาราและครามต้องเผชิญกับการรุกรานของ The Echoes ที่พยายามขโมยตัวตน และหน่วย Inquisitors ที่พยายามจัดระเบียบป่าด้วยเทคโนโลยีมิติ ทั้งคู่ต้องตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ใจกลางความบิดเบี้ยวเพื่อค้นหาแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นระเบียบที่ไร้ชีวิต