← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 20免費

ตอนที่ 20 — ใจกลางแห่งการแปรเปลี่ยนและร่างจำแลงแห่งความว่างเปล่า

เสียงคำรามที่ไม่ได้เกิดจากลำคอของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นเสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังฉีกขาด ดังกึกก้องไปทั่วโถงใจกลางความบิดเบี้ยว ธาราพุ่งทะยานผ่านอากาศที่หนักอึ้งราวกับมีตะกั่วผสมอยู่ ร่างของเธอไม่ได้ร่วงหล่นอย่างคนไร้ทางสู้ แต่เป็นการเคลื่อนที่ผ่านกระแสธารที่กฎเกณฑ์เดิมถูกลบเลือนไปสิ้น ทุกย่างก้าวที่เท้าสัมผัสกับพื้นผิวที่กึ่งแข็งกึ่งเหลวทำให้เธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากดิน แต่มาจากความว่างเปล่าที่พยายามจะ 'นิยาม' ตัวมันเองขึ้นมาใหม่

“ธารา! อย่าปล่อยให้จิตหลุดลอยไป!” เสียงของครามตะโกนก้อง ทว่ามันฟังดูห่างไกลราวกับดังมาจากอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทร เขาพยายามพุ่งเข้าหาเธอ ท่ามกลางพายุแห่งเศษซากความจริงที่หมุนวน ทั้งเศษใบไม้ที่กลายเป็นผลึกแก้ว และหยดน้ำที่ลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ไร้ดวงดาว

ธาราไม่สามารถตอบโต้เขาได้ในทันที เพราะในหัวของเธอตอนนี้ไม่ได้มีเพียงเสียงของคราม แต่มันคือเสียงกระซิบของพฤกษาที่กำลังกรีดร้อง และเสียงดูดกลืนที่เยือกเย็นของความว่างเปล่าที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูของเซลล์ในร่างกายเธอ ผิวหนังของเธอเริ่มมีลวดลายเรืองแสงสีเทาหม่นแทรกซึมผ่านเส้นเลือด มันไม่ใช่สีเขียวสดใสของป่าอีกต่อไป แต่มันคือสีของความจริงที่ถูกทำให้จางหาย เธอรู้สึกได้ถึง 'ตัวตน' ของตัวเองที่กำลังขยายออกไป ไม่ใช่แค่ในฐานะมนุษย์ แต่ในฐานะส่วนหนึ่งของสนามพลังงานที่กำลังบิดเบี้ยวนี้

เบื้องหน้าของพวกเขา สิ่งที่เคยเป็นเพียงเงาร่างลึกลับ บัดนี้ได้ 'เกิดใหม่' อย่างสมบูรณ์ มันไม่ใช่เพียงแค่ความว่างเปล่าที่ไร้รูปอีกต่อไป แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกถักทอขึ้นจากเจตจำนงแห่งความพินาศ ร่างของมันสูงตระหง่าน ข้ามพ้นเพดานของความเข้าใจมนุษย์ ผิวสัมผัสของมันดูเหมือนกลุ่มควันสีดำที่จับตัวกันเป็นก้อนแข็ง มีดวงตานับพันดวงที่วับแวมอยู่ใต้พื้นผิวที่สั่นไหว—ดวงตาเหล่านั้นไม่ใช่ดวงตา แต่มันคือหลุมดำขนาดเล็กที่พร้อมจะสูบกลืนทุกความทรงจำที่มันจ้องมอง

“มัน... กำลังใช้พลังของเธอ...” ครามพุ่งเข้ามาคว้าแขนของธาราไว้ได้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้เขาเซไปด้านข้าง แต่เขายังคงยึดเหนี่ยวเธอไว้ “เธอไม่ได้แค่หยุดยั้งมัน แต่เธอไปสร้าง 'แม่พิมพ์' ให้มัน! ความพยายามที่จะนิยามความจริงของเธอ มันคือการมอบรูปร่างให้ความว่างเปล่า!”

ธาราสบตาคราม ดวงตาของเธอมีประกายสีเงินจางๆ ที่ดูไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป “ถ้าฉันไม่ทำ... ป่าทั้งป่าจะหายไป... ไม่ใช่แค่หายไป... แต่จะถูกลบออกจากการมีอยู่... ฉันต้อง... ควบคุมมัน...”

คำพูดของเธอขาดห้วงเมื่อสิ่งลี้ลับนั้นขยับตัว เพียงแค่การเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว คลื่นกระแทกแห่งความว่างเปล่าก็ซัดเข้าหาพวกเขา แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นดินที่บิดเบี้ยวแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ครามใช้โล่ที่สร้างจากเศษเสี้ยวพลังงานพยายามป้องกันไว้ แต่แรงปะทะนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะต้านทานไหว ทั้งคู่ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปชนกับซากเครื่องจักรนักสำรวจที่พังยับเยิน

ท่ามกลางความโกลาหล ธาราเห็นภาพหลอนของป่าดงพญาเย็นที่เธารัก แต่มันไม่ใช่ป่าที่เขียวขจี มันคือป่าที่ประกอบขึ้นจากแสงสีเทาและเงาที่เคลื่อนไหวได้เอง ต้นไม้แต่ละต้นดูเหมือนกำลังพยายามจะดึงรั้งความจริงเอาไว้ไม่ให้สลายไป เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำลายศัตรู แต่มันคือการต่อสู้เพื่อกำหนดว่า 'อะไรคือความจริง'

สิ่งลี้ลับร่างมหึมาเริ่มขยายตัวขึ้นอีก มันส่งเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงระดับโมเลกุล มันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทำลาย แต่มันต้องการ 'แทนที่' พื้นที่ตรงนี้ด้วยกฎเกณฑ์ของมัน—กฎเกณฑ์ที่ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีเวลา และไม่มีชีวิต

“เราต้องไปที่ใจกลาง!” ธาราตะโกนขึ้นมา ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยแรงกดดัน แต่แววตาของเธอกลับนิ่งสงัดอย่างน่าประหลาด “จุดที่รอยแยกเดิมเคยอยู่... ตรงที่เครื่องจักรทำงานหนักที่สุด... ถ้าฉันสามารถรวมแก่นพฤกษาที่เหลืออยู่เข้ากับความว่างเปล่าที่เธอกำลังสร้างขึ้น ฉันอาจจะสร้าง 'จุดสมดุล' ขึ้นมาได้”

“มันคือการเดิมพันที่บ้าคลั่ง!” ครามตะโกนกลับขณะพยายามพยุงตัวเองขึ้น “ถ้ามันผิดพลาด เธอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่าไปตลอดกาล! และเราจะไม่มีวันได้เห็นป่าที่แท้จริงอีกเลย!”

“ถ้าไม่มีป่าที่แท้จริง... ก็ไม่มีความหมายที่จะต้องอยู่รอด!” ธารากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันราบเรียบและมั่นคงจนน่าขนลุก เธอเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า ก้าวผ่านเศษซากของความเป็นจริงที่กำลังล่มสลาย ทุกก้าวของเธอทำให้พื้นผิวรอบข้างเปลี่ยนไป—จากดินกลายเป็นแก้ว จากแก้วกลายเป็นความมืด

สิ่งลี้ลับจากความว่างเปล่าดูเหมือนจะรับรู้ถึงเจตจำนงของเธอ มันส่งเส้นสายสีดำขลับที่ดูเหมือนรากไม้ที่เน่าเปื่อยพุ่งเข้าใส่เธอ ธาราไม่ได้หลบ แต่เธอใช้พลังที่แฝงอยู่ในตัว—พลังที่ผสมผสานระหว่างแสงแห่งป่าและเงาแห่งความว่างเปล่า—สร้างกำแพงขึ้นมาปะทะ ความรุนแรงของการปะทะกันทำให้เกิดระเบิดแสงสีม่วงดำที่สว่างวาบจนมองไม่เห็นสิ่งใด

ในจังหวะที่แสงจางลง ธาราและครามพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าโถงขนาดใหญ่ที่เคยเป็นใจกลางของ Warden แต่มันบัดนี้กลายเป็นเหมือนหลุมดำขนาดมหึมาที่กำลังหมุนวนอยู่ท่ามกลางโครงสร้างที่บิดเบี้ยวของป่า เครื่องจักรขุดเจาะที่พังทลายลงยังคงหลงเหลือซากที่ส่งกระแสไฟฟ้าสีฟ้าหม่นออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับมันยังพยายามจะสูบฉีดพลังงานจากความว่างเปล่าที่กำลังถาโถมเข้ามา

“นั่นไง...” ครามชี้ไปที่ใจกลางพายุ “รอยแยกที่ยังไม่ปิดสนิท... แต่มันกำลังขยายตัวตามแรงดึงดูดของสิ่งนั้น!”

สิ่งลี้ลับร่างยักษ์พุ่งทะยานตามมาทันทางด้านหลังของพวกเขา เสียงคำรามของมันดังกลบทุกสรรพสิ่ง ธาราหลับตาลง เธอไม่ได้ฟังเสียงของป่าอีกต่อไป แต่เธอกำลังฟังเสียงของ 'ความไม่มีอยู่' เธอปล่อยให้จิตวิญญาณของเธอไหลออกไป ผสานเข้ากับความว่างเปล่าที่กำลังกัดกินโลก เธอไม่ได้พยายามจะต่อต้านมันอีกแล้ว แต่เธอกำลังพยายามจะ 'สั่งการ' มัน

“คราม... เตรียมตัวให้พร้อม...” ธารากระซิบ ร่างกายของเธอเริ่มเปล่งแสงสีเงินที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนดูเหมือนดวงดาวที่กำลังระเบิด “เมื่อฉันเริ่มกระบวนการ... อย่าให้ฉันต้องกลับมาคนเดียว... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...”

ครามพยายามจะพูด แต่เขาก็พบว่าความเงียบสงัดได้เข้ามาครอบคลุมพื้นที่รอบตัวเขาไปแล้ว ความจริงรอบกายกำลังสลายกลายเป็นฝุ่นผงสีดำ และในความมืดมิดนั้นเอง ธาราก็ได้เริ่มร่ายมนตราที่ไม่ได้มาจากบทสวด แต่มาจากแก่นแท้ของตัวตนที่กำลังแตกสลาย เพื่อสร้างความจริงใหม่ขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุด

--- ธาราและครามต้องเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับที่ได้รับร่างเนื้อจากการพยายามนิยามความจริงของธารา พวกเขาต้องตัดสินใจบุกเข้าสู่ใจกลางความบิดเบี้ยวเพื่อใช้พลังที่แปรเปลี่ยนไปของธาราในการสร้างจุดสมดุลใหม่ท่ามกลางความว่างเปล่า