← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 14免費

ตอนที่ 14 — รอยประสานแห่งความว่างเปล่าและพฤกษา

ความเงียบงันในมิติความว่างเปล่าไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงหวีดหวิวของความไม่มีอยู่จริงที่กรีดลึกเข้าไปในโสตประสาท ธาราไม่ได้รู้สึกถึงลมหายใจของตนเองอีกต่อไป เธอรู้สึกเพียงแรงสั่นสะเทือนของเศษเสี้ยวแก่นพฤกษาที่เธอพยายามประคองไว้ในอุ้งมือ มันคือแสงสีเขียวมรกตที่ริบหรี่ราวกับเทียนเล่มสุดท้ายท่ามกลางพายุหมุนของความมืดมิด ทว่าทุกครั้งที่เธอพยายามขีดเขียน 'ความเป็นจริง' ลงบนความว่างเปล่าเพื่อสร้างที่ยืนให้ตนเองและคราม แสงนั้นกลับกลายเป็นเข็มทิศนำทางให้เหล่าเงาร่างไร้รูปจากอีกฝั่งข้ามผ่านรอยแยกเข้ามาได้ง่ายขึ้น

“ธารา! อย่าปล่อยมือ!” เสียงของครามดังแว่วมา มันฟังดูห่างไกลและบิดเบี้ยว เหมือนเสียงที่ถูกส่งผ่านก้นบึ้งของมหาสมุทร ธาราเอื้อมมือออกไปในความมืดที่ไร้ทิศทาง นิ้วมือของเธอสัมผัสได้เพียงความเย็นเยียบที่ดูดซับความร้อนจากผิวหนัง ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากร่างของเธอให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า เธอเห็นร่างของครามลอยคว้างอยู่ท่ามกลางกระแสธารสีดำที่หมุนวน ร่างของเขาดูเหมือนจะจางหายไปในบางจังหวะ ราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำสาดใส่จนสีละลายหายไปในเนื้อกระดาษ

ธาราหลับตาลง เธอเลิกพยายามที่จะ 'สร้าง' กำแพงขึ้นมาต้านทาน เพราะยิ่งเธอสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งเพียงใด มิติความว่างเปล่าก็ยิ่งมองเห็นมันเป็นจุดเด่นชัดและรุกรานเข้ามาแรงเท่านั้น เธอต้องเปลี่ยน... เธอต้องไม่เป็นผู้ต่อต้าน แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของกระแสธารนี้ เธอสูดลมหายใจที่ไม่มีอยู่จริงเข้าปอด รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีไปที่เศษเสี้ยวแก่นพฤกษาในมือ แทนที่จะใช้มันสร้างรูปทรงที่แข็งทื่อ เธอเริ่มปล่อยให้พลังงานสีเขียวไหลซึมออกไปตามปลายนิ้ว ปล่อยให้มันแผ่ขยายออกไปอย่างอ่อนช้อยเหมือนรากไม้ที่ชอนไชไปในดินที่เปียกชื้น

เธอไม่ได้สร้างกำแพง แต่เธอกำลังสร้าง 'โครงข่าย'

เธอยอมให้ความมืดไหลผ่านร่างกายของเธอไป ราวกับว่าตัวเธอคือโพรงไม้ที่ว่างเปล่า แทนที่จะเป็นหินผาที่แข็งกร้าว ความรู้สึกของการถูกลบเลือนเริ่มเปลี่ยนไป จากความเจ็บปวดที่เหมือนถูกฉีกกระชาก กลายเป็นความรู้สึกเบาสบายอย่างน่าประหลาด เธอเริ่มหลอมรวมจังหวะการเต้นของหัวใจเข้ากับความถี่ของความว่างเปล่า และในขณะเดียวกันก็เชื่อมต่อจังหวะของความว่างเปล่านั้นเข้ากับความถี่ของป่าดงพญาเย็นที่เธอยังคงสัมผัสได้ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ

“ธารา... คุณทำอะไร...” เสียงครามดูจะชัดเจนขึ้น เขาไม่ได้ดูเหมือนจะถูกกลืนกินอีกต่อไป แต่เขากำลังลอยอยู่ภายในฟองอากาศแห่งแสงสีเขียวที่ธาราสร้างขึ้นมาอย่างแนบเนียน มันไม่ใช่ฟองอากาศที่ปิดกั้นความมืด แต่มันคือพื้นที่ที่ความมืดและแสงสว่างไหลผ่านกันและกันได้โดยไม่ทำลายล้างกัน

ทันใดนั้น เงาร่างปริศนาที่เคยพุ่งเข้าหาพวกเขาด้วยความหิวโหยก็ชะงักลง สิ่งลี้ลับเหล่านั้นไม่ได้หายไป แต่มันเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าลง เมื่อพวกมันสัมผัสได้ว่า 'เหยื่อ' ของพวกมันไม่ได้เป็นวัตถุแปลกปลอมที่ขัดแย้งกับมิติอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่บิดเบี้ยวนี้ ธาราเห็นเงาเหล่านั้นไหลผ่านร่างของเธอไปเหมือนหมอกควัน มันไม่ได้ทำร้ายเธอ แต่มันกำลังไหลเวียนผ่าน 'โครงข่าย' ที่เธอสร้างขึ้น

แต่ภารกิจของเธอยังไม่จบ การหลอมรวมนี้เป็นเพียงการสร้างสมดุลชั่วคราวเพื่อหาทางกลับสู่ความเป็นจริง ธาราต้องใช้แรงเหวี่ยงจากความว่างเปล่านี้เพื่อพุ่งกลับไปยังจุดที่เครื่องจักรของกลุ่มนักสำรวจกำลังฉีกกระชากโลกอยู่ เธอต้องกลับไปหยุดยั้งการเปิดประตูมิติที่กำลังขยายตัว

“คราม จับมือฉันไว้!” ธาราส่งเสียงเรียก เธอใช้พลังจากแก่นพฤกษาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด สร้างแรงผลักดันที่สอดประสานไปกับกระแสความว่างเปล่าที่กำลังหมุนวน เธอไม่ได้สู้กับกระแส แต่เธอใช้มันเป็นคลื่นเพื่อโต้กลับ ร่างของเธอและครามถูกเหวี่ยงพุ่งทะยานผ่านความมืดมิดด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียว

ภาพเบื้องหน้าเริ่มปรากฏชัดขึ้นทีละน้อย แสงสีแดงฉานจากเปลวเพลิงและประกายไฟจากเครื่องจักรขุดเจาะเริ่มเล็ดลอดเข้ามาในสายตา ความมืดมิดที่เคยไร้ขอบเขตถูกแทนที่ด้วยความโกลาหลของโลกความจริงที่กำลังพังทลาย ธาราเห็นรอยแยกขนาดมหึมาที่ขยายตัวออกราวกับปากของอสุรกายที่กำลังหิวโหย และที่ใจกลางของรอยแยกนั้น เครื่องจักรสีดำทมิฬของนักสำรวจยังคงส่งเสียงคำรามกึกก้อง พลังงานสีม่วงดำที่บิดเบี้ยวพุ่งออกมาจากหัวเจาะ ราวกับมันกำลังสูบฉีดความว่างเปล่าเข้าสู่หัวใจของป่าดงพญาเย็น

“เราใกล้ถึงแล้ว!” ครามตะโกน เขาพยายามทรงตัวท่ามกลางแรงเหวี่ยงที่บ้าคลั่ง

แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่กำลังทำงานอยู่ ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ธาราเห็นสิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า ร่างของ Warden ผู้พิทักษ์รากฐานที่เคยสง่างาม บัดนี้ถูกโซ่ตรวนพลังงานเวทมนตร์พันธนาการไว้ มันกำลังถูกเครื่องจักรสูบกลืนแก่นพลังงานออกไปจากร่างอย่างทารุณ จนร่างของมันกึ่งโปร่งใสและแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ทุกครั้งที่มันดิ้นรน แรงสั่นสะเทือนจะส่งผลให้มิติความว่างเปล่ารอบๆ พุ่งสูงขึ้นไปอีก

“ถ้าเราไม่หยุดมันตอนนี้... ทุกอย่างจะหายไป ไม่ใช่แค่ป่า แต่คือทุกสิ่งที่มีอยู่จริง” ธาราพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว

ขณะที่พวกเขากำลังจะพุ่งเข้าสู่เขตแดนของเครื่องจักร รอยแยกของมิติก็เกิดการกระชากครั้งใหญ่ สิ่งลี้ลับขนาดมหึมาที่อยู่ลึกเข้าไปในความว่างเปล่า—สิ่งที่ใหญ่กว่าเงาร่างใดๆ ที่เคยเห็น—เริ่มเคลื่อนตัวผ่านประตูมิติที่กำลังเปิดกว้าง มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันคือ 'บางอย่าง' ที่มีรูปร่างเป็นเศษเสี้ยวของความจริงที่พังทลาย มันกำลังพยายามจะก้าวข้ามมายังโลกของพวกเขา

ธาราและครามถูกเหวี่ยงกระแทกลงบนพื้นรากไม้ที่บิดเบี้ยวอย่างแรง แรงปะทะทำให้สติของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ แต่เสียงคำรามของเครื่องจักรและเสียงกรีดร้องของป่าทำให้เธอต้องลืมตาขึ้นอีกครั้ง

เบื้องหน้าของพวกเขา คือสมรภูมิระหว่างเหล็กกล้าและจิตวิญญาณที่กำลังจะดับสูญ และเหนือขึ้นไปบนเพดานรากไม้ สิ่งลี้ลับจากมิติความว่างเปล่ากำลังเริ่มปรากฏกายออกมาจากรอยแยกอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ... และมันดูเหมือนจะไม่ได้มาเพื่อทำลายเพียงอย่างเดียว แต่มันกำลังมองหา 'บางสิ่ง' ที่หลบซ่อนอยู่ในแก่นพฤกษาที่ธาราถืออยู่

--- ธาราใช้กลยุทธ์การหลอมรวมตัวตนเข้ากับความว่างเปล่าเพื่อรักษาชีวิตและหาทางกลับสู่โลกความจริงได้สำเร็จ ก่อนจะพุ่งกลับเข้าสู่สมรภูมิที่เครื่องจักรของนักสำรวจกำลังสูบพลังจาก Warden และเปิดทางให้สิ่งลี้ลับขนาดมหึมาข้ามมิติมายังโลกจริง