ตอนที่ 4 — เงาในลำธาร
สายน้ำเย็นเฉียบที่ไหลรินผ่านฝ่ามือของพนา ยังคงให้ความรู้สึกแปลกแยก แม้จะคุ้นเคยกับสัมผัสของมันมาตลอดชีวิตก็ตาม การต่อสู้กับอสูรร้ายเมื่อไม่นานมานี้ ยังคงทิ้งร่องรอยความปั่นป่วนไว้ในใจเขา ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าทางกายภาพ แต่เป็นความตระหนักรู้ที่ว่า โลกที่เขาเคยรู้จักกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ภาพของกรงเล็บที่ตะปบเข้าใส่ร่างของเขาอย่างเฉียดฉิว เสียงคำรามที่ดังก้องอยู่ในหัว และความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อพลังสายธารอาคมของเขาปะทะเข้ากับพลังงานดำมืดของอสูร ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังผืนน้ำใสก็ตาม
“พนา!” เสียงเรียกของย่าคำนวลดังขึ้น ดึงเขาออกจากภวังค์ หญิงชราในชุดพื้นเมืองสีมอซอโทรม ร่างกายผอมบางแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง กำลังเดินตรงมาที่เขา พร้อมกับตะกร้าสานที่เต็มไปด้วยสมุนไพรสด “ข้าเห็นเจ้าเหม่อลอยอยู่ริมน้ำนานแล้ว มีอะไรรบกวนจิตใจรึเปล่า?”
พนาพยักหน้าเบาๆ เหลือบตามองย่าคำนวลก่อนจะสบตากับสายน้ำอีกครั้ง “ข้าแค่... คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ย่าครับ” เขาพูดเสียงแผ่ว “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีสิ่งมีชีวิตแบบนั้นอยู่จริง และพลัง... พลังที่ข้าใช้ มันมาจากไหนกันแน่?”
ย่าคำนวลยิ้มบางๆ สัมผัสได้ถึงความสับสนและความหวาดหวั่นในตัวหลานชาย เธอวางตะกร้าลงข้างกาย แล้วทรุดตัวนั่งลงบนโขดหินริมตลิ่ง “พลังนั้น… มันอยู่ในสายเลือดของเจ้า พนา มันคือสิ่งตกทอดจากบรรพบุรุษของเจ้า ผู้เฝ้าสายธารที่แท้จริง” เธอพูดพลางลูบไล้ใบหน้าของเขา “พวกเขาสามารถสื่อสารกับสายธาร ดึงพลังจากมันมาปกป้องผืนป่าและผู้คนได้”
“แต่ว่า… อสูรตัวนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป ย่าครับ ข้าเกือบจะเอาไม่อยู่” พนาถอนหายใจ “หากย่าไม่เข้ามาช่วย… ข้าไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น”
“นั่นเป็นบททดสอบแรกของเจ้า พนา” ย่าคำนวลกล่าวเสียงหนักแน่น “เจ้าผ่านมันมาได้ แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม” เธอหยิบสมุนไพรสีเขียวเข้มที่มีกลิ่นหอมฉุนขึ้นมาหนึ่งกำ “นี่คือ 'ลมหายใจพฤกษา' ช่วยให้จิตใจสงบและเสริมสร้างพลังกาย รสชาติอาจจะขม แต่เชื่อข้า มันมีประโยชน์ต่อเจ้ามาก”
พนาพยักหน้ารับ เขาเชื่อย่าคำนวลเสมอ หญิงชราผู้เดียวที่เหลืออยู่ของครอบครัว เป็นเหมือนเสาหลัก เป็นเหมือนสมุดบันทึกแห่งชีวิตของหมู่บ้านแห่งนี้ เขาหยิบสมุนไพรมาหนึ่งใบ ลองขยี้ดู กลิ่นหอมสดชื่นที่ลอยขึ้นมา ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
“แต่คำเตือนของย่ายังคงอยู่” พนาพูดขึ้น “เกี่ยวกับภัยร้ายจากป่าลึก... อสูรตัวนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นใช่ไหมครับ?”
ดวงตาของย่าคำนวลฉายแววครุ่นคิด “ใช่ พนา ภัยร้ายนั้นกำลังคืบคลานเข้ามา ช้าๆ แต่แน่นอน ป่าลึกที่เคยสงบสุข กำลังถูกความมืดกลืนกิน สิ่งมีชีวิตโบราณที่หลับใหลมานาน กำลังตื่นขึ้น” เธอเหลือบมองไปยังแนวป่าทึบที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า “ข้าสัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนในสายน้ำ และเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจากพงไพร มันไม่ใช่แค่เสียงของลมอีกต่อไป”
ทันใดนั้น พนาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปตามสันหลัง เขาเงยหน้ามองไปยังลำธารอีกครั้ง คราวนี้ ไม่ใช่เพียงภาพสะท้อนของท้องฟ้าและใบไม้ที่อยู่เบื้องหน้า แต่เป็นภาพเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ใต้น้ำ เป็นเงาที่ดูใหญ่โตและบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่เงาของปลา ไม่ใช่เงาของสัตว์น้ำที่เขาคุ้นเคย
“นั่น… นั่นมันอะไรน่ะ ย่า?” เขาถามเสียงสั่น
ย่าคำนวลขมวดคิ้ว เธอเพ่งมองไปยังจุดที่พนาชี้ “ข้า… ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” เธอพึมพำ “มันเหมือนเงาของบางสิ่งที่… ดุร้าย”
เงาใต้น้ำนั้นเคลื่อนไหวเร็วขึ้น มันวนเวียนอยู่ใกล้กับที่ที่พนาเคยใช้พลังสายธารอาคมเมื่อคืนก่อน ราวกับกำลังตามหาบางสิ่ง หรือบางคน พนาเห็นน้ำในลำธารบริเวณนั้นเริ่มขุ่นมัวขึ้นเล็กน้อย มีฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ
“ข้าว่า… เราควรไปจากที่นี่” พนาพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“เจ้าแน่ใจรึ?” ย่าคำนวลถาม “เจ้าเพิ่งจะผ่านการต่อสู้มา เจ้ายังต้องการพักผ่อน”
“ไม่ครับ” พนาส่ายหน้า “ข้ารู้สึกได้ถึงอันตราย มันไม่ใช่แค่กับข้า แต่กับหมู่บ้านของเราด้วย” เขามองไปยังเงาในลำธารอีกครั้ง “หากสิ่งที่อยู่ในน้ำนั่นคือภัยคุกคามที่ย่าพูดถึง ข้าต้องเตรียมพร้อม”
ขณะที่พวกเขากำลังจะเคลื่อนตัวออกจากริมลำธาร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องบน เป็นเสียงแหลมเล็ก แต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
ทั้งพนาและย่าคำนวลหันไปมองตามเสียง เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังปีนป่ายอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่เหนือลำธาร กิ่งไม้ที่ยื่นออกไปกลางน้ำ และดูเหมือนจะใกล้จะหักเต็มที เด็กหญิงคนนั้นเสียหลัก ร่างเล็กๆ ของเธอแกว่งไปมาอย่างน่าหวาดเสียว
“อะแฮ่ม! ระวังนะ!” ย่าคำนวลตะโกนเตือน
แต่แล้ว เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กิ่งไม้ที่เด็กหญิงเกาะอยู่ หักผึง! ร่างเล็กๆ ของเธอดิ่งลงสู่ลำธาร พนารู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ เขาเห็นเด็กหญิงตีขาไปมา พยายามสูดอากาศเข้าปอด แต่น้ำในลำธารที่นี่ค่อนข้างลึก และเด็กคนนั้นดูเหมือนจะว่ายน้ำไม่เป็น
“ช่วยด้วย! ข้าช่วยตัวเองไม่ได้!” เสียงร้องของเด็กหญิงยิ่งโหยหวน
พนาไม่รอช้า เขากระโจนลงไปในน้ำทันทีโดยไม่ทันคิดถึงความเย็นหรือความลึก เด็กหญิงกำลังถูกกระแสน้ำพัดพาไปอย่างรวดเร็วเข้าใกล้บริเวณที่เงาดำมืดนั้นกำลังวนเวียนอยู่
“อย่า! พนา!” ย่าคำนวลตะโกน พลางหยิบสมุนไพรในตะกร้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
พนาพุ่งเข้าหาร่างเล็กๆ ของเด็กหญิง เขาสามารถคว้าแขนของเธอไว้ได้ แต่แรงกระแสน้ำก็ยังคงดึงรั้งพวกเขาอยู่ พลัน… เงาใต้น้ำนั้นก็พุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว มันมีขนาดใหญ่กว่าที่พนาคาดไว้มาก รูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายงูทะเล แต่มีเกล็ดสีดำทะมึนสะท้อนแสงวูบวาบ ดวงตาสีแดงฉานสองดวงจ้องเขม็งมาที่พวกเขา
พนาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แท้จริง ไม่ใช่แค่จากน้ำ แต่เป็นความเย็นที่แผ่ซ่านมาจากสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้า มันดูดกลืนความอบอุ่นทุกอย่างไป ราวกับเป็นตัวแทนของความมืดมิดในป่าลึกที่ย่าคำนวลกล่าวถึง
“ปล่อยเด็กคนนั้น!” พนาตะโกนเสียงดัง พยายามดึงเด็กหญิงให้เข้ามาใกล้ตัว เขาพยายามรวบรวมพลังสายธารอาคมที่เคยใช้เมื่อคืนก่อน แต่มันกลับรู้สึกติดขัด ไม่ไหลลื่นเหมือนเดิม ราวกับว่าพลังของสิ่งมีชีวิตนี้กำลังกดทับและบั่นทอนพลังของเขา
เงาใต้น้ำนั้นไม่สนใจคำพูดของเขา มันอ้าปากที่เต็มไปด้วยซี่ฟันแหลมคมออก พร้อมที่จะกัดเข้าใส่…
“พนา!” ย่าคำนวลตะโกนอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเธอเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่าง เธอชูสมุนไพรในมือขึ้น และเริ่มท่องบทสวดโบราณ เสียงของเธอแม้จะแหบแห้ง แต่ก็ดังชัดเจน และพลังงานสีเขียวอ่อนๆ ก็เริ่มแผ่กระจายออกมาจากสมุนไพรนั้น สาดแสงสว่างจ้าเข้าใส่เงาใต้น้ำ
แสงนั้นทำให้เงาในน้ำชะงักไปเล็กน้อย มันส่งเสียงร้องที่ฟังดูเหมือนเสียงฝีปากที่กระทบกันของหินผา ก่อนจะหดตัวกลับลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของลำธาร แต่พนาสัมผัสได้ว่ามันยังไม่จากไปไหน มันเพียงแค่ล่าถอยไปก่อน
พนาคว้าแขนเด็กหญิงไว้แน่น รีบพาเธอว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างรวดเร็ว เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นดินริมตลิ่ง เขาก็อุ้มเด็กหญิงขึ้นมา พลันเด็กหญิงก็เริ่มสำลักน้ำออกมา ร่างเล็กๆ ของเธอสั่นเทา
“ไม่เป็นไรนะ… ปลอดภัยแล้ว” พนาพูดปลอบโยน เขากอดเธอไว้แน่น พยายามถ่ายทอดความอบอุ่นจากร่างกายของเขาให้เธอ
ย่าคำนวลรีบเข้ามาดูอาการเด็กหญิง พลางพึมพำ “เกือบไปแล้วจริงๆ” เธอหันไปมองพนา “เจ้าทำได้ดีมาก พนา เจ้ากล้าหาญมาก”
พนาพยักหน้ารับ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยคำถามและความกังวล เขาเห็นเงาสีดำนั้น… มันไม่ใช่แค่สัตว์ร้ายธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของบางสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น พลังที่เขาใช้เมื่อคืนนั้น… ทำไมมันถึงทำงานได้ไม่เต็มที่? และทำไมย่าคำนวลถึงมีพลังในการขับไล่มันได้? ความลับของสายธารอาคม… ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่เขาเคยคิดไว้มากนัก
“ข้าว่า… เราต้องรีบกลับหมู่บ้าน” พนาพูดเสียงหนักแน่น “แล้ว… ข้าต้องเรียนรู้ให้เร็วกว่านี้” เขาเหลือบมองไปยังลำธารอีกครั้ง เงาตะคุ่มนั้นหายไปแล้ว แต่น้ำยังคงขุ่นมัวเล็กน้อย ราวกับว่ามันกำลังรอคอย… รอคอยที่จะปรากฏตัวอีกครั้ง
ย่าคำนวลพยักหน้าเห็นด้วย เธอรับเด็กหญิงมาไว้ในอ้อมแขน “ใช่ พนา ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเตรียมตัวอย่างจริงจัง” เธอพูดพลางมองไปยังแนวป่าทึบที่เริ่มทอดยาวมากขึ้นเรื่อยๆ ในยามเย็น “เงามืดในป่าลึก… กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด”
พนาพยักหน้ารับอีกครั้ง เขากระชับกำปั้น ความรู้สึกถึงพลังที่หลับใหลอยู่ภายในตัวเขาเริ่มเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่พลังแห่งสายธาร แต่เป็นพลังแห่งบรรพบุรุษ เป็นพลังแห่งการปกป้อง เขาต้องเรียนรู้ที่จะปลดปล่อยมันออกมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
--- ขณะที่พนากำลังทบทวนเหตุการณ์ต่อสู้กับอสูร ย่าคำนวลกำลังจะสอนเรื่องการควบคุมพลัง แต่ทันใดนั้นเอง เงาดำประหลาดก็ปรากฏตัวขึ้นในลำธารพร้อมกับเด็กหญิงที่พลัดตกน้ำ พนาต้องใช้พลังที่ยังไม่สมบูรณ์เข้าช่วยเหลือ และเผชิญหน้ากับเงาดำอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ย่าคำนวลได้ใช้สมุนไพรโบราณช่วยขับไล่ ทำให้พนาตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฝึกฝนพลังของตนเอง และถึงเวลาต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายที่แท้จริงจากป่าลึก