← 章節目錄

The Arcane Stream: Beginnings

章節 16免費

ตอนที่ 16 — บทสนทนาใต้แสงจันทร์และอดีตที่ถูกปลุก

ราตรีอันเงียบสงัดทาบทับผืนป่าบันธารา แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลอดผ่านม่านใบไม้หนาทึบลงมายังศาลาร่มเงาพฤกษา พนาทรุดตัวลงนั่งข้างกองไฟที่กำลังมอดไหม้ ดวงตาเหม่อลอยไปยังเปลวเพลิงที่ดับลับลงไปทีละน้อย ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนตลอดทั้งวันยังคงเกาะกุมร่างของเขา แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความกังวลที่ก่อตัวขึ้นในใจ

“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว พนา” เสียงทุ้มนุ่มของพฤกษาดังขึ้นจากมุมหนึ่งของศาลา เขากำลังขัดเงาไม้เท้าที่ทำจากรากไม้โบราณ ดวงตาของเขาฉายแววอบอุ่นและเข้าใจ “พลังที่เจ้าปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้… มันแข็งแกร่งขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก”

พนาถอนหายใจยาว “แต่ก็ยังไม่พอครับท่านพฤกษา เงานั่น… มันยังคงแข็งแกร่งเกินไป และผมรู้สึกว่ามันกำลังจะกลับมา… แรงกว่าเดิม” เขาเงยหน้าขึ้นมองพฤกษา สายตาเต็มไปด้วยคำถาม “ผมไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมมันถึงตามล่าพวกเราไม่หยุดหย่อน มันต้องการอะไรกันแน่?”

พฤกษาหยุดมือจากการขัดเงาไม้เท้า ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ วางมันลง เขาเดินเข้ามาใกล้พนา และนั่งลงข้างๆ “บางครั้ง การตามล่าก็ไม่ได้มีเหตุผลที่ซับซ้อนนัก พนา มันเป็นเพียงสัญชาตญาณ… สัญชาตญาณของความมืดที่ต้องการกลืนกินแสงสว่าง”

“แต่เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ… มันคืออะไรกันแน่? หินแห่งความทรงจำมันเชื่อมต่อผมกับรากไม้โบราณได้ แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนกำลังมองเห็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพทั้งหมด” พนาเล่าถึงความรู้สึกสับสนของเขา “ผมเห็นภาพของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว… เห็นผู้คนกำลังสวดมนต์… และเห็นเงา… เงาที่กำลังพยายามจะทำลายทุกสิ่ง”

พฤกษายิ้มบางๆ “เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ… มันคือหัวใจของบันธารา พนา มันคือต้นกำเนิดของสายธารอาคม และเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถขับไล่ความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้ ส่วนหินแห่งความทรงจำ… มันเป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยให้เจ้าค่อยๆ เข้าใจแก่นแท้ของพลังนั้น” เขาแตะเบาๆ ที่หน้าผากของพนา “การเชื่อมต่อกับอดีต… มันไม่ใช่การมองเห็นภาพทั้งหมดในครั้งเดียว แต่มันคือการปะติดปะต่อชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ค่อยๆ เผยความจริงออกมาทีละน้อย”

ขณะที่พนาพยายามประมวลคำพูดของพฤกษา จู่ๆ ลดาที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็สะดุ้งตื่น เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย “ที่นี่… ที่ไหนคะ?” เสียงของเธอยังคงแหบพร่า ราวกับเพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน

พนาหันไปมองลดาด้วยความเป็นห่วง “เราอยู่ที่ศาลาร่มเงาพฤกษาแล้วลดา เจ้าปลอดภัย” เขาตอบ พยายามใช้เสียงที่อ่อนโยนที่สุด

ลดาพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ ศาลา และหยุดอยู่ที่ใบหน้าของพนา “พนา… ฉัน… ฉันจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ” เธอพึมพำ เสียงสั่นเครือ “ฉันจำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง… หรือว่าฉันเป็นใคร”

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่พนาอีกครั้ง เขาไม่เคยโทษลดา แต่การเห็นเธอต้องทนทุกข์ทรมานจากความสูญเสียความทรงจำเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกหนักอึ้งในใจ “ไม่เป็นไรนะลดา” เขาพูดปลอบ “เราจะค่อยๆ หาทางไปด้วยกัน”

ทันใดนั้นเอง เสียงของพฤกษาก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้ากำลังสัมผัสถึงมันอีกแล้วใช่ไหม พนา?”

พนาหันไปมองพฤกษา ใบหน้าของเขาซีดเผือดลง “ใช่ครับ… มันแรงขึ้น… รู้สึกเหมือนมันกำลังจะ… ทะลวงเข้ามา” ทันทีที่เขาพูดจบ อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟที่มอดไหม้ไปแล้วกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีฟ้าอมเขียวที่ดูผิดธรรมชาติ แสงสว่างจางๆ จากเปลวเพลิงสะท้อนในดวงตาของพนา ทำให้มันดูราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัว

“เงา…” พนาพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่า “มันมาแล้ว!”

เงาดำทะมึนก่อตัวขึ้นกลางอากาศ เหนือบริเวณที่เคยเป็นดอกไม้พิษที่พนาผนึกไว้เมื่อวันก่อน มันมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัวกว่าครั้งไหนๆ พลังงานอันชั่วร้ายแผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรง จนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่บีบคั้นหัวใจ

“ข้าบอกแล้ว… ว่าข้าจะกลับมา… และแข็งแกร่งกว่าเดิม!” เสียงอันเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งดังแว่วมาเข้าหู แม้ว่าเงาจะไม่มีปากก็ตาม

พนาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง “ลดา! ถอยไป!” เขาตะโกนสั่งพลางหันไปมองลดาที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่

พฤกษาเองก็ยืนขึ้นเช่นกัน เขาจับด้ามไม้เท้าโบราณแน่น ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเงาดำด้วยความมุ่งมั่น “เจ้าโผล่มาผิดที่ผิดเวลาเสียแล้ว เงา!”

พนาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสถึงพลังสายธารอาคมที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในกาย เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับผืนดิน ใต้ผืนศาลา รากไม้โบราณกำลังส่งพลังมาหล่อเลี้ยงเขา หินแห่งความทรงจำที่อยู่บนอกของเขาก็เริ่มอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติ

“ครั้งนี้… ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายใครอีก!” พนาตะโกนก้อง พลังสายธารอาคมสีฟ้าอมเขียวพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขา มันไม่ใช่แสงสีฟ้าอันอ่อนโยนเหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไป แต่เป็นแสงที่สว่างเจิดจ้าและทรงพลังอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แสงนั้นขยายวงกว้างออกไป ปะทะเข้ากับเงาดำทะมึนที่กำลังขยายตัว

การปะทะกันของพลังทั้งสองทำให้เกิดเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า พื้นศาลาสะเทือนอย่างรุนแรง พฤกษาใช้พลังจากไม้เท้าโบราณช่วยเสริมแรงให้พนา ขณะที่ลดาพยายามรวบรวมสติ หลบอยู่หลังเสาศาลา

“เจ้า… เจ้าแข็งแกร่งขึ้น… แต่ก็ยังไม่พอ!” เสียงของเงาดำดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด มันพยายามจะกลืนกินแสงสว่างของพนา แต่พลังที่พนาปลดปล่อยออกมานั้นกลับแข็งแกร่งเกินกว่าที่เงาจะต้านทานได้ในตอนนี้

“เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ… มันกำลังตื่นขึ้น!” พฤกษาตะโกน “พลังของเจ้ากำลังจะสมบูรณ์!”

พนาสูดลมหายใจอีกครั้ง สัมผัสถึงพลังอันมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในกาย เขาผนึกกำลังทั้งหมดที่มี ปลดปล่อยพลังสายธารอาคมออกมาอย่างเต็มที่ แสงสว่างสีฟ้าอมเขียวสว่างวาบไปทั่วทั้งศาลา บีบอัดเงาดำให้เล็กลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็สลายหายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความเหนื่อยอ่อนของพนา

เมื่อพนาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงสีฟ้าในกายของเขาก็เริ่มจางหายไป เขาทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง พฤกษาเข้ามาประคองเขาไว้ “เจ้าทำได้ดีมาก พนา… เจ้าขับไล่มันไปได้อีกครั้ง”

พนาหอบหายใจ “แต่… แต่มันจะกลับมา… ใช่ไหมครับ?”

พฤกษามองไปยังที่ที่เงาดำเคยปรากฏ “ใช่… มันจะกลับมา แต่คราวนี้… เจ้าจะพร้อมรับมือกับมันได้ดีกว่าเดิม” เขากล่าว “พลังของเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ… มันกำลังเติบโตขึ้นในตัวเจ้า… ความทรงจำของบรรพบุรุษของเจ้ากำลังจะถูกปลุกขึ้นมา… และเจ้าจะได้รู้… ถึงเหตุผลที่แท้จริง… ที่เจ้าต้องเป็นผู้เฝ้าสายธาร… และต้องเผชิญหน้ากับเงาตนนี้”

พนาเงยหน้ามองพฤกษา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น เขาเพิ่งสัมผัสได้ถึงพลังที่แท้จริงของสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกาย แต่เขาก็รู้ดีว่าการเดินทางนี้ยังอีกยาวไกล และปริศนาเกี่ยวกับเงา กับเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ… ยังมีอีกมากมายที่ต้องค้นหา

ขณะเดียวกัน ลดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง ก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปภายในตัวเธอเอง… ความว่างเปล่าในความทรงจำของเธอกำลังถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งที่… คุ้นเคยอย่างประหลาด

--- พนาปลดปล่อยพลังสายธารอาคมที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก สามารถขับไล่เงาดำที่กลับมาได้สำเร็จ โดยได้รับการช่วยเหลือจากพฤกษา ทำให้เขารู้ว่าพลังของเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำกำลังเติบโตในตัวเขา แต่ลึกๆ แล้วยังคงมีคำถามเกี่ยวกับเงาและตัวตนที่แท้จริงของเธอ ส่วนลดาก็เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในตัวอันเป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น