← 章節目錄

The Arcane Stream: Beginnings

章節 13免費

ตอนที่ 13 — ศาลากลางสายหมอก

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมผืนป่าบันธารา ชะล้างความเย็นยะเยือกยามรัตติกาลออกไปทีละน้อย พนาสูดลมหายใจลึกรับกลิ่นอายของผืนป่าที่เปียกชื้น ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่ไม่รู้จักชื่อ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากกิ่งก้านสาขาที่อยู่ไกลออกไปดังแว่วมาท่ามกลางความเงียบสงัด เขาหยุดยืนอยู่หน้า 'ศาลาร่มเงาพฤกษา' สิ่งปลูกสร้างโบราณที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึกแห่งนี้ กำแพงอิฐมอญที่ถูกปกคลุมด้วยมอสสีเขียวหนาทึบ และหลังคาที่สร้างจากใบไม้ขนาดใหญ่เป็นเงา บัดนี้ดูเหมือนจะถูกโอบล้อมด้วยม่านหมอกที่มองเห็นทะลุได้ยากยิ่งกว่าเดิม

“ที่นี่คือสถานที่ที่เราต้องฝึกฝนพลังอย่างจริงจังใช่ไหม ลดา?” พนาหันไปถามเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกาย ดวงตาของลดาฉายแววสงสัยระคนหวาดหวั่น แต่ก็แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นที่ยากจะอธิบาย เธอกำลังพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่เลือนรางเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้

“ใช่ค่ะ พนา” เสียงของลดาแผ่วเบา “ฉันรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่นี่…มันอบอุ่น แต่ก็…น่าเกรงขาม”

พนาพยักหน้า เขาเองก็รู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากศาลาแห่งนี้ มันไม่ใช่พลังงานดิบๆ ที่เขาเคยสัมผัสจากสายธาร หรือพลังที่ปลุกขึ้นมาอย่างฉับพลันเมื่อเผชิญหน้ากับเงา แต่มันเป็นพลังที่โบราณ ลึกซึ้ง และแฝงไว้ด้วยภูมิปัญญา

“ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้มาที่นี่คนเดียว” เสียงแหบพร่าดังมาจากด้านในศาลา ทำให้พนาและลดารีบหันไปมอง ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่บนพื้นหินภายในศาลา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยที่บอกเล่าถึงกาลเวลาที่ผันผ่าน ดวงตาของเขาทอประกายสีฟ้าอ่อนๆ เหมือนกับสายธารอาคมที่พนาสัมผัสได้

“ยินดีต้อนรับสู่ศาลาร่มเงาพฤกษา ผู้สืบทอดสายธารอาคม” ชายชรากล่าว พร้อมรอยยิ้มบางๆ “ข้าคือ 'พฤกษา' ผู้พิทักษ์สถานที่แห่งนี้”

พนาอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบกับผู้ดูแลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ “ท่าน…ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าคือผู้สืบทอด?”

“พลังของสายธารอาคมนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วผืนป่านี้” พฤกษาตอบ ดวงตาของเขากวาดมองไปที่พนา “และข้าก็สัมผัสได้ถึงมัน…รวมถึงเงาที่ติดตามเจ้ามาด้วย”

เมื่อได้ยินคำว่า 'เงา' พนาพลันนึกถึงการเผชิญหน้าครั้งล่าสุดที่ริมลำธาร เขาเห็นลดาตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือดลง พนาจึงรีบก้าวเข้าไปใกล้เธอ

“ไม่ต้องกลัวนะลดา” พนากระซิบ “ข้าจะปกป้องเธอเอง”

พฤกษาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ภัยคุกคามนั้นยังคงอยู่ และมันกำลังเฝ้ามองพวกเจ้าอยู่ตลอดเวลา” เขาชี้ไปที่กลางศาลา “ที่นี่คือที่ที่เจ้าจะได้รับการฝึกฝนอย่างแท้จริง เพื่อให้พลังสายธารอาคมของเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องทุกสิ่ง”

พนาพยักหน้ารับ เขาตัดสินใจแล้วว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อฝึกฝนพลังของตนเองให้แข็งแกร่ง เขาเดินเข้าไปในศาลา นั่งลงตรงหน้าพฤกษา ลดาเองก็นั่งลงข้างๆ พนาด้วยความระแวง แต่ก็มีความหวังในแววตา

“การฝึกฝนนี้จะไม่ง่าย” พฤกษาเริ่ม “พลังสายธารอาคมนั้นเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ และการควบคุมมันต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มิใช่เพียงแค่การใช้กำลัง”

เขาหยิบสมุนไพรแห้งสีเขียวเข้มขึ้นมาหนึ่งกำมือ “สิ่งนี้เรียกว่า 'รากแห่งจิตวิญญาณ' มันจะช่วยให้เจ้าเชื่อมต่อกับพลังของผืนป่าได้ง่ายขึ้น” พฤกษาโยนสมุนไพรนั้นให้พนา

พนาประหลาดใจเมื่อสมุนไพรที่อยู่ในมือเขากลายเป็นแสงสีเขียวอ่อนเรืองรองขึ้นมาทันที เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายอย่างนุ่มนวล แต่ก็ทรงพลัง

“ทีนี้ ลองหลับตาลง” พฤกษาแนะนำ “สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วจินตนาการถึงสายน้ำที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า…สายธารแห่งชีวิต…และสายธารอาคม…ปล่อยให้มันไหลไปตามเส้นทางของมัน”

พนาทำตาม เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิ ภาพของลำธารสายเล็กๆ ที่เขาคุ้นเคยผุดขึ้นมาในความคิด ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นสายน้ำที่กว้างใหญ่ไพศาล และในที่สุด ก็กลายเป็นมหาสมุทรอันไร้ขอบเขตที่เชื่อมโยงกับทุกสิ่ง เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานอันอบอุ่นที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง จนกระทั่งกระแสพลังนั้นรวมตัวกันอยู่ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง

เมื่อพนาลืมตาขึ้น เขาก็เห็นว่าฝ่ามือทั้งสองข้างของเขากำลังเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา สว่างไสวราวกับดวงดาวที่อยู่ห่างไกล เสียงกระซิบของจิตวิญญาณโบราณดังขึ้นในหัวของเขา ชี้แนะเส้นทางแห่งการฝึกฝน

“ยอดเยี่ยม” พฤกษายิ้ม “เจ้าเริ่มสัมผัสถึงพลังที่แท้จริงแล้ว แต่การเดินทางยังอีกยาวไกล”

ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไป ความอบอุ่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก ลมพัดหวีดหวิวราวกับเสียงร้องโหยหวนของปีศาจ ต้นไม้รอบศาลาที่เคยยืนต้นอย่างสง่างาม บัดนี้ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวผิดรูป ร่างของเงาดำที่พนาคุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมมาก ดวงตาสีแดงฉานสองดวงจ้องมองมาที่เขาอย่างกระหายเลือด

“เงา…มันมาอีกแล้ว!” ลดาตะโกนเสียงหลง

พนาลุกขึ้นยืนทันที เขาผลักลดาไปข้างหลัง พยายามตั้งท่าเตรียมรับมือ แต่พลังที่เพิ่งตื่นขึ้นในตัวเขาก็ดูเหมือนจะสั่นคลอน ไม่มั่นคงเท่าที่ควร

“มันแข็งแกร่งขึ้น…” พนาพึมพำ “แข็งแกร่งขึ้นกว่าทุกครั้งที่ข้าเคยเจอ”

พฤกษามองดูเงาดำด้วยแววตาเรียบเฉย “เช่นนี้เอง…มันรู้ว่าเจ้ากำลังจะแข็งแกร่งขึ้น มันจึงมาเพื่อหยุดยั้ง”

เงาดำแผ่รัศมีแห่งความมืดเข้าปกคลุมศาลา มันพุ่งเข้ามาหาพนาอย่างรวดเร็ว พนาตั้งสมาธิ พยายามรวบรวมพลังสายธารอาคมที่ยังไม่สมบูรณ์เข้าต่อสู้ แต่พลังที่เขาสัมผัสได้เมื่อครู่กลับดูเหมือนจะหดหายไปบางส่วน เหลือเพียงความรู้สึกเปราะบางและความหวาดกลัว

“ข้า…ข้าสู้มันไม่ได้” พนาพึมพำ ด้วยความสิ้นหวัง

“เจ้าไม่ใช่แค่คนเดียวที่จะสู้มัน” เสียงของพฤกษาดังขึ้น “พลังของเจ้าเชื่อมโยงกับเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ…กับผืนป่า…กับทุกชีวิตในบันธารา…จงอย่าลืมสิ่งนั้น”

พนาหันไปมองพฤกษา สัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาจากชายชราผู้นี้ มันไม่ใช่พลังแห่งการต่อสู้ แต่เป็นพลังแห่งการชี้นำและปกป้อง เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามเชื่อมโยงกับพลังงานรอบตัวอย่างสุดกำลัง เขาจินตนาการถึงรากต้นไม้ที่แข็งแกร่งหยั่งลึกลงไปในผืนดิน จินตนาการถึงสายน้ำที่ไหลเอื่อยแต่ไม่เคยหยุดนิ่ง จินตนาการถึงแสงแดดที่สาดส่องผ่านม่านใบไม้

ในที่สุด เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอีกสายหนึ่ง…มันไม่ใช่พลังงานจากตัวเขาเอง แต่เป็นพลังงานที่แผ่ออกมาจาก 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' ที่เขาเคยเห็นในนิมิต! พลังงานนั้นไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ทำให้พลังสายธารอาคมในตัวเขากลับมาเต็มเปี่ยม และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

แสงสีฟ้าที่ฝ่ามือของพนาสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันเจิดจ้าจนแทบมองไม่เห็น แสงนั้นแผ่ขยายออกไปโอบล้อมตัวเขาไว้ ก่อเกิดเป็นเกราะพลังงานที่แข็งแกร่ง

“เป็นไปไม่ได้!” เสียงของเงาดำดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด “เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ…เจ้ากล้าดียังไง!”

เงาดำพุ่งเข้าใส่เกราะพลังของพนาอย่างบ้าคลั่ง เกิดเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า แรงปะทะสั่นสะเทือนไปทั่วผืนป่า แต่เกราะพลังที่เกิดจากสายธารอาคมและเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำนั้นยังคงทนทาน

พนาชูมือขึ้น แสงสีฟ้าสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง เขาตะโกนสุดเสียง “เจ้าจะทำอะไรที่นี่ไม่ได้!”

ลำแสงสีฟ้าพุ่งออกจากมือของพนาเข้าปะทะกับเงาดำอย่างจัง เกิดการปะทะกันของพลังงานอันมหาศาล แสงสว่างเจิดจ้าจนทำให้ทั้งพนาและลดาต้องหลับตาลง

เมื่อแสงสว่างจางหายไป เงาดำก็สลายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด และกลิ่นอายของป่าที่กลับคืนสู่ความสงบ

พนาทรุดตัวลงนั่ง ตัวสั่นระริก เขาเหนื่อยอ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ภายใน

“เจ้าทำได้…” พฤกษาเดินเข้ามาใกล้ “เจ้าปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำออกมาได้แล้ว…แต่จงจำไว้ พลังนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่าเดิม”

ลดาค่อยๆ เดินเข้ามาหาพนา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจและชื่นชม “พนา…เธอเก่งมาก!”

พนาเงยหน้ามองพฤกษา “ท่านบอกว่าข้าปลดปล่อยพลังของเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำออกมา…แล้วมันคืออะไรกันแน่?”

พฤกษาเพียงยิ้ม “เจ้าจะได้เรียนรู้…เมื่อถึงเวลาอันควร…แต่ตอนนี้ จงพักผ่อนเสีย…การฝึกฝนที่แท้จริง…เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”

พนาพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความลึกลับบางอย่างที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่…ความลับของเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ…และภัยคุกคามที่ยังคงแฝงตัวอยู่ในเงามืดของป่า

--- พนาได้พบกับพฤกษา ผู้พิทักษ์ศาลาร่มเงาพฤกษา และเริ่มการฝึกฝนพลังสายธารอาคมอย่างจริงจัง โดยได้รับการชี้นำจากเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำที่เพิ่งค้นพบ แต่แล้วเงาดำก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พนาสามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำออกมาขับไล่เงาไปได้สำเร็จ ทำให้เขารู้ว่าการฝึกฝนที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น