← สารบัญตอน

เสียงเพรียกจากหุบเขาอัสนี

ตอนที่ 43ฟรี

ตอนที่ 43 — เสียงสะท้อนในใจกลางความเงียบ

ลมเย็นยะเยือกแทรกผ่านรอยร้าวเล็กๆ บนหน้ากากโลหะที่ประกบใบหน้าของชายปริศนา เสียงหอบหายใจของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน สัมผัสแห่งแรงสั่นสะเทือนที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตของเมฆา บัดนี้ได้เลือนหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่กัดกินจิตวิญญาณ คล้ายกับเสียงสะท้อนของก้อนกรวดที่ถูกโยนลงไปในบ่อไร้ก้นบึ้ง คลื่นความถี่ต่ำที่เคยสื่อสารกับโลกภายนอก ได้ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดโดย 'ความเงียบ' ของภาคีจังหวะดับสูญ

"เจ้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร?" เสียงของชายหน้ากากโลหะดังขึ้นในหัวของเมฆา ไม่ใช่การพูดด้วยปาก แต่เป็นการส่งผ่านคลื่นความคิดที่สั่นสะเทือนในอากาศอันหนาวเหน็บ ราวกับมีใครใช้ส้อมเสียงขนาดมหึมาดีดเข้าใส่โสตประสาทภายใน

เมฆาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจาย เขาหยิบ 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' ขึ้นมาวางทาบกับฝ่ามือ สัมผัสอันเย็นเฉียบของโลหะที่ผ่านการหลอมรวมกับความทรงจำและพลังงานของ 'หัวใจแห่งการกำเนิด' ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลผ่านเส้นเลือด แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานม่านแห่งความเงียบที่ปกคลุมทุกสิ่ง

"ข้า... ข้าได้ยินเสียงของเจ้า" เมฆาตอบ พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ เสียงของเขาแหบพร่าแทบจะขาดห้วง ราวกับกำลังพูดผ่านผืนทรายที่ถูกซัดเซาะจนกร่อน ผนังถ้ำที่เขายืนอยู่ดูเหมือนจะบีบรัดเข้ามาทุกขณะ แสงสลัวจากผลึกที่ติดอยู่บนเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง สาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของ 'ผู้นำแห่งความเงียบ' ชายในชุดคลุมสีดำสนิท ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เงาของเขาทอดยาว บิดเบี้ยว ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบกาย

"เสียง?" ชายหน้ากากโลหะถามซ้ำ ราวกับไม่เชื่อหูตนเอง "ในสถานที่แห่งนี้... ไม่มีสิ่งใดดังเกินกว่าความเงียบงันของข้า" ดวงตาภายใต้หน้ากากโลหะฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะกลับมาเป็นเฉยเมยดุจหินผา

"ข้าได้ยิน... เสียงสะท้อนของท่าน" เมฆาพยายามอธิบาย เขาหลับตาลง พยายามนึกถึงความรู้สึกเมื่อครั้งที่ 'หัวใจแห่งการกำเนิด' ปลดปล่อยคลื่นแห่งการสร้างสรรค์ออกมา มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นความรู้สึกที่สั่นสะเทือนไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เป็นความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าสัมผัสใดๆ

"เจ้ากำลังจะบอกว่า... เจ้าสามารถรับรู้ถึง 'ความถี่หลัก' ของข้าได้งั้นหรือ?" ผู้นำแห่งความเงียบเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเคลือบแคลง แต่ก็มีประกายบางอย่างที่เหมือนกับความสนใจเจือปนอยู่

"ไม่..." เมฆาตอบช้าๆ "ไม่ใช่ความถี่หลักของท่าน... แต่เป็นความถี่หลักของการดำรงอยู่... ที่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ แม้ในความเงียบงันนี้" เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับชายหน้ากากโลหะ "ท่าน... ท่านคือผู้ที่จะช่วยข้าใช่หรือไม่?"

ชายหน้ากากโลหะนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ข้าคือผู้ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง... เป็นผู้ที่พยายามจะรักษาสมดุลระหว่างเสียงและความเงียบ... แต่ดูเหมือนว่า... สมดุลนั้นกำลังจะแตกสลายไป" เขากล่าว "ระฆังทองคำต้นกำเนิด... มันคือสิ่งที่เจ้าตามหาใช่หรือไม่?"

เมฆาพยักหน้าตอบ เขาหยิบเศษผลึกแกนเสียงชิ้นสุดท้ายที่ชายหน้ากากโลหะเคยให้มาขึ้นมา มันส่องแสงริบหรี่ในมือของเขา เป็นหลักฐานสุดท้ายของการเชื่อมโยงกับพลังที่เขากำลังจะสูญเสียไป

"ระฆังทองคำ... คือจุดเริ่มต้นของการดำรงอยู่... และเป็นจุดสิ้นสุดของความเงียบ" ชายหน้ากากโลหะกล่าวต่อ "หากมันตกอยู่ในมือของผู้ที่ต้องการจะทำให้โลกสงบนิ่งตลอดกาล... โลกทั้งใบจะกลายเป็นเพียงสุสานไร้เสียง..."

เขาชี้ไปยังทางเดินแคบๆ ที่ทอดลึกลงไปในความมืด "ระฆังทองคำอยู่ที่นั่น... ท่ามกลาง 'แกนกลางแห่งความเงียบ' ที่ภาคีจังหวะดับสูญสร้างขึ้นเพื่อกักขังมันไว้..."

ทันใดนั้น พื้นถ้ำก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง ราวกับสัตว์ร้ายกำลังตื่นจากการหลับใหล 'อสูรคลื่นสูญญากาศ' ตัวมหึมาปรากฏขึ้นจากรอยแยกของพื้นถ้ำ ดวงตาสีดำสนิทของมันจ้องเขม็งมาที่เมฆาและชายหน้ากากโลหะ

"มันมาแล้ว!" ชายหน้ากากโลหะตะโกน เขากระชับหอกที่อยู่ในมือ "ข้าจะถ่วงเวลาไว้ให้เจ้า... เจ้าต้องไปเอาให้ได้... ก่อนที่ทุกสิ่งจะสายเกินไป!"

เขากระโจนเข้าใส่ฝูงอสูรคลื่นสูญญากาศอย่างไม่ลังเล สร้างม่านพลังงานสีเงินวาววับขึ้นมาเพื่อสกัดกั้นพวกมัน เมฆารู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียว เขาหันไปมองทางเดินที่ทอดลึกเข้าไปในความมืดมิด ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปอย่างไม่ลังเล แม้สัมผัสแห่งแรงสั่นสะเทือนของเขาจะเลือนหายไปเกือบหมดสิ้น แต่เสียงกระซิบจาก 'หัวใจแห่งการกำเนิด' ยังคงดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเขา เป็นแรงผลักดันให้เขาต้องก้าวต่อไป

เมฆาเดินลึกเข้าไปในทางเดินนั้น ความมืดมิดเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เขาหยิบส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องออกมา ถือไว้ในมืออย่างมั่นคง แม้จะไม่สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนภายนอกได้ แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึง 'ความผิดปกติ' บางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางของเส้นทางนี้ มันไม่ใช่ความเงียบที่เคยสัมผัส แต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้ง ราวกับมีบางสิ่งกำลังถูกกดทับไว้

ขณะที่เขาเดินต่อไป เขาเริ่มได้ยินเสียงแผ่วเบา... เสียงที่เขาคุ้นเคย... เสียงของ 'ระฆังทองคำต้นกำเนิด' มันดังมาจากเบื้องหน้า เป็นเสียงที่อ่อนโยน แต่ก็แฝงไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ เป็นเสียงที่ปลุกเร้าความทรงจำอันเลือนรางของเขาเกี่ยวกับโลกใบนี้ โลกที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเสียงเพลงและความสั่นสะเทือน

แต่แล้ว เสียงนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป ถูกกลืนกินโดยเสียงอีกเสียงหนึ่ง... เสียงที่น่าสะพรึงกลัวกว่า... เสียงของ 'ความว่างเปล่า' ที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

เมฆาเร่งฝีเท้าขึ้น เขาสัมผัสได้ถึง 'แกนกลางแห่งความเงียบ' ที่กำลังจะมาถึง มันคือจุดศูนย์รวมของพลังงานที่พยายามจะหยุดยั้งทุกสิ่งให้หยุดนิ่ง เขาหยิบเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองขึ้นมาอีกครั้ง สัมผัสถึงความเย็นของมันที่ปลายนิ้ว เขาจำได้ว่าโครนอสเคยบอกว่า เครื่องมือชิ้นนี้สามารถ 'จำลอง' สัมผัสที่เขาเคยมีได้

เขาพยายามปรับจูนเครื่องรับ โดยอาศัยความรู้สึกจากการเชื่อมต่อกับ 'หัวใจแห่งการกำเนิด' เขาหลับตาลง จินตนาการถึงคลื่นเสียงที่เคยไหลเวียนไปทั่วโลก นึกถึงความรู้สึกที่เท้าสัมผัสกับพื้นดินที่กำลังสั่นไหว

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่ง... แรงสั่นสะเทือนอ่อนๆ... ที่ตอบสนองต่อการปรับจูนของเขา มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ชัดเจนเหมือนเดิม แต่ก็เพียงพอที่จะบอกเขาได้ว่า เขากำลังเข้าใกล้ระฆังทองคำแล้ว

เมื่อมาถึงใจกลางของทางเดิน เมฆาก็พบกับภาพที่ทำให้หัวใจของเขาบีบรัด... ระฆังทองคำต้นกำเนิด... กำลังถูกห่อหุ้มด้วย 'ม่านแห่งความเงียบ' สีดำสนิท ราวกับจะถูกบีบคั้นจนแตกสลาย

และเบื้องหน้าของระฆังทองคำนั้น... คือ 'ผู้นำแห่งความเงียบ' ยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ใต้หมวกฮู้ดที่มืดมิด แต่เมฆาก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

"เจ้ามาถึงแล้ว... เด็กน้อย" ผู้นำแห่งความเงียบกล่าว เสียงของเขาแหบพร่า แต่ก็เต็มไปด้วยอำนาจ "แต่เจ้ามาช้าเกินไป..."

เมฆาไม่ตอบ เขาหยิบส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องออกมา ถือไว้ในมืออย่างมั่นคง เขารู้ว่านี่คือการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย... การต่อสู้เพื่อเสียง... เพื่อการดำรงอยู่... เพื่อไม่ให้โลกทั้งใบต้องตกอยู่ในความเงียบงันอันเป็นนิรันดร์

เขาเริ่มบรรเลงเสียงสั้นๆ จากส้อมเสียง เสียงนั้นสั่นสะเทือนในอากาศ... ไม่ใช่เสียงที่ดังจนน่ากลัว แต่เป็นเสียงที่แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของความเงียบ... เป็นเสียงที่ท้าทายอำนาจของผู้นำแห่งความเงียบ

ผู้นำแห่งความเงียบหัวเราะ... เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นยะเยือก... ราวกับเสียงเสียดสีของเหล็กที่ถูกลับให้คม

"เจ้าคิดว่า... เสียงเล็กๆ ของเจ้า... จะทำลาย 'ความเงียบ' ของข้าได้งั้นหรือ?" เขาเอ่ย "ข้าคือผู้ที่จะนำมาซึ่ง 'ความสงบ' ที่แท้จริง... การดำรงอยู่ของทุกสรรพเสียง... คือความวุ่นวาย... ข้าจะทำให้โลกนี้... เป็นหนึ่งเดียว... ด้วยความเงียบอันสมบูรณ์!"

เขาเหยียดแขนออกไป... ม่านแห่งความเงียบที่ห่อหุ้มระฆังทองคำพลันขยายตัวออก... พุ่งเข้าหาเมฆาอย่างรวดเร็ว...

เมฆาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล... ราวกับโลกทั้งใบกำลังบีบอัดเข้ามาที่ตัวเขา... เขาหลับตาลง... นึกถึง 'หัวใจแห่งการกำเนิด'... นึกถึงเสียงเพลงของชีวิต... แล้วเขาก็...

...สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน... ที่ตอบรับ... จากระฆังทองคำต้นกำเนิด...

--- เมฆาเผชิญหน้ากับผู้นำแห่งความเงียบในใจกลางมิติที่ซ่อนระฆังทองคำต้นกำเนิด ชายหน้ากากโลหะได้สละตนเพื่อถ่วงเวลาอสูรคลื่นสูญญากาศให้เมฆา เมฆาใช้เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองและส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องเพื่อเข้าถึงระฆังทองคำท่ามกลางการโจมตีของม่านแห่งความเงียบ และในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงการตอบรับจากระฆังทองคำ