← สารบัญตอน

เสียงเพรียกจากหุบเขาอัสนี

ตอนที่ 21ฟรี

ตอนที่ 21 — ความวิเวกที่ถูกช่วงชิง

ความมืดมิดในถ้ำปิดผนึกไม่ใช่ความมืดที่มองเห็นด้วยตา แต่มันคือความมืดที่สัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณ เมฆานั่งขดตัวอยู่บนพื้นหินที่เย็นเยียบ ความหนาวเหน็บแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าหนาเตอะเข้าสู่ผิวหนัง ราวกับเข็มน้ำแข็งนับพันเล่มที่ทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างเงียบงัน... เงียบเสียจนเขารู้สึกว่าความเงียบนั้นมีน้ำหนัก มันกดทับลงบนหน้าอกจนหายใจลำบาก หลังจากที่ 'ดวงใจหินแห่งการตื่นรู้' ถูกพรากไป สัมผัสอันล้ำค่าที่เขาเพิ่งจะเริ่มกอบกู้คืนมาได้ก็อันตรธานหายไปในพริบตา เขากลายเป็นคนตาบอดทางความรู้สึกอีกครั้ง โลกที่เคยสั่นสะเทือนด้วยจังหวะของขุนเขา บัดนี้กลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุด

เขายกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบใบหน้า ความชื้นจากหยาดน้ำค้างแห่งความเงียบยังคงเกาะกุมอยู่ตามผนังถ้ำ รสชาติของมันขมปร่าและเย็นเยียบเหมือนโลหะ เมฆาพยายามขยับปลายนิ้วเพื่อตรวจหาแรงสั่นสะเทือนที่อาจหลงเหลืออยู่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เขาเหมือนเรือที่ขาดสมอท่ามกลางมหาสมุทรที่มองไม่เห็นคลื่น ล่องลอยไปในความมืดมิดที่ไม่มีแม้แต่ทิศทาง ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินเขาเหมือนเชื้อราที่ลุกลามในที่มืด หากเขาไม่สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ เขาก็ไม่ต่างอะไรจากก้อนหินที่ไร้ชีวิต

ทันใดนั้น ความเงียบที่เขาคิดว่ามั่นคงกลับถูกรบกวน ไม่ใช่ด้วยเสียง เพราะเขาไม่ได้ยินสิ่งใด แต่เป็น 'ความกดอากาศ' ที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อากาศรอบตัวเขาสั่นไหวด้วยแรงดันที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนทางกายภาพที่เขาสัมผัสได้จากฝ่าเท้า แต่มันคือแรงกดดันจากอำนาจบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมา เมฆาสะดุ้งสุดตัว เขารีบถอยร่นไปจนแผ่นหลังชนกับผนังถ้ำที่หยาบกร้าน ความเย็นจากหินทำให้เขาตื่นตัวขึ้นมาบ้าง

แสงสว่างรำไรปรากฏขึ้นที่ปากถ้ำ แต่มันไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์หรือสายฟ้า มันคือแสงสีทองหม่นที่ดูสำรวมและศักดิ์สิทธิ์ แสงนั้นค่อยๆ เคลื่อนที่เข้ามาอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เมฆาพยายามเพ่งมองผ่านความมืดที่ยังคงปกคลุมดวงตา เงาร่างหลายร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสว่างนั้น พวกเขาไม่ได้เดินด้วยความเร่งรีบ แต่ก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่หนักแน่นและเป็นระเบียบราวกับเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้

กลุ่มคนที่ก้าวเข้ามาคือ 'ภาคีผู้คุมกฎแห่งจังหวะวิถีธรรม' พวกเขาไม่ได้สวมชุดนักบวชที่ดูรุ่มร่ามเหมือนกลุ่มก่อนหน้า แต่สวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่ขลิบด้วยด้ายทองคำ ทุกย่างก้าวของพวกเขาทำให้พื้นถ้ำสั่นสะเทือนอย่างเป็นจังหวะ—ตึก... ตึก... ตึก... เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก มันไม่ใช่จังหวะของธรรมชาติ แต่เป็นจังหวะที่ถูก 'บังคับ' ให้เป็น

ผู้นำของพวกเขาเป็นชายชราที่มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักจากหินอ่อน ดวงตาของเขาเป็นสีเงินวาววับที่ดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ในมือของเขาถือ 'คทาจังหวะแห่งสมดุล' ที่หัวคทามีลูกตุ้มโลหะแกว่งไปมาอย่างช้าๆ ทุกครั้งที่ลูกตุ้มแกว่ง อากาศรอบข้างจะสั่นไหวเป็นคลื่นเบาๆ ซึ่งเมฆาสัมผัสได้เพียงลางๆ ผ่านความกดอากาศที่เปลี่ยนไป

เมฆาพยายามจะขยับตัวหนี แต่ความรู้สึกที่ว่าเขากำลังถูกจับจ้องทำให้เขาแข็งทื่อ ชายชราผู้นั้นหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่เมฆากลับรู้สึกเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ ชายชราไม่ได้พูดอะไร แต่เมฆาสามารถรับรู้ถึงเจตจำนงที่แผ่ออกมาผ่านแรงดันอากาศที่กดทับลงมาบนหัวไหล่ของเขา

ชายชราขยับมือเพียงเล็กน้อย สมาชิกในภาคีคนอื่นๆ ก็เคลื่อนที่เข้ามารุมล้อมเมฆาไว้ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อฆ่า แต่มาเพื่อ 'จัดระเบียบ' เมฆารู้สึกถึงความเย็นเฉียบของโลหะที่สัมผัสกับร่างกาย เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่การมาเยือนเพื่อช่วยเหลือ แต่เป็นการมาเพื่อช่วงชิงสิ่งที่เหลืออยู่

ผู้นำภาคีมองมาที่เมฆาด้วยสายตาที่ไร้ความเมตตา แต่ก็ไร้ซึ่งความอาฆาต มันเป็นสายตาของคนที่กำลังทำหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ ชายชราขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยคำสวด แต่เมฆาไม่ได้ยิน สิ่งที่เขาได้รับคือแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นในอากาศ เป็นคลื่นความถี่ที่แหลมคมจนทำให้เขารู้สึกปวดหนึบในหัว แม้จะไม่ได้ยินเสียง แต่ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด

มือที่เหี่ยวย่นแต่แข็งแรงของชายชราเอื้อมมายังอกของเมฆา เมฆาพยายามปัดป้อง แต่แรงกดดันจากอากาศรอบตัวทำให้เขาขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น ชายชราล้วงเข้าไปในเสื้อผ้าของเมฆา และในวินาทีนั้น เมฆารู้สึกถึงความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ

สิ่งที่ถูกดึงออกมาคือ 'จี้หินแห่งรากฐานวิญญาณ' มันคือชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เมฆาแอบเก็บซ่อนไว้ใต้ร่มผ้า เป็นสิ่งเดียวที่เขาใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสุดท้ายเพื่อรักษาสติสัมปชัญญะและการรับรู้ตัวตนที่แตกสลายของเขาเอาไว้ มันไม่ใช่เครื่องมือเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ แต่มันคือ 'ตัวตน' ของเขาที่เหลืออยู่

ชายชราชูจี้หินนั้นขึ้น แสงสีเงินจากดวงตาของเขาสะท้อนกับผิวหิน เมฆาพยายามจะส่งเสียงร้องตะโกน แต่ลำคอของเขากลับแห้งผากและไร้ซึ่งกำลัง เขาทำได้เพียงแค่มองดูด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด เมื่อจี้หินนั้นถูกพรากไปจากอก เขารู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกกระชากออกไปด้วย ความว่างเปล่าที่เคยมีอยู่แล้ว บัดนี้ได้กลายเป็นหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์

"สิ่งนี้... มิใช่สิ่งที่ผู้ไร้ระเบียบควรครอบครอง" ชายชราขยับปาก แม้เมฆาจะไม่ได้ยิน แต่เขาสามารถอ่านความหมายผ่านแรงสั่นสะเทือนที่หนักแน่นและเฉียบขาดในอากาศได้ "มันต้องถูกนำไปวางไว้ในที่ที่จังหวะของมันจะถูกควบคุมโดยความถูกต้อง"

จี้หินแห่งรากฐานวิญญาณถูกยึดไป เพื่อนำไปใช้ในพิธีกรรม 'ประสานจังหวะโลก' ของภาคี ซึ่งจะทำให้ทุกสิ่งในหุบเขาต้องดำเนินไปตามระเบียบที่พวกเขาขีดเขียนไว้ โดยไม่สนว่าธรรมชาติหรือมนุษย์จะต้องการสิ่งใด เมฆาถูกทิ้งให้นอนจมอยู่กับความเงียบงันที่ไร้ซึ่งรากฐาน ไร้ซึ่งตัวตน และไร้ซึ่งความหวังใดๆ ที่จะประกอบเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณกลับคืนมาได้อีกในความมืดมิดนี้

--- เมฆาถูกกลุ่มภาคีผู้คุมกฎแห่งจังหวะวิถีธรรมบุกเข้าถึงที่ซ่อนในถ้ำ และได้พราก 'จี้หินแห่งรากฐานวิญญาณ' ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวตัวตนของเขาไว้ไป เพื่อนำไปใช้ในพิธีกรรมจัดระเบียบโลกตามความเชื่อของพวกเขา