← สารบัญตอน

เสียงเพรียกจากหุบเขาอัสนี

ตอนที่ 11ฟรี

ตอนที่ 11 — เศษซากแห่งอัตลักษณ์

ความมืดมิดไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวสำหรับเมฆา แต่มันคือความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งแรงสั่นสะเทือนต่างหากที่กำลังกัดกินเขา หลังจากที่ 'บันทึกความทรงจำแห่งเสียง' ถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถูกตัดขาดจากรากฐานของมันก็ถาโถมเข้าใส่ เขาไม่ได้เพียงแค่สูญเสียประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านไป แต่เขารู้สึกเหมือนสูญเสียความเชื่อมโยงสุดท้ายที่ทำให้เขายังรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของขุนเขาคีรีอัสนีแห่งนี้

เขานั่งขดตัวอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารไม้ที่เคยเป็นที่เก็บรักษาบันทึก กลิ่นไหม้ของกระดาษเก่าและฝุ่นผงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศที่หนาวเหน็บจนบาดผิว ลมพายุที่กำลังตั้งเค้าอยู่ไกลๆ ไม่ได้ส่งเสียงคำรามในโสตประสาทที่ตายด้านของเขา แต่มันส่งผ่านแรงกดอากาศที่กดทับลงบนบ่าอย่างหนักอึ้ง เมฆาพยายามจะขยับนิ้วมือเพื่อสัมผัสพื้นดิน หวังจะพบกับจังหวะการเต้นของหัวใจขุนเขาที่เขาเคยใช้เป็นเข็มทิศชีวิต ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมามีเพียงความนิ่งสนิทที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับว่าโลกใต้เท้าของเขาได้กลายเป็นเพียงก้อนหินที่ไร้ชีวิต

ความโดดเดี่ยวนี้หนักอึ้งกว่าหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาปกคลุมไหล่ของเขา เมฆาหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อหาเศษเสี้ยวของ 'พันธสัญญาแห่งแรงสั่นสะเทือน' ที่เคยได้รับมา แต่ยิ่งพยายามหา เขาก็ยิ่งพบเพียงความว่างเปล่าที่ขยายตัวออกไปเหมือนหลุมดำในจิตใจ เขาไม่ใช่ชายผู้รับรู้เสียงของโลกอีกต่อไป เขาเป็นเพียงชายผู้พิการที่ติดอยู่ในร่างที่ไร้ความหมาย ท่ามกลางพายุที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานก็พุ่งเข้าปะทะฝ่าเท้า แต่มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลเหมือนจังหวะของธรรมชาติ แต่มันคือจังหวะที่หนักแน่น รุนแรง และเต็มไปด้วยเจตจำนงที่บีบคั้น เมฆาสะดุ้งสุดตัว เขารีบยันกายขึ้นจากพื้นดินที่เย็นเยียบ สายตาที่พร่ามัวพยายามมองฝ่าความมืดและละอองหิมะ

เงาร่างหลายร่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาด้วยจังหวะการก้าวเดินที่สม่ำเสมอและทรงพลัง ไม่ใช่การก้าวเดินของชาวบ้านที่ตื่นตระหนก หรือนักบวชที่บ้าคลั่งด้วยพิธีกรรม แต่เป็นจังหวะของ 'ผู้คุมกฎแห่งจังหวะนิรันดร์' กลุ่มคนในชุดเกราะหนังสีดำสนิทที่สลักลวดลายคลื่นเสียงที่หยุดนิ่ง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่มาเพื่อ 'จัดระเบียบ'

ผู้นำของพวกเขาเดินนำหน้าออกมา ชายร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเทาเข้มที่มีตราสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายที่ถูกล้อมด้วยวงแหวนคลื่นเสียง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับสลักจากน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่เมฆาด้วยความสมเพชมากกว่าความโกรธแค้น เขาคือ 'ผู้คุมจังหวะอาวุโส เซราฟิม' ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินว่าสิ่งใดควรดำเนินต่อไปและสิ่งใดควรถูกยุติลง

เมฆาพยายามจะถอยหลัง แต่ขาของเขากลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงดึงดูดมหาศาล เซราฟิมไม่ได้พูดด้วยเสียง แต่เขาส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนผ่านอากาศที่เข้มข้นจนเมฆารู้สึกได้ถึงแรงสั่นในทรวงอก มันคือคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืนได้

"เจ้าพยายามจะรักษาเศษเสี้ยวของอดีตที่ตายไปแล้วไว้ทำไม เมฆา?"

แม้เมฆาจะไม่ได้ยินเสียง แต่ความหมายของประโยคนั้นชัดเจนในความรู้สึกที่ถูกบีบคั้น เซราฟิมก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นของโลหะและไอเย็นแผ่ออกมาจากตัวเขา

"หมู่บ้านนี้สูญเสียความทรงจำไปแล้ว และเจ้า... ผู้ที่พยายามจะกอบกู้สิ่งที่ไม่มีวันกลับมา ก็เป็นเพียงสิ่งแปลกปลอมในจังหวะที่กำลังจะเปลี่ยนไปของคีรีอัสนี"

เมฆาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง เขาพยายามจะชี้ไปที่ซากบันทึกที่ถูกทำลาย เพื่อบอกว่าสิ่งเหล่านั้นคือรากฐานของหมู่บ้าน แต่เซราฟิมกลับยกมือขึ้น การเคลื่อนไหวของเขานุ่มนวลแต่ทรงพลัง ราวกับเขากำลังวาดเส้นสายของเสียงในอากาศ

"เราไม่ได้มาเพื่อทำลายหมู่บ้าน แต่เรามาเพื่อ 'ทำความสะอาด' จังหวะที่ผิดเพี้ยน" เซราฟิมกล่าวต่อผ่านแรงสั่นสะเทือนที่บดขยี้ความหวังของเมฆา "พายุนิรันดร์ไม่ใช่ภัยพิบัติ แต่มันคือการปรับสมดุลครั้งใหญ่ และสิ่งที่จะขัดขวางการปรับสมดุลนี้ คือสิ่งที่เจ้าถือครองอยู่"

เมฆาสังเกตเห็นบางอย่างที่เอวของเขา มันคือ 'เข็มกลัดโลหะแห่งความเงียบสงบ' สิ่งของชิ้นสุดท้ายที่เขาใช้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสงบก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย มันเป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวจากมารดาที่มอบให้ไว้เพื่อให้เขาจดจำความสงบในหัวใจ แม้โลกภายนอกจะหนวกหูเพียงใดก็ตาม

เซราฟิมจ้องมองไปที่เข็มกลัดนั้น "สิ่งนี้... 'เข็มกลัดโลหะแห่งความเงียบสงบ' มันคือตัวแปรที่ทำให้คลื่นความถี่ของหมู่บ้านนี้ไม่ยอมสยบต่อพายุ มันคือเสียงเพรียกแห่งการขัดขืนที่ทำให้จังหวะของคีรีอัสนีไม่สมบูรณ์"

เมฆารู้สึกถึงอันตราย เขาพยายามจะเอื้อมมือไปกุมเข็มกลัดนั้นไว้ แต่ความเร็วของเซราฟิมเหนือกว่ามาก เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเมฆาจนเขากระเด็นไปกระแทกกับซากไม้ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนลมหายใจขาดช่วง

ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว เซราฟิมก็ก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มือที่สวมถุงมือหนังสีดำเอื้อมลงมาคว้าเอา 'เข็มกลัดโลหะแห่งความเงียบสงบ' ไปจากอกเสื้อของเขาอย่างง่ายดาย

"สิ่งนี้ต้องถูกนำไปใช้ในพิธีสงบคลื่น เพื่อให้หมู่บ้านนี้ยอมจำนนต่อพายุอย่างราบรื่นที่สุด" เซราฟิมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว "หากเจ้ายังต้องการมีชีวิตรอดในจังหวะใหม่นี้ เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างไร้เสียงอย่างแท้จริง"

เมฆาพยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นมา แต่มือของเขากลับคว้าได้เพียงอากาศธาตุและความว่างเปล่า เขามองเห็นเซราฟิมเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มผู้คุมกฎ ทิ้งให้เขานอนจมอยู่กับความเจ็บปวดและความเงียบที่ไร้ซึ่งแม้แต่ความทรงจำ

สิ่งที่ถูกพรากไปไม่ใช่แค่ของดูต่างหน้า แต่มันคือ 'เข็มกลัดโลหะแห่งความเงียบสงบ' สิ่งสุดท้ายที่เชื่อมโยงเขากับความสงบในจิตใจ และเป็นเครื่องมือเพียงชิ้นเดียวที่เขาจะใช้รักษาสมดุลของตัวเองในโลกที่บ้าคลั่งนี้ บัดนี้ แม้แต่ความสงบในใจเขาก็ถูกช่วงชิงไปเสียแล้ว

--- เมฆาถูกกลุ่มผู้คุมกฎแห่งจังหวะนิรันดร์บุกเข้าหาและพราก 'เข็มกลัดโลหะแห่งความเงียบสงบ' ซึ่งเป็นของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายและเครื่องมือรักษาความสงบในจิตใจไป เพื่อใช้ในพิธีทำให้หมู่บ้านยอมจำนนต่อพายุ