← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 31ฟรี

ตอนที่ 31 — รอยแยกในความเงียบสงัด

เสียงฝีเท้าของม้าที่ย่ำลงบนพื้นดินแข็งกระด้างยามเช้าตรู่ไม่ได้ช่วยให้ความเงียบสงัดของเช้าวันแรกในเดือนลีฟไรต์ดูเบาบางลงเลย Anwen ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กหนาหนักที่ผ่านการขัดถูมานับสิบปี นิ้วมือของเธอสัมผัสรอยบิ่นเล็กน้อยบนขอบโต๊ะอย่างเหม่อลอย สายตาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าของห้องโถงที่ยังไม่มีแขกคนใดก้าวเข้ามา แสงแดดสีซีดจางของปลายฤดูใบไม้ร่วงสาดส่องผ่านหน้าต่างที่เพิ่งถูกซ่อมแซมใหม่ กระทบกับฝุ่นละอองที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ ราวกับว่าทุกอย่างในโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' กำลังพยายามกลับคืนสู่สภาวะปกติ... สภาวะที่ควรจะเป็น

ทว่าความปกติคือสิ่งลวงตาที่เธอไม่อาจคว้าไว้ได้อีกต่อไป

ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกและลำคอของเธอ รอยจารึกโบราณไม่ได้เป็นเพียงรอยแผลเป็น แต่มันคือความรู้สึกที่ 'มีชีวิต' มันสั่นไหวเป็นจังหวะเบาๆ ราวกับเสียงชีพจรที่เต้นผิดจังหวะของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่อยู่ลึกลงไปใต้ผืนดิน Anwen ขยับคอเสื้อให้สูงขึ้นเพื่อปกปิดรอยประหลาดนั้น ความร้อนรุ่มที่แฝงมากับรอยจารึกมักจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อความมืดมิดเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ และในเช้านี้ มันไม่ได้มาเพียงความร้อน แต่มันมาพร้อมกับความรู้สึกกระวนกระวายที่อธิบายไม่ได้

“Mistress, อาหารเช้าเสร็จแล้วนะ” เสียงของ Fin ดังขึ้นจากทางห้องครัว เด็กหนุ่มเดินออกมาพร้อมกับถาดขนมปังอบใหม่ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น แต่นัยน์ตาของเขายังคงมีความกังวลฉายชัดอยู่เสมอ ตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดครั้งนั้น Fin ดูเหมือนจะสูญเสียความร่าเริงไป และแทนที่ด้วยความระแวดระวังที่เกินวัย

“ขอบใจมาก Fin ไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” Anwen ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามซ่อนอาการสั่นเทาของมือขณะรับถาด

“คุณดูไม่ค่อยดีเลย...” Fin ชะงักเท้า สายตามองไปที่ลำคอของเธอครู่หนึ่งก่อนจะหลบตา “ถ้าพวกขุนนางกลับมาอีก... หรือถ้าพวกทหาร... เราจะทำยังไง?”

“เราจะทำหน้าที่ของเรา Fin เราจะเปิดประตู ต้อนรับแขก และเก็บเงินตามปกติ” เธอพูดประโยคที่ฟังดูเหมือนคำโกหกที่สุดเท่าที่เคยพูดมา

ขณะที่เธอกำลังจัดวางถ้วยชาม เสียงกริ่งที่ประตูหน้าก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงกริ่งที่บ่งบอกถึงนักเดินทางผู้เหนื่อยล้าที่ต้องการที่พัก แต่มันเป็นเสียงที่หนักแน่นและรุกราน Anwen สูดหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มจังหวะการเต้นของรอยจารึกที่เริ่มเร่งเร้าขึ้นทันทีที่คนแปลกหน้าก้าวข้ามธรณีประตู

ชายสามคนในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มขอบทอง—สัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่เขตการปกครองภายใต้สังกัดขุนนางท้องถิ่น—ก้าวเข้ามาในโถง กลิ่นอายของอำนาจที่กดขี่แผ่ซ่านมาพร้อมกับเสียงรองเท้าบูทหนังที่กระทบพื้นไม้ดัง ตึก ตึก ตึก เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก ผู้นำกลุ่มเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักจากหิน เขามีสายตาที่ไม่ได้มองหาความอบอุ่น แต่กำลังกวาดมองหา 'ความผิดปกติ'

“Mistress Anwen ใช่หรือไม่?” เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะกล่าวคำทักทายตามมารยาท “เรามาในนามของท่านบารอนเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของเส้นทางหลวง และประเมินความเสียหายจาก... อุบัติเหตุใต้ดินเมื่อสัปดาห์ก่อน”

Anwen สบตาเขาด้วยความนิ่งสงบที่เธอฝึกฝนมาทั้งชีวิต “ยินดีต้อนรับค่ะท่านเจ้าหน้าที่ แต่ที่นี่ไม่มีความเสียหายใดๆ เหลืออยู่แล้ว เรากำลังอยู่ในช่วงซ่อมแซมตามปกติ”

“ตามปกติงั้นหรือ?” เจ้าหน้าที่คนนั้นก้าวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่หน้าอกของเธอ “ข้าได้ยินว่ามีการระเบิดของพลังงานที่ไม่ทราบที่มา และมีการปรากฏตัวของสิ่งลึกลับ... การตรวจสอบนี้รวมถึงการตรวจเช็คบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของพลังงานด้วย”

หัวใจของ Anwen กระตุกวูบ รอยจารึกใต้ผิวหนังของเธอเริ่มส่งความร้อนที่แผดเผาออกมา ราวกับมันรับรู้ถึงภัยคุกคามที่อยู่ตรงหน้า เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่ส่งมาจากใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่มันคือจังหวะ... จังหวะที่สอดรับกับความโกรธเกรี้ยวที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน

“ฉันเป็นเพียงเจ้าของโรงเตี๊ยม ไม่ใช่จอมเวทย์หรือนักสำรวจ” Anwen ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าท่านต้องการตรวจสอบทรัพย์สิน ฉันยินดี แต่ถ้าจะมาค้นตัวแขกหรือเจ้าของบ้านโดยไม่มีหมายสั่งจากราชสำนัก ฉันคงต้องขอเชิญพวกท่านออกไป”

เจ้าหน้าที่คนนั้นแค่นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “หมายสั่งน่ะมีแน่ แต่มันเป็นหมายสั่งลับเพื่อความมั่นคงของอาณาจักร... และความมั่นคงนั้นรวมถึงการควบคุมสิ่งที่ 'ไม่ควรจะตื่นขึ้นมา' ด้วย”

ขณะที่ความตึงเครียดกำลังจะถึงจุดเดือด ประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่เป็นชายร่างสูงในชุดนักเดินทางที่ดูซอมซ่อ ทว่าท่าทางการเดินของเขากลับมั่นคงอย่างประหลาด เขาคือชายปริศนาที่เคยปรากฏตัวในวันที่ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้น สายตาของเขาประสานเข้ากับ Anwen ทันที และในแววตานั้น เธอเห็นทั้งคำเตือนและความเข้าใจ

“อย่าเพิ่งขัดขวางการทำงานของรัฐเลย มิสเทรส” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีอำนาจอย่างน่าประหลาด “แต่บางที... พวกท่านอาจจะกำลังมองหาในที่ที่ไม่มีอะไรอยู่ และมองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไป”

เขาก้าวเข้ามาในโถง ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของเจ้าหน้าที่ Anwen รู้สึกได้ว่าจังหวะของเครื่องจักรใต้ดินเริ่มรุนแรงขึ้น มันไม่ได้สั่นสะเทือนเพียงแค่พื้นดิน แต่มันเริ่มสั่นสะเทือนเข้าไปในกระดูกของเธอ รอยจารึกเริ่มส่งเสียงหวีดหวิวในโสตประสาท เป็นเสียงที่คล้ายกับเสียงร้องไห้ของโลหะที่ถูกบดขยี้

“คุณเป็นใคร?” เจ้าหน้าที่หันไปหาชายปริศนา มือของเขาขยับไปใกล้ด้ามดาบข้างเอว

“คนที่จะบอกว่าความเงียบที่พวกคุณเห็น... มันคือความเงียบก่อนพายุจะมาต่างหาก” ชายคนนั้นตอบพลางเดินผ่านกลุ่มเจ้าหน้าที่ไปนั่งที่มุมมืดของห้องโถง ราวกับเขารู้ดีว่าพายุนั้นกำลังจะมาถึงในไม่ช้า

ทันใดนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่แรงสั่นเล็กๆ แต่มันคือการกระแทกจากเบื้องล่างที่รุนแรงจนแจกันบนชั้นวางร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย เสียงแก้วแตกละเอียดสอดประสานกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังมาจากใต้ดิน แขกที่เพิ่งเข้ามาและเจ้าหน้าที่ต่างเสียหลัก Anwen รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านจากรอยจารึกไปทั่วร่าง ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในเส้นเลือด

“มันเริ่มแล้ว...” ชายปริศนาพึมพำจากมุมมืด

Anwen พยายามทรงตัวไว้กับเคาน์เตอร์ สายตาของเธอมองไปที่พื้นดินที่เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น แสงสีฟ้าจางๆ เริ่มลอดออกมาจากรอยแยกเหล่านั้น มันไม่ใช่แสงที่สวยงาม แต่มันคือแสงที่ดูราวกับความตายที่กำลังคืบคลานขึ้นมาจากหลุมศพของอดีตกาล

เจ้าหน้าที่ราชสำนักเริ่มสั่งการด้วยความตื่นตระหนก “จัดขบวน! คุ้มกันพื้นที่! มีบางอย่างผิดปกติใต้ดิน!”

แต่ Anwen ไม่ได้ฟังเสียงเหล่านั้นอีกต่อไป เธอได้ยินเพียงเสียงเดียว... เสียงจังหวะหัวใจของเครื่องจักรที่ตอนนี้ไม่ได้เต้นเป็นจังหวะอีกต่อไป แต่มันกำลัง 'ตะโกน' และเธอก็รู้ดีว่า ความสงบสุขที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายสัปดาห์ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว และสิ่งที่กำลังจะตามมานั้น จะไม่ใช่เพียงแค่การเก็บภาษีหรือการตรวจสอบธรรมดา แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่โลก Alcoron จะไม่มีวันลืมเลือน

--- Anwen ต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐที่พยายามขุดคุ้ยความลับใต้ดิน ท่ามกลางการปรากฏตัวของชายปริศนาและแรงสั่นสะเทือนลึกลับที่บ่งบอกว่าเครื่องจักรโบราณกำลังเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่