← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 15ฟรี

ตอนที่ 15 — การเผชิญหน้าในรอยแยก

กลิ่นอับชื้นของดินที่ถูกขุดขึ้นใหม่คละคลุ้งไปกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากความมืดเบื้องล่าง อัลดริกขยับตะเกียงน้ำมันในมือให้สูงขึ้น แสงสว่างริบหรี่จากเปลวไฟเต้นระบำอย่างบ้าคลั่งตามจังหวะการก้าวเดินที่หนักอึ้งของเขาลงไปในรอยแยกใต้ฐานรากของตาชั่งหลวง พื้นดินที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงบัดนี้กลายเป็นเพียงเศษหินและโคลนเลนที่พร้อมจะถล่มลงมาทุกเมื่อ เสียงหยดน้ำที่ตกลงบนพื้นหินดังสะท้อนก้องไปมา ราวกับเสียงเคาะจังหวะที่คอยตอกย้ำความตื่นตระหนกในอก

"ลอร์ดอัลดริก! ระวังข้างบนด้วย!" เสียงของเอลิดี้ตะโกนไล่หลังมา เธอพยายามประคองตะเกียงอีกดวงเพื่อส่องทางให้เขา แต่ความกังวลในน้ำเสียงของเธอนั้นเด่นชัดกว่าความพยายามที่จะช่วยเหลือ อัลดริกไม่ได้หันไปตอบ เขาเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อม ทุกย่างก้าวที่เขากดลงบนพื้นดินใต้ฐานตาชั่งหลวงให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังเดินอยู่บนหลังของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังหายใจ

เมื่อเขาลงมาถึงส่วนลึกที่สุดเท่าที่รอยแยกจะอนุญาตให้เขาผ่านไปได้ แสงจากตะเกียงก็กระทบเข้ากับบางสิ่งที่ไม่ใช่หิน และไม่ใช่ดิน มันคือโลหะ วัตถุนั้นมีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้หัวใจของชายวัยกลางคนอย่างเขาเต้นผิดจังหวะ ผิวสัมผัสของมันดูเรียบเนียนจนน่าขนลุก แต่มันกลับมีลวดลายสลักเสลาที่ดูคล้ายเส้นเลือดหรือรากไม้ที่พันเกี่ยวกันอย่างสลับซับซ้อน มันแผ่ความเย็นจัดออกมาจนหมอกสีขาวลอยฟ่องออกมาจากลมหายใจของเขา อัลดริกยื่นมือที่สั่นเทาออกไปใกล้ แต่นิ้วของเขากลับชะงักค้างกลางอากาศ

"มันไม่ใช่แค่โลหะ..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า "มันคือเครื่องจักร"

ทันทีที่เขากล่าวคำนั้น จังหวะการสั่นสะเทือนที่เขาเพิ่งสัมผัสได้จากด้านบนก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นจังหวะชีพจรที่สม่ำเสมอ มันกลับกลายเป็นแรงกระแทกที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้ แรงสั่นนั้นส่งผ่านมาจากวัตถุตรงหน้า มันไม่ได้สั่นจากพื้นดิน แต่มันสั่นจากตัวมันเอง ลวดลายบนโลหะเริ่มเรืองแสงสีฟ้าหม่นจางๆ ราวกับมีกระแสเลือดที่เป็นแสงไฟกำลังไหลเวียนอยู่ภายในกลไกโบราณนี้

"มันกำลังตื่น" เอลิดี้ก้าวตามลงมาจนถึงขอบรอยแยก เธอชะงักไปเมื่อเห็นสิ่งที่อัลดริกเห็น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง "พระเจ้า... นี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมชาติแล้ว ลอร์ดอัลดริก สิ่งนี้อยู่ใต้เมืองเรามานานแค่ไหนกัน?"

"นานพอที่จะทำให้เราทุกคนลืมไปว่าเรากำลังสร้างเมืองอยู่บนสิ่งใด" อัลดริกตอบ เขาพยายามรวบรวมสมาธิที่แตกซ่าน ความรับผิดชอบในฐานะผู้ดูแลตาชั่งหลวงที่เคยเป็นเพียงเรื่องของความเที่ยงตรงของน้ำหนักข้าว บัดนี้กลับกลายเป็นความรับผิดชอบต่อความลับที่อาจทำลายล้างโอ๊คเมียร์ได้ทั้งเมือง หากกลไกนี้ขยายตัวหรือทำงานผิดพลาด แรงสั่นสะเทือนอาจไม่หยุดแค่ที่ตาชั่ง แต่มันจะกลืนกินโรงสีและบ้านเรือนของชาวเมืองไปพร้อมกัน

เขาก้มลงสำรวจรอยต่อระหว่างโลหะประหลาดกับฐานหินของตาชั่งหลวง เขาพบว่าฟันเฟืองบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังขยับเขยื้อนอยู่ใต้ชั้นดินลึก มันส่งเสียงครืดคราดที่ฟังดูเหมือนเสียงเหล็กขูดกับหิน อัลดริกตระหนักได้ในทันทีว่าความผิดปกติของตาชั่งที่เขาพบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะแผ่นดินไหว แต่มันคือการที่ 'กลไก' นี้พยายามจะปรับสมดุลของตัวเองกับโลกเบื้องบน

"เราต้องหยุดมัน หรือไม่ก็ต้องหาทางปิดบังมันให้มิดชิดกว่านี้" อัลดริกหันไปหาเอลิดี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบดินและเหงื่อที่เย็นเฉียบ "ถ้าพวกชาวเมืองรู้ว่าใต้เท้าของพวกเขามีเครื่องจักรปีศาจกำลังทำงานอยู่ ความสงบสุขที่ข้าพยายามรักษามาตลอดชีวิตจะพังทลายลงทันที"

"แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย มันจะพังทลายเราแทน" เอลิดี้แย้ง เสียงของเธอสั่นเครือ "ดูนั่นสิ!"

เธอกระชากตะเกียงชี้ไปยังผนังรอยแยก แสงไฟเผยให้เห็นรอยร้าวที่กำลังลามออกไปราวกับใยแมงมุม รอยร้าวเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มันดูเหมือนถูก 'ขับดัน' ออกมาจากศูนย์กลางของวัตถุโลหะนั้น ทุกครั้งที่กลไกส่งเสียงคำรามเบาๆ รอยร้าวจะขยายตัวออกไปอีกหนึ่งนิ้ว

อัลดริกตัดสินใจ เขาไม่สามารถยืนดูความพินาศอยู่เฉยๆ ได้ เขาหยิบเศษหินและเครื่องมือช่างที่ติดตัวมา พยายามจะแทรกเข้าไปในช่องว่างระหว่างโลหะและฐานหินเพื่อดูว่ามีจุดใดที่สามารถ 'ขัดขวาง' การเคลื่อนไหวนี้ได้ชั่วคราวหรือไม่ เขาต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อประคองจังหวะของเมืองนี้ไว้ ไม่ใช่ในฐานะลอร์ดผู้ปกครอง แต่ในฐานะคนช่างที่เข้าใจว่าความสมดุลของฟันเฟืองคือหัวใจของทุกสิ่ง

ขณะที่เขากำลังงัดแงะเศษหินอย่างระมัดระวัง เสียงตะโกนของคาเอลก็ดังแว่วมาจากด้านบน ท่ามกลางความวุ่นวายของชาวเมืองที่เริ่มมารวมตัวกันที่หน้าโรงสี "ลอร์ดอัลดริก! ท่านอยู่ไหน! พื้นดินกำลังจะแยกออกแล้ว!"

ความกดดันถาโถมเข้าใส่อัลดริกจากทุกทิศทาง ทั้งจากความลับที่อยู่ใต้เท้า จากความวุ่นวายที่อยู่เหนือหัว และจากความจริงที่ว่าเขาไม่รู้เลยว่าเขากำลังสู้กับอะไร เขาต้องเลือกระหว่างการเปิดเผยความจริงเพื่อหาความช่วยเหลือ หรือการแบกรับภาระนี้ไว้เพียงลำพังเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของชาวเมือง

เขามองไปที่วัตถุโลหะนั้นอีกครั้ง แสงสีฟ้าเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ และในจังหวะที่เขาเอื้อมมือไปสัมผัสส่วนหนึ่งของมัน เขาก็รู้สึกถึงแรงกระชากมหาศาลที่ไม่ได้มาจากแรงสั่นสะเทือน แต่เป็นแรงดึงดูดบางอย่างที่พยายามจะดึงเขาเข้าไปสู่ใจกลางของกลไกนั้น... กลไกที่ดูเหมือนจะไม่ได้แค่ตื่นขึ้น แต่มันกำลัง 'เรียกหา' ใครบางคน

--- อัลดริกและเอลิดี้ลงไปสำรวจรอยแยกใต้ฐานตาชั่งหลวงและได้เผชิญหน้ากับกลไกโลหะโบราณที่กำลังตื่นขึ้น ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนทำลายโครงสร้างเมือง ขณะที่เขากำลังพยายามหาทางยับยั้ง เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดจากกลไกนั้น