← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 65ฟรี

ตอนที่ 65 — ใต้เงาอักขระและท้องฟ้าที่ร้าวราน

เสียงปริแตกของกระจกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าผ่า บรอนเวนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดิน แต่มาจากความจริงที่กำลังปริร้าวอยู่เหนือศีรษะ เธอเงยหน้าขึ้นมองผ่านความพร่ามัวของหมึกที่ยังหลงเหลืออยู่ตามขอบตา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือหอสมุดแก้วที่เธอเคยรู้จัก—สถานที่ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบและปัญญา—บัดนี้กำลังพังทลายลงราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดสาด เศษแก้วใสกระจายว่อนอยู่ในอากาศ สะท้อนแสงสลัวที่ดูผิดเพี้ยนจากดวงอาทิตย์ปกติ

เหนือยอดโดมแก้วที่แตกสลาย ดวงตาอักขระยักษ์กำลังจ้องมองลงมา มันไม่ใช่ดวงตาที่มีเนื้อหนัง แต่เป็นกลุ่มก้อนของตัวอักษรนับล้านที่บิดเบี้ยวและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ราวกับพายุหมึกที่รวมตัวกันเป็นรูปร่าง ทุกครั้งที่ดวงตานั้นกะพริบ แสงสว่างที่สาดลงมาจะกลายเป็นรอยจารึกที่แผดเผาทุกสิ่งที่สัมผัส บรอนเวนพยายามทรงตัวบนพื้นหินที่เต็มไปด้วยซากหนังสือและเศษกระจก ร่างกายของเธอยังคงหนักอึ้งด้วยความรู้สึกของหมึกที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกของการ 'ไม่เป็นตัวของตัวเอง' ราวกับว่าขอบเขตระหว่างผิวหนังกับอากาศกำลังจางหายไป

“มันกำลังจะจบลง... หรือมันกำลังจะเริ่มใหม่กันแน่?” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย บรอนเวนสะดุ้งโหยงและหันไปมอง เธอพบชายชุดเทาที่ดูเหมือนจะปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของซากชั้นวางหนังสือ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เขายังคงถือเครื่องมือบางอย่างที่ดูคล้ายเข็มจารึกแต่มีขนาดใหญ่กว่าและดูซับซ้อนกว่าเดิม

“คุณยังไม่ตาย?” บรอนเวนเค้นเสียงถาม ลำคอของเธอแห้งผากเหมือนถูกกรีดด้วยกระดาษ

“ในสถานที่ที่ความจริงถูกเขียนขึ้นใหม่แบบนี้ ความตายเป็นเพียงแค่การขีดฆ่าที่ผิดพลาด” ชายชุดเทาตอบโดยไม่สบตาเขาหันไปมองดวงตาอักขระบนฟากฟ้า “ดูนั่นสิ บรอนเวน... กลุ่มผู้คัดลอกไม่ได้แค่ต้องการควบคุมอนาคต แต่พวกเขากำลังพยายามใช้ดวงตานั่น 'ล้างกระดาน' ทุกอย่างที่ไม่ได้อยู่ในบทบัญญัติของพวกเขา”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทิศทางที่หอสมุดส่วนกลางเคยตั้งอยู่ บรอนเวนเห็นเงาร่างในชุดขาวบริสุทธิ์เคลื่อนที่ผ่านม่านหมึกดำที่ลอยละล่อง พวกเขาไม่ได้เดิน แต่ดูเหมือนจะ 'เลื่อน' ไปตามรอยจารึกบนพื้น ทุกย่างก้าวที่พวกเขาเหยียบลงไป พื้นที่ตรงนั้นจะกลายเป็นสีขาวโพลน ไร้ซึ่งร่องรอย ไร้ซึ่งประวัติศาสตร์ ราวกับว่าพวกเขาคือยางลบเดินได้ที่กำลังกวาดล้างความวุ่นวายนี้ออกไปจากหน้ากระดาษของโลก

“พวกเราต้องไปจากที่นี่” ชายชุดเทากระชากแขนเธอ “ถ้าดวงตานั่นจ้องลงมาที่เธอโดยตรง ตัวตนของเธอจะถูกเปลี่ยนเป็นเพียงอักขระที่ไม่มีความหมาย และถูกลบออกไปในที่สุด”

บรอนเวนมองไปรอบๆ ความโกลาหลทวีความรุนแรงขึ้น หนังสือที่เคยเป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้บัดนี้กำลังลอยเคว้งและแตกสลายกลายเป็นเศษอักษรที่ปลิวว่อนเหมือนหิมะสีดำ เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ ไม่ใช่เพราะความตาย แต่เพราะความกลัวที่จะ 'สูญสิ้น' ไปโดยที่ไม่มีใครจดจำว่าเธอเคยมีตัวตนอยู่จริง

ขณะที่พวกเขากำลังจะวิ่งหนีผ่านซากปรักหักพัง แสงสว่างวาบจากดวงตาบนฟากฟ้าก็พุ่งตรงลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ บรอนเวนเห็นเงาของตัวเองบนพื้นขยายใหญ่ขึ้นและเริ่มบิดเบี้ยว มันไม่ใช่เงาที่ทำตามการเคลื่อนไหวของเธออีกต่อไป แต่มันกำลังพยายามจะดึงขาของเธอไว้ รอยแยกของมิติที่อยู่ใต้เท้าเริ่มขยายกว้างขึ้น ส่งเสียงกรีดร้องเหมือนโลหะเสียดสีกัน

“ใช้เข็ม!” ชายชุดเทาตะโกนสั่ง พร้อมกับยัดเครื่องมือบางอย่างที่สั่นสะเทือนด้วยพลังงานมหาศาลใส่มือเธอ “จารึก 'ที่ว่าง' ขึ้นมา! อย่าจารึกสิ่งที่เป็น แต่จารึกสิ่งที่ 'ควรจะเป็น'!”

บรอนเวนรับเครื่องมือนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ความร้อนจากมันแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างที่เป็นหมึกของเธอ เธอหลับตาลง พยายามนึกถึงความทรงจำที่มั่นคงที่สุด—ไม่ใช่ความทรงจำที่ถูกเขียนขึ้น แต่เป็นความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ ความรู้สึกของลมหายใจ และความเจ็บปวดที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิต เธอเริ่มตวัดเครื่องมือลงบนอากาศที่ว่างเปล่า พลังงานสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นตามรอยจารึก

แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะสร้างพื้นที่ปลอดภัย เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนชุดขาวก็มาถึงตัวพวกเขาแล้ว หนึ่งในนั้นก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับรูปปั้นหินอ่อน ดวงตาสีขาวโพลนไร้รูม่านตาจ้องมองตรงมาที่เธอ

“การเขียนที่ผิดพลาดต้องได้รับการแก้ไข” เสียงของเขาไม่ได้ดังมาจากปาก แต่ดังขึ้นในหัวของบรอนเวนโดยตรง “เจ้าคืออักขระส่วนเกิน บรอนเวน... และบทเรียนนี้ต้องจบลงที่หน้าว่างเปล่า”

ชายชุดขาวชูมือขึ้น อักขระสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากปลายนิ้วของเขาประดุจหอก บรอนเวนรีบตวัดเข็มจารึกสร้างโล่แห่งความทรงจำขึ้นมาปะทะ เสียงปะทะกันระหว่าง 'ความจริงที่ถูกเขียน' กับ 'ความว่างเปล่าที่ถูกลบ' ดังสนั่นจนหูของเธออื้ออึง แรงกระแทกทำให้เธอกระเด็นถอยหลังไปชนกับซากชั้นหนังสือที่พังทลาย

ท่ามกลางความสับสน บรอนเวนเหลือบไปเห็นบางอย่างที่น่าตกใจ... ท่ามกลางเศษซากที่กำลังถูกลบเลือน มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ยังคงวางอยู่อย่างมั่นคงบนแท่นหินที่เหลือเพียงครึ่งเดียว มันไม่ใช่หนังสือพยากรณ์ และไม่ใช่บันทึกของเธอ แต่มันคือหนังสือที่มีชื่อของ 'ชายชุดเทา' อยู่บนปก และเนื้อหาภายในกำลังถูกเขียนขึ้นด้วยความเร็วที่น่ากลัว

“อย่ามองไปทางนั้น!” ชายชุดเทาเตือน แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป

ดวงตาบนฟากฟ้าเริ่มหดตัวเล็กลงและเล็งเป้าหมายมาที่หนังสือเล่มนั้น ราวกับว่ามันคือจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถหยุดยั้งการล้างกระดานนี้ได้ บรอนเวนรู้ดีว่าหากหนังสือเล่มนั้นถูกลบไป ความลับทั้งหมดที่ชายชุดเทาพยายามปกป้อง—รวมถึงความจริงเกี่ยวกับแสงวิเศษ—จะสูญสิ้นไปพร้อมกับมันด้วย

เธอกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดจากการที่ร่างกายเริ่มกลายเป็นหมึกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่เธอก็ไม่อาจหยุดนิ่งได้อีกต่อไป บรอนเวนตัดสินใจรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำสุดท้ายที่มี พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนเพื่อมุ่งหน้าไปยังหนังสือเล่มนั้น ท่ามกลางห่าฝนอักขระที่กำลังถล่มลงมาจากสรวงสวรรค์ที่บิดเบี้ยว

--- บรอนเวนเผชิญหน้ากับกลุ่มคนชุดขาวท่ามกลางหอสมุดแก้วที่กำลังถูกดวงตาอักขระบนฟากฟ้าลบเลือน และพบเบาะแสสำคัญในหนังสือลึกลับของชายชุดเทาที่อาจเป็นกุญแจสู่ความจริงทั้งหมด