← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 30ฟรี

ตอนที่ 30 — เงาที่ไร้เจ้าของ

ความเย็นเยียบของโลหะในมือทำเอาบรอนเวนรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งกัดกินไปถึงกระดูก เธอไม่ได้มองดาบที่ปลายแหลมนั้น แต่มองไปยังร่างที่ยืนอยู่อย่างสงบนิ่งท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สั่นไหว ชายชุดน้ำเงินขลิบทองผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ได้มาจากโลกแห่งความวุ่นวายที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ แต่ดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดประวัติศาสตร์ที่หยุดนิ่งและไร้ชีวิต

“ผู้รักษาความเงียบ...” บรอนเวนทวนคำ เสียงของเธอแหบพร่า ทว่าในความแหบพร่านั้นมีความกร้าวระแวงแฝงอยู่ เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายผู้นี้ มันไม่ใช่แรงกดดันจากการข่มขู่ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ไร้ก้นบึ้ง ราวกับว่าเขาคือหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกความหมายของเหตุการณ์ตรงหน้าให้สูญสิ้นไป

“วางหนังสือเล่มนั้นลง บรรณารักษ์” ชายผู้นั้นสั่ง น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยเสียจนน่าขนลุก ไม่มีร่องรอยของโทสะ ไม่มีแม้แต่ความกระหายเลือด มีเพียงคำสั่งที่หนักแน่นราวกับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ “สิ่งนั้นคือ ‘บันทึกแห่งจุดจบ’ มันคือเศษซากของความจริงที่บิดเบี้ยว ซึ่งไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตใดได้ครอบครอง”

“ถ้ามันเป็นสิ่งที่บิดเบี้ยว แล้วทำไมพวกคุณถึงต้องพยายามปกป้องมันด้วยการทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าล่ะ?” เซเลสเทนตะโกนขึ้น เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นจากพื้นหินที่เย็นจัด แสงจากผลึกแก้วในมือของเธอสั่นระริกราวกับจะแตกสลายตามเจ้าของ “ถ้ามันอันตรายนัก ทำไมราชสำนักถึงปล่อยให้มันมีอยู่จนถึงตอนนี้? หรือว่าความจริงที่พวกคุณต้องการ ‘รักษา’ คือความจริงที่ถูกแต่งแต้มขึ้นมาเองกันแน่!”

ชายชุดน้ำเงินไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแต่ขยับก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าของเขาที่กระทบพื้นหินไม่ได้ดังสม่ำเสมอ แต่มันดังเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจที่หยุดนิ่ง บรอนเวนก้มมองหนังสือปกหนังสีดำในอ้อมแขน ตัวอักษรสีแดงที่เขียนชื่อของเธอยังคงส่องประกายจางๆ และที่สำคัญที่สุด... แผนที่เมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ถูกเส้นสีดำลากผ่านนั้นกำลังขยับเขยื้อน ราวกับเชื้อร้ายที่กำลังกัดกินแผ่นกระดาษ

“มันไม่ได้ถูกปกป้อง...” ชายผู้นั้นพูดขึ้นในที่สุด สายตาของเขาจับจ้องไปที่หนังสือในมือของบรอนเวน “มันถูก ‘กักขัง’ ไว้ในความเงียบ เพื่อไม่ให้เสียงของความจริงไปรบกวนความสงบสุขที่จอมปลอมของพวกเจ้า”

“ความสงบสุขที่สร้างบนคำลวงน่ะเหรอ?” บรอนเวนเค่นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงสะอื้น “พวกคุณกำลังจะลบประวัติศาสตร์ทิ้ง เพียงเพื่อให้พวกคุณสามารถเขียนมันใหม่ได้ตามใจชอบ!”

ทันใดนั้น เอเลียสที่ซุ่มอยู่ในเงามืดก็พุ่งตัวออกมา “บรอนเวน! ถอยออกมา!” เขาตะโกนพร้อมกับขว้างตะเกียงที่บรรจุสารเรืองแสงอาลักษณ์เข้าใส่ชายชุดน้ำเงิน แสงสีส้มสว่างจ้าพุ่งกระจายออกไปกลางอากาศ สร้างม่านหมอกแห่งแสงที่วูบวาบเพื่ออำพรางการหลบหนี

“เร็วเข้า!” บรอนเวนคว้าแขนเซเลสเทนและเอเลียสให้รีบวิ่งไปทางช่องระบายอากาศด้านหลังเรือนกระจก ความรู้สึกหนักอึ้งของหนังสือปกดำในอกทำให้เธอรู้สึกเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้ เธอวิ่งฝ่าเศษแก้วที่แตกกระจาย ความเจ็บปวดจากรอยบาดที่ฝ่าเท้าไม่ได้ทำให้เธอหยุดชะงัก แม้แต่เสียงลากดาบที่ดังตามหลังมาก็ไม่อาจทำลายสมาธิของเธอได้

ในขณะที่พวกเขากำลังจะมุดผ่านช่องแคบๆ เพื่อหนีออกจากเรือนกระจก บรอนเวนเหลือบมองกลับไปทางด้านหลังเป็นครั้งสุดท้าย เธอเห็นชายชุดน้ำเงินยืนอยู่นิ่งๆ ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาไม่ได้วิ่งตามมา แต่เขากำลังยืนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า... และในวินาทีนั้นเอง บรอนเวนก็สังเกตเห็นความจริงที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าดาบในมือของเขา

ที่ใต้เท้าของเขา... ไม่มีเงาของเขาปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย

ความหวาดกลัวที่แท้จริงไม่ใช่การถูกไล่ล่าโดยมนุษย์ แต่คือการตระหนักว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ อาจไม่ใช่สิ่งที่ประกอบขึ้นจากเนื้อหนังและเลือด แต่เป็นบางสิ่งที่เกิดจากหมึกและเจตจำนงที่ไร้ซึ่งตัวตน

บรอนเวนและเซเลสเทนพุ่งตัวเข้าไปในอุโมงค์แคบๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินชื้นและฝุ่นผง ขณะที่เสียงฝีเท้าของทหารยามและเสียงตะโกนสั่งการดังไล่หลังมาติดๆ บรอนเวนกอดหนังสือปกดำไว้แน่น ความร้อนจากตัวอักษรสีแดงเริ่มซึมผ่านเสื้อผ้าเข้ามาถึงผิวหนังของเธอ ราวกับมันกำลังพยายามจะบอกว่า... บทต่อไปของเธอ ไม่ได้เขียนด้วยแสงสว่าง แต่เขียนด้วยเลือดที่กำลังจะหลั่งริน

--- บรอนเวนและพวกพ้องต้องเผชิญหน้ากับ 'ผู้รักษาความเงียบ' ชายปริศนาที่ไร้เงาซึ่งพยายามจะชิงหนังสือบันทึกแห่งจุดจบไป พวกเขาตัดสินใจหนีเข้าสู่ทางลับใต้ดินพร้อมกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวว่าศัตรูอาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา