← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 23ฟรี

ตอนที่ 23 — การเจาะรอยร้าวในเรือนกระจกแก้ว

“เดินตามหลังฉันให้ดี อย่าเผลอไปแตะโดนขอบแก้วเด็ดขาด ถ้าคุณไม่อยากให้สัญญาณเตือนภัยจากอาลักษณ์แสงดังระงมไปทั้งเขต Castellane” เซเลสเทนกระซิบเสียงรัวเร็วขณะที่เธอกระชับถุงใส่ผลึกแก้วสำรองไว้ที่ข้างเอว

บรอนเวนไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่ขยับผ้าคลุมสีเข้มให้เข้าที่และก้าวเท้าตามจังหวะการเดินที่สับไวของหญิงสาวตรงหน้า แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์ตามทางเดินสลัวลงเมื่อพวกเขาเข้าใกล้เขตเรือนกระจกแก้ว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเพาะเลี้ยงผลึกแก้วคุณภาพสูงเพื่อใช้ในงานคัดลอกตำรา

“ทำไมเราต้องมาทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้ด้วย” บรอนเวนถามขึ้นสั้นๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปตามช่องลมเหนือหัวที่ดูเหมือนจะถูกติดตั้งกับดักเวทมนตร์ไว้ทุกจุด “เรามีเอกสารที่เอเลียสได้มาแล้ว ทำไมต้องมาหาต้นฉบับที่นี่อีก”

“ก็เพราะเอกสารที่เอเลียสได้มามันเป็นแค่แผนการปลอมแปลงไงล่ะ!” เซเลสเทนหยุดกะทันหันที่หน้าประตูแก้วบานยักษ์ที่สลักลวดลายเรขาคณิตซับซ้อน “ถ้าเราอยากจะพิสูจน์ว่าราชสำนักกำลังบิดเบือนประวัติศาสตร์ เราต้องเจอ ‘ต้นฉบับสุดท้าย’ ที่กำลังถูกเพาะขึ้นมาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ ถ้ามันสำเร็จ พวกเขาจะใช้มันอ้างว่าเป็นคำทำนายที่แท้จริงจากสวรรค์!”

เซเลสเทนยื่นมือไปแตะที่รอยต่อของประตูแก้ว เธอพยายามส่งกระแสพลังงานจากผลึกขนาดเล็กในมือเพื่อปลดล็อกกลไก แต่มันกลับส่งเสียงหึ่งๆ ของการต่อต้าน แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตามขอบประตู พร้อมกับเสียงกลไกฟันเฟืองแก้วที่เริ่มหมุนวนเพื่อเตรียมเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัย

“บ้าจริง! รหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปแล้ว” เซเลสเทนกัดริมฝีปาก “พวกเขาเพิ่มระดับการป้องกันการแทรกแซงพลังงานเข้าไปอีก บรอนเวน ถอยไปห่างๆ หน่อย!”

“จะทำอะไร” บรอนเวนถามพลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว มือขวาวางอยู่ที่ด้ามมีดสั้นข้างเอว

“ฉันจะทำ ‘การลัดวงจรแสง’ (Light Short-circuit) มันเป็นเทคนิคที่ผิดกฎของสำนักอาลักษณ์อย่างร้ายแรง ถ้าถูกจับได้ฉันอาจจะถูกยึดใบอนุญาตอาลักษณ์ไปตลอดชีวิต” เซเลสเทนพูดพลางหยิบผลึกแก้วสีม่วงเข้มออกมาจากกระเป๋า “แต่ถ้าไม่ทำ เราก็ติดอยู่ที่นี่จนกว่าทหารยามจะมาลากคอเราไปขัง”

เซเลสเทนไม่ได้รอคำอนุญาต เธอเริ่มร่ายคาถาด้วยการขยับนิ้วเป็นวงกลมเหนือผลึกแก้ว ความถี่ของเสียงที่เธอเปล่งออกมาเริ่มสูงขึ้นจนบรอนเวนรู้สึกเจ็บในหู ผลึกสีม่วงเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแสงรอบข้างดูเหมือนจะถูกดูดเข้าไปในจุดเดียว

“ความเข้มข้นของแสงที่ประตูสูงเกินไป... ฉันต้องสร้างช่องว่างระหว่างความถี่ของแก้วกับคลื่นพลังงาน...” เซเลสเทนพึมพำอย่างรวดเร็ว เหงื่อเริ่มผุดพรายตามหน้าผาก “บรอนเวน ช่วยฉันประคองแรงสะท้อนหน่อย!”

บรอนเวนไม่รอช้า เธอขยับเข้าไปใกล้และใช้มือทั้งสองข้างยันเข้าที่ฐานของผลึกแก้วเพื่อช่วยรับแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงกระดูกแขน ความรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในผิวหนังทำให้เธอต้องขบกรามแน่น

“อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียว...” เซเลสเทนตะโกนแข่งกับเสียงแก้วที่กำลังจะแตก

เพล้ง!

ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นเสียงของมวลอากาศที่ถูกฉีกออก รอยร้าวขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนบานประตูแก้วยักษ์ แสงสีขาวนวลไหลทะลักออกมาจากรอยร้าวนั้นเหมือนน้ำไหล เซเลสเทนรีบใช้พลังงานที่เหลืออยู่ผลักรอยร้าวนั้นให้ขยายกว้างขึ้นจนกลายเป็นช่องว่างพอที่คนสองคนจะมุดผ่านไปได้

“รีบไป! ก่อนที่ระบบจะรีเซ็ต!” เซเลสเทนลากแขนบรอนเวนให้มุดผ่านช่องว่างนั้นเข้าไป

ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเข้ามาในเรือนกระจก กลิ่นอายของโอโซนและกลิ่นไหม้จางๆ ของพลังงานเวทมนตร์ก็ปะทะเข้าที่ใบหน้า พื้นที่ภายในกว้างขวางและเต็มไปด้วยชั้นวางแก้วที่บรรจุผลึกหลากสีสัน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทั้งคู่ไม่ใช่สมบัติเหล่านั้น

ใจกลางเรือนกระจก มีแท่นหินอ่อนที่ลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย บนแท่นนั้นมีกลุ่มก้อนแสงที่กำลังควบแน่นอย่างช้าๆ มันไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่าง แต่มันกำลังถักทอตัวเองขึ้นมาเป็นแผ่นกระดาษบางเบาที่ทำจากแสงบริสุทธิ์ ตัวอักษรสีทองกำลังปรากฏขึ้นและเลือนหายไปอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่ามันกำลังเขียนตัวเองขึ้นมาจากความว่างเปล่า

“นั่นมัน...” เซเลสเทนชะงัก ลมหายใจของเธอขาดช่วง “ต้นฉบับสุดท้าย... มันกำลังก่อตัวขึ้นจริงๆ ด้วย”

บรอนเวนจ้องมองแสงที่กำลังถักทอเป็นตัวอักษรเหล่านั้น ดวงตาของเธอหรี่ลงเมื่อเห็นความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามนั้น แสงเหล่านั้นดูเหมือนจะตอบสนองต่อการมีอยู่ของพวกเขา มันวูบวาบและรุนแรงขึ้นราวกับจะประกาศถึงการมาถึงของบางสิ่ง

“มันคือสิ่งที่บันทึกเรื่องราวของราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก” เซเลสเทนกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “หากราชสำนักได้มันไป พวกเขาจะเปลี่ยนคำทำนายนี้ให้กลายเป็นเครื่องมือสถาปนาอำนาจของตัวเอง และโลกจะไม่มีวันได้เห็นความจริงอีกเลย”

บรอนเวนเดินเข้าไปใกล้แท่นหินนั้นมากขึ้น เงาของเธอทอดผ่านแสงสีทองที่กำลังเต้นระบำ เธอไม่ได้รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ แต่เธอสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของเอลเดอร์เมียร์ไปตลอดกาล

“เซเลสเทน” บรอนเวนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น สายตายังไม่ละจากต้นฉบับแสงนั้น “เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูมันเติบโต”

“หมายความว่ายังไง?”

“เราต้องหาทางทำลายมันทิ้งซะ ก่อนที่มันจะกลายเป็นความจริงที่แก้ไขไม่ได้”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารยามหลายนายก็ดังสะท้อนมาจากทางเข้าที่พวกเขาเพิ่งมุดเข้ามา พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาในความมืดของเรือนกระจก

--- เซเลสเทนใช้ทักษะการควบคุมพลังงานเพื่อเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของเรือนกระจกแก้วพาบรอนเวนเข้าไปได้สำเร็จ ทั้งคู่ได้พบกับ 'ต้นฉบับสุดท้าย' ที่กำลังก่อตัวขึ้นจากแสง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะทางการเมือง บรอนเวนจึงตัดสินใจว่าพวกเขาต้องทำลายมันทิ้ง