← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 37ฟรี

ตอนที่ 37 — เงาในกระจกแห่งความทรงจำ

เสียงฝีเท้าที่วิ่งตะบึงผ่านทางเดินหินอ่อนของนครอารคานาไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการหลบหนี แต่มันคล้ายกับการวิ่งหนีจากเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ไร้ร่าง อคิราห์หอบหายใจจนทรวงอกสั่นสะท้าน กลิ่นอายของความทรงจำที่เพิ่งระเบิดออก—กลิ่นเหมือนหมึกเก่าผสมกับกลิ่นโอโซนหลังพายุฝน—ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศที่เย็นเยียบ ทว่าสิ่งที่กดทับเขาไว้หนักยิ่งกว่าความเหนื่อยล้า คือสายตาของชาวเมืองอารคานา สายตาที่ไม่ได้มองเขาเป็นผู้กอบกู้ แต่มองเขาเป็น 'สิ่งแปลกปลอม' ที่นำพาความวิบัติมาสู่ระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์

“หยุดมัน! อย่าปล่อยให้ภัยพิบัติเคลื่อนที่นั่นเข้าใกล้แกนกลาง!” เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รักษาความสงบดังแว่วมาตามโถงทางเดินที่บิดเบี้ยว แสงจากผลึกแก้วที่เคยส่องสว่างอย่างเป็นระเบียบ บัดนี้กระพริบถี่ราวกับจังหวะหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น รอยแตกบนพื้นหินขยายตัวออก เผยให้เห็นหมึกดำที่ไหลซึมออกมาจากใต้ชั้นอารยธรรม ราวกับเลือดของโลกที่กำลังพยายามจะบอกเล่าความจริงที่ถูกฝังกลบ

อคิราห์พยายามประคองสติ รอยอักขระมรกตบนผิวหนังของเขาร้อนผ่าว มันไม่ใช่ความร้อนที่แผดเผา แต่เป็นความร้อนที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะการไหลเวียนของพลังงานที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมา การปลดล็อกความทรงจำแรกของโลกไม่ใช่ชัยชนะที่หอมหวาน แต่มันคือการเปิดกล่องแพนโดราที่ไม่มีวันปิดลงได้อีก ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจ เขาจะรู้สึกถึงกระแสความทรงจำนับล้านที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาในจิตใต้สำนึก—เสียงหัวเราะของเด็กที่ลืมเลือนไปแล้ว ความโศกเศร้าของสงครามที่ไม่มีใครจดจำ และความลับของอักขระที่ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์

เขาเลี้ยวโค้งตรงหัวมุมถนนที่ทำจากผลึกโปร่งแสง ทว่ากลับพบกับกำแพงมนุษย์ ชายชุดเกราะผลึกยืนขวางทางไว้ ใบหน้าของพวกเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากที่แกะสลักเป็นรูปอักขระแห่งการปิดกั้น อคิราห์ชะงัก ฝ่ามือของเขาสั่นเทา เขาไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร แต่ในสายตาของพวกเขา เขาคือ 'โรคหมึกละลาย' ที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์

“ถอยไป...” อคิราห์เค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก “ผมไม่ได้ต้องการทำลายที่นี่ ผมแค่...”

“เจ้าคือความวุ่นวาย” หนึ่งในผู้คุมกล่าว เสียงของเขาดังผ่านหน้ากาก ฟังดูเย็นชาและไร้ความรู้สึก “เจ้าทำลายระเบียบที่พวกเราสร้างมานับพันปี เจ้าทำให้ความทรงจำที่สะอาดบริสุทธิ์กลายเป็นโคลนตมที่เน่าเฟะ!”

สิ้นคำนั้น หอกแสงพุ่งเข้าหาเขา อคิราห์เบี่ยงตัวหลบอย่างสัญชาตญาณ ความเจ็บปวดแล่นพล่านเมื่อแสงนั้นเฉียดผิวหนังไปเพียงนิดเดียว เขารู้ดีว่าการหลบหนีอย่างเดียวไม่ใช่ทางออก พายุหมึกดำที่เขาสร้างขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยวเมืองไว้ บัดนี้กำลังเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างใหม่ มันไม่ใช่แค่หมึกที่ไร้สติ แต่มันกำลัง 'จารึก' สิ่งบางอย่างลงบนโครงสร้างของนครอารคานา

เขาวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่มืดมิด แสงไฟจากผลึกในเมืองเริ่มหรี่ลงเรื่อยๆ ราวกับถูกสูบพลังงานไป อคิราห์สังเกตเห็นว่ากำแพงผลึกที่เคยใสสะอาด บัดนี้มีรอยด่างดำของหมึกที่กำลังกัดกินเนื้อแก้ว มันไม่ใช่การทำลาย แต่มันคือการ 'เขียนทับ' ความจริงเดิมด้วยความจริงใหม่ที่เจ็บปวดกว่าเดิม

“เจ้ากำลังวิ่งหนีความจริง หรือวิ่งหนีความผิดบาปกันแน่ อคิราห์?”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังซากปรักหักพัง อคิราห์สะดุ้งสุดตัว เขาหันไปพบกับชายชุดเทาที่ยืนพิงผนังหินอย่างสงบ ราวกับว่าความโกลาหลรอบตัวเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เขาเคยดูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แววตาของชายผู้นั้นไม่ได้มีความเกลียดชังเหมือนชาวเมือง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเวทนาที่ลึกซึ้งจนน่าขนลุก

“คุณ...” อคิราห์พึมพำ “ทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่? เมืองกำลังจะพังทลาย และทุกคนกำลังไล่ล่าผม!”

“เมืองไม่ได้กำลังพังทลายเพราะเจ้า” ชายชุดเทาก้าวออกมาจากเงา แสงสลัวจากรอยแยกบนท้องฟ้าทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้น “เมืองกำลังพังทลายเพราะมันแบกรับความจริงไม่ไหวต่างหาก ระเบียบที่พวกเขาสร้างขึ้นบนการลบเลือนความทรงจำนั้นเปราะบางยิ่งกว่าแก้วที่ถูกเคาะด้วยค้อน ความจริงที่เจ้าปลดปล่อยออกมา... มันไม่ใช่แค่หมึก แต่มันคือกระดูกสันหลังของโลกที่ถูกหักทิ้งไว้”

อคิราห์ขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง? ผมแค่ต้องการหยุดโรคหมึกละลาย...”

“โรคหมึกละลายไม่ใช่โรค อคิราห์” ชายชุดเทาขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและหนักแน่น “มันคือเสียงตะโกนของอักขระที่ถูกลืมเลือน มันคือความพยายามของอดีตที่จะทวงคืนพื้นที่จากปัจจุบันที่จอมปลอม และเจ้า... เจ้าไม่ใช่แค่ผู้ชำระหมึก แต่เจ้าคือ 'จุดจบ' ของระเบียบ และ 'จุดเริ่มต้น' ของความโกลาหลที่แท้จริง”

อคิราห์รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ความหมายของทุกสิ่งที่เขาทำมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน เขาพยายามรักษาอักขระ พยายามชำระล้างรอยจาง แต่ความจริงอาจเป็นว่าเขากำลังทำลายระเบียบเพื่อเปิดทางให้สิ่งที่น่ากลัวกว่าเดิมเข้ามาแทนที่

“แล้วผมต้องทำยังไง?” อคิราห์ถาม เสียงของเขาสั่นเครือ “ถ้าสิ่งที่ผมทำมันผิด... ถ้าความทรงจำที่ผมพยายามรักษาไว้ มันคือสิ่งที่ทำให้โลกต้องเจ็บปวด...”

ชายชุดเทาเดินเข้ามาใกล้ จนอคิราห์สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากเสื้อผ้าของเขา “ทางเลือกของเจ้าไม่ได้อยู่ที่การเลือกระหว่างความจริงหรือความลวง แต่อยู่ที่ว่าเจ้าจะยอมเป็น 'ภัยพิบัติ' เพื่อให้ความจริงได้มีที่ยืน หรือจะยอมเป็น 'ผู้คุมขัง' เพื่อรักษาความสงบที่ว่างเปล่า”

ทันใดนั้น เสียงระเบิดกึกก้องดังมาจากใจกลางนครอารคานา แสงสีมรกตและสีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ประสานกันเป็นรูปร่างอักขระขนาดมหึมาที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความสวยงาม แต่มันคือความน่าสะพรึงกลัวของอำนาจที่ไม่ได้ถูกควบคุม อคิราห์มองขึ้นไปบนนั้น เห็นเงาร่างของอักขระที่กำลัง 'กัดกิน' ชั้นบรรยากาศของนครลอยฟ้า

“มันเริ่มแล้ว” ชายชุดเทากล่าวพลางมองไปที่ท้องฟ้า “การจารึกครั้งสุดท้าย... และมันจะไม่มีทางย้อนกลับได้อีก”

อคิราห์รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่กระชากเขาไปทางใจกลางพายุ หมึกดำในตัวเขาเริ่มขยายตัวและเรียกร้องการตอบสนอง เขาไม่ได้วิ่งหนีอีกต่อไป แต่เขากำลังถูกลากเข้าไปสู่จุดที่ความจริงและคำลวงจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวเมืองและเสียงคำรามของอักขระโบราณ เขาตระหนักได้ว่า ชะตากรรมของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาเป็นอีกต่อไป แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเขาจะยอมรับ 'อักขระต้องห้าม' ในตัวเขาได้หรือไม่ ในขณะที่เมืองทั้งเมืองเริ่มเอียงวูบลงสู่เบื้องล่างอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้

--- อคิราห์ถูกชาวเมืองอารคานาไล่ล่าในฐานะภัยพิบัติ และได้เผชิญหน้ากับชายชุดเทาที่เผยความจริงว่าโรคหมึกละลายคือเจตจำนงของอักขระโบราณที่พยายามทวงคืนตัวตน ท่ามกลางความโกลาหลของเมืองที่กำลังล่มสลาย