ตอนที่ 153 — การเผาผนึกอักขระโบราณ
ห้องสลัวภายในหอจารึกศักดิ์สิทธิ์อบอวลไปด้วยกลิ่นไหม้จางๆ ของหมึกโบราณ อาวุโสคัลลันยืนนิ่งเบื้องหน้าแท่นพิธีหินอ่อนสีดำสนิท บนแท่นนั้นคือม้วนบันทึกเก่าแก่ที่ถูกผนึกด้วยริบบิ้นหนังฟอกสีซีดจนเกือบขาว อักขระที่ปรากฏบนผิวหนังม้วนบันทึกนั้นดูพร่าเลือน ราวกับสายน้ำที่กำลังจะเหือดแห้ง สัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่แฝงเร้นอยู่ภายใต้ความเก่าแก่
"ท่านอาวุโส คัลลัน" เสียงของเซราฟิน่าดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง "ท่านแน่ใจหรือว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง?" น้ำเสียงของนางแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง
คัลลันไม่หันไปมอง สายตาจับจ้องอยู่ที่ม้วนบันทึก "ความถูกต้องมิได้อยู่ที่การยึดติดกับสิ่งที่ไม่สามารถดำรงอยู่ได้อีกต่อไป เซราฟิน่า" เขาตอบเสียงเรียบ "บันทึกนี้เป็นภัยอันตราย มันคือต้นตอของความปั่นป่วน และต้องถูกกำจัด" เขาเอื้อมมือไปสัมผัสอักขระที่เลือนรางบนม้วนบันทึก ความเย็นเยียบจากหินสัมผัสปลายนิ้ว แต่สิ่งที่เขาจดจำได้ดีกว่าคือ 'ความปวดร้าว' ที่แฝงอยู่ในลายเส้นเหล่านั้น
"แต่..." เซราฟิน่าก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ใบหน้าของคัลลัน "หากบันทึกนี้มีคำตอบเกี่ยวกับโรคหมึกละลายล่ะ? หากมันมีวิธีรักษา?"
"การรักษาด้วยการทำลายล้างมิใช่สิ่งที่เราแสวงหา" คัลลันแย้งกลับอย่างเฉียบคม "ความรู้ที่ได้มาจากการทุจริตย่อมนำมาซึ่งหายนะเสมอ" เขาหยิบตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่ข้างแท่นขึ้นมา แสงไฟสั่นไหวสะท้อนบนใบหน้าของเขาซึ่งบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยวที่ไร้ความปรานี
"ท่านไม่เข้าใจ" เซราฟิน่ากล่าวเน้น "อักขระเหล่านี้... มันมีความเชื่อมโยงกับรอยสักบนหลังข้า" เธอกล่าวเสียงแผ่วเบาลง ความระแวงในแววตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสับสน
คัลลันชะงักมือที่กำลังจะจุดตะเกียง "เจ้ากำลังพูดถึงอะไร?" เขาหันมาเผชิญหน้ากับเซราฟิน่า ดวงตาของเขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในท่าทีของนาง
"ข้า... ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างจากอักขระโบราณเหล่านี้" เซราฟิน่าอธิบายอย่างยากลำบาก "มันเหมือนกับ... กับความทรงจำบางอย่างที่ถูกผนึกไว้"
คัลลันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาประเมินคำพูดของเซราฟิน่าอย่างถี่ถ้วน ความคิดเกี่ยวกับ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' ผุดขึ้นในใจ ทว่าเขากลบมันไว้ภายใต้ความเยือกเย็น "ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้คือสิ่งที่เราต้องควบคุม เซราฟิน่า" เขาพูดเสียงหนักแน่น "ไม่ว่ามันจะมาจากไหนก็ตาม" เขาหันกลับไปที่ม้วนบันทึกอีกครั้ง "และบันทึกนี้... คือสิ่งสุดท้ายที่เราต้องกำจัด"
เขาจุดตะเกียงเปลวไฟสีส้มลุกโชนขึ้น แสงสว่างที่สว่างไสวขับไล่เงาในห้องออกไปจนหมด คัลลันค่อยๆ นำปลายตะเกียงเข้าใกล้แผ่นหนังของม้วนบันทึก ทันทีที่เปลวไฟสัมผัสกับอักขระที่เลือนรางนั้น เสียงแหบพร่าราวกับเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงของไฟ แต่เป็นเสียงที่มาจากภายในอักขระเอง
อักขระเหล่านั้นเริ่มสั่นไหวราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นรน เฮือกสุดท้าย ความร้อนจากเปลวไฟที่เผาผลาญดูเหมือนจะปลุกปั่นพลังงานบางอย่างที่ถูกกักขังไว้ภายใน กลิ่นไหม้ฉุนกึกขึ้นมาทันที คัลลันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาจากมือของเขาที่กำลังจับตะเกียง มันไม่ใช่แค่ความร้อน แต่เป็น 'ความเจ็บปวด' ที่แผ่ซ่านเข้ามา ราวกับว่าเขากำลังเผาผลาญสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะดับสูญ
"ไม่!" เซราฟิน่าอุทาน เมื่อเห็นอักขระเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป
คัลลันกัดฟันแน่น เขาไม่สามารถหยุดยั้งได้อีกต่อไป หากเขาปล่อยให้บันทึกนี้อยู่ มันอาจจะถูกค้นพบโดยคนที่ไม่ประสงค์ดี และนำมาซึ่งหายนะที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม เขาดันตะเกียงให้ใกล้เข้าไปอีก เปลวไฟลุกโชนแรงขึ้น บันทึกโบราณเริ่มไหม้เกรียมอย่างรวดเร็ว
แผ่นหนังค่อยๆ ม้วนตัวเข้าหากัน และอักขระที่เคยปรากฏก็ค่อยๆ จางหายไป กลายเป็นควันสีดำที่ลอยขึ้นสู่เพดาน แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เมื่อเปลวไฟเผาผลาญจนม้วนบันทึกเหลือเพียงเถ้าถ่าน ควันสีดำเหล่านั้นมิได้ลอยหายไปเฉยๆ มันกลับจับตัวกันเป็น 'รอยเปื้อน' รูปทรงประหลาดบนพื้นหินอ่อนสีดำ รอยเปื้อนนั้นมีลักษณะคล้ายดวงตาที่เบิกกว้าง จ้องมองขึ้นไปบนเพดาน ราวกับจะจดจำใบหน้าของผู้ที่เผาทำลายมัน
คัลลันมองดูรอยเปื้อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันไม่ใช่ความสำเร็จที่ควรจะรู้สึก มันคือความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยความสยดสยอง
"นี่มัน..." เซราฟิน่ากล่าวเสียงสั่น
คัลลันก้มมองมือของตนเองที่จับตะเกียงอยู่ ปลายนิ้วที่สัมผัสกับความร้อนยังคงรู้สึกถึง 'ความเจ็บปวด' ที่ตกค้างอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองรอยเปื้อนประหลาดนั้นอีกครั้ง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวด้วยความชัดเจนที่น่าสะพรึงกลัว
นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้าง 'รอยเปื้อน' รูปแบบใหม่.
ไมโลยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังแตกตื่น เสียงร้องตะโกนดังขึ้นรอบตัวเขา "พวกมันมาแล้ว! พวกที่มีหมึกละลาย!" ผู้คนเบี่ยงตัวหลบเขา ราวกับเขาเป็นเชื้อโรค แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนอย่างสงบ พวกเขามีรอยสักที่คล้ายคลึงกับเขาบนแขนและลำคอ "เราไม่ได้อยู่คนเดียว" ไมโลพึมพำกับตัวเองด้วยความหวังจางๆ เขาจดจำคำพูดของชายชราผู้หนึ่งได้ "คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน... ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ..." เขาไม่รู้ว่าคำทำนายนั้นจะนำพาเขาไปสู่สิ่งใด แต่เขารู้เพียงว่าเส้นทางที่อยู่เบื้องหน้า จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป.
--- อาวุโสคัลลันเผาทำลายบันทึกโบราณที่เชื่อว่าเป็นต้นตอของโรคหมึกละลาย แต่กลับพบว่าอักขระที่ถูกทำลายได้ทิ้งรอยเปื้อนรูปทรงประหลาดไว้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงใหม่