← สารบัญตอน

เสียงเพรียกจากหุบเขาอัสนี

ตอนที่ 4ฟรี

ตอนที่ 4 — จังหวะที่ถูกบดขยี้

ความเงียบไม่ใช่ความว่างเปล่าสำหรับเมฆา แต่มันคือความหนาแน่นของแรงสั่นสะเทือนที่ไหลวนอยู่รอบตัว เขานั่งขดตัวอยู่บนพื้นไม้กระดานที่เย็นจัดภายในกระท่อมท้ายหมู่บ้าน สัมผัสผ่านฝ่ามือที่วางแนบกับพื้นบอกเขาว่าใต้ดินนั้นกำลังสั่นไหวอย่างผิดปกติ พายุที่กำลังก่อตัวอยู่เหนือยอดเขาคีรีอัสนีไม่ได้ส่งเพียงเสียงคำรามที่เขาไม่ได้ยิน แต่มันส่ง 'แรงกระแทก' ที่หนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่สายฟ้าฟาดลงบนยอดเขา แผ่นดินจะสั่นสะท้านเป็นระลอกคลื่น กระจายผ่านชั้นหินและดิน เข้าสู่ฝ่าเท้าของเขาเหมือนจังหวะกลองที่บ้าคลั่ง

เมฆามองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้หนา แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กๆ สั่นไหวตามแรงลมที่พัดกรรโชกผ่านรอยแตก ในใจของเขาเต็มไปด้วยความพร่าเลือน หมู่บ้านที่เคยสงบสุขบัดนี้ตกอยู่ในสภาวะแตกสลาย ไม่ใช่แค่เพราะความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามา แต่เพราะสิ่งที่ถูกพรากไปทีละอย่างราวกับเป็นการถอนรากถอนโคนจิตวิญญาณ ทั้งระฆังเงินที่ใช้ส่งสัญญาณ ทั้งจี้หยกที่ใช้ควบคุมลม และล่าสุดคือถุงเสบียงธัญญาหารศักดิ์สิทธิ์ที่ควรจะเป็นลมหายใจสุดท้ายของทุกคนในฤดูหนาวนี้

เขารู้สึกถึงความสั่นสะเทือนที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความสั่นสะเทือนตามธรรมชาติของพายุ แต่มันคือจังหวะที่ 'จงใจ' และ 'เป็นระเบียบ' เหมือนฝีเท้าของกลุ่มคนที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้ แรงสั่นสะเทือนนั้นหนักแน่น สม่ำเสมอ และทรงพลังจนเมฆารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่กลางอก เขารีบยันกายลุกขึ้น ความเย็นจากพื้นไม้ซึมผ่านเสื้อผ้าหนาๆ เข้ามาถึงผิวหนัง แต่ความตื่นตัวในประสาทสัมผัสทำให้เขาไม่รู้สึกหนาว

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่ขอบหมู่บ้านก็เปลี่ยนเป็นจังหวะที่รุนแรงขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่กระทบพื้นดินแข็งและหิมะที่เริ่มจับตัวหนา เมฆาพุ่งไปที่ประตูไม้ เขาไม่ได้ยินเสียงเคาะ แต่เขารู้สึกถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านผนังไม้เข้ามาจนกระทั่งบานประตูถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล

ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวสีครามเข้มขลิบทองก้าวเข้ามาในกระท่อม แสงจากภายนอกที่สว่างวาบด้วยสายฟ้าทำให้เห็นเงาของเขาที่ทอดยาวและน่าเกรงขาม บนศีรษะมีแถบผ้าคาดที่มีสัญลักษณ์รูปคลื่นเสียงสั่นสะเทือน นี่ไม่ใช่กลุ่มนักบวชชั้นผู้น้อยที่มาแย่งชิงเสบียง แต่เป็น 'ผู้คุมจังหวะแห่งสวรรค์' (Harmonic Warden) ระดับสูงที่สวมเกราะไหล่ทำจากโลหะสั่นสะเทือน

ชายผู้นั้นไม่ได้มาเพียงลำพัง มีนักบวชอีกสองคนเดินตามหลังมา พวกเขาถือไม้เท้าโลหะที่สั่นไหวอยู่ตลอดเวลาจนเกิดเสียงหึ่งๆ ที่เมฆาสัมผัสได้ในอากาศราวกับเข็มเล็กๆ ทิ่มแทงผิวหนัง ชายผู้นำทางกวาดสายตาคมกริบมองไปรอบกระท่อมที่ซอมซ่อ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่เมฆา

เมฆาพยายามจะถอยหลัง แต่เขาสัมผัสได้ว่าอากาศรอบตัวเริ่มหนาแน่นขึ้น แรงกดดันมหาศาลจากชายตรงหน้าทำให้เขาแทบจะขยับตัวไม่ได้ มันไม่ใช่แค่ความกลัว แต่มันคือการควบคุมความถี่ของอากาศรอบตัวให้กดทับลงมาที่เขา

ชายในชุดคลุมครามขยับริมฝีปาก แม้เมฆาจะอ่านไม่ออกจากการขยับปาก แต่เขาเห็นความเด็ดขาดในแววตานั้น ชายผู้นั้นยื่นมือออกมาข้างหน้า และในมือของเขามีวัตถุชิ้นหนึ่งที่เมฆาจำได้ทันทีแม้จะไม่ได้ยินเสียงกระทบกันของมัน วัตถุนั้นคือ 'คัมภีร์จารึกคลื่นสั่นสะเทือน' (Vibration-Wave Scripture) ฉบับดั้งเดิมที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุลับของหมู่บ้าน—มันไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือแผ่นหินบางเฉียบที่สลักร่องลึกซึ่งบรรจุความถี่ของเสียงศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการปลุกระฆังทองคำต้นกำเนิด

เมฆาเบิกตากว้าง หัวใจของเขาสั่นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความรู้ที่เขาพยายามจะศึกษาเพื่อหาทางหยุดยั้งพายุนิรันดร์ ความลับที่จะช่วยให้เขาเข้าใจวิธีสื่อสารกับจิตวิญญาณแห่งขุนเขา ทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในคัมภีร์แผ่นหินนั้น หากเขาได้มันมา เขาอาจจะพบวิธีที่แท้จริงในการเดินทางไปถึงถ้ำสายฟ้า

แต่ทว่า ชายผู้นั้นไม่ได้มาเพื่อมอบมันให้ แต่เขามาเพื่อ 'ยึดครอง' มัน

“สิ่งนี้ไม่ควรอยู่ในมือของคนที่ไม่สามารถได้ยินเสียงของสวรรค์” แม้เมฆาจะไม่อ่านปากได้ชัดเจน แต่แรงสั่นสะเทือนที่แผ่ออกมาจากคำพูดนั้นรุนแรงจนเขารู้สึกถึงความหมายของมัน ชายผู้นั้นก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของเขาทำให้พื้นไม้ใต้เท้าเมฆาปริแตก

เมฆาพยายามจะตะโกน แต่เสียงของเขาหายไปในความเงียบที่แสนเจ็บปวด เขาพุ่งตัวเข้าใส่ชายผู้นั้นด้วยสัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอด แต่ทันทีที่เขากระโจนออกไป ชายนักบวชอีกคนก็กระแทกไม้เท้าลงกับพื้น ความถี่ที่ส่งออกมานั้นรุนแรงและแหลมคมจนเมฆารู้สึกเหมือนร่างกายถูกกระชากออกจากกัน แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้กล้ามเนื้อของเขากระตุกและล้มลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ

ชายผู้นำทางก้มลงหยิบ 'คัมภีร์จารึกคลื่นสั่นสะเทือน' ที่วางอยู่บนแท่นไม้เก่าๆ ในมุมห้องขึ้นมา เขาลูบไล้รอยสลักบนแผ่นหินนั้นด้วยความทะนุถนอมที่แฝงไปด้วยความโลภ

“หมู่บ้านนี้อ่อนแอเกินกว่าจะรักษาความลับของสวรรค์ไว้” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ แต่แรงสั่นสะเทือนรอบตัวเขากลับแผ่ซ่านออกมาเป็นวงกว้าง “เราจะนำคัมภีร์นี้ไปสู่มหาวิหารแห่งเสียงสวด เพื่อใช้มันเป็นกุญแจในการควบคุมพายุ มิใช่เพื่อทำลายมันตามที่พวกเจ้าเข้าใจ”

เมฆามองดูความสูญเสียครั้งใหม่ด้วยความสิ้นหวัง คัมภีร์แผ่นหินนั้นคือสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เขาเข้าใจพายุ และเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากความมืดมิดนี้ไปได้ แต่มันกำลังจะถูกพรากไปโดยกลุ่มคนที่อ้างตนว่าเป็นผู้พิทักษ์ แต่แท้จริงแล้วคือผู้ที่ต้องการควบคุมพลังธรรมชาติเพื่ออำนาจของตนเอง

ขณะที่นักบวชกำลังจะก้าวออกจากกระท่อมพร้อมกับคัมภีร์ในมือ เมฆาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า แรงสั่นสะเทือนจากใต้ดินที่เคยเป็นจังหวะของพายุ บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ 'กระหายเลือด' และมันกำลังพุ่งตรงมายังกระท่อมแห่งนี้ ราวกับว่าการพรากคัมภีร์ไปเมื่อครู่ ได้ไปกระตุ้นบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้เทือกเขาคีรีอัสนีให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน

--- กลุ่มนักบวชระดับสูงบุกเข้ามายึด 'คัมภีร์จารึกคลื่นสั่นสะเทือน' ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจพายุไปจากเมฆา ทำให้เขาเสียโอกาสเดียวที่จะค้นหาวิธีหยุดยั้งพายุนิรันดร์ พร้อมกับการตื่นขึ้นของแรงสั่นสะเทือนประหลาดจากใต้ดิน