← สารบัญตอน

เสียงเพรียกจากหุบเขาอัสนี

ตอนที่ 15ฟรี

ตอนที่ 15 — เศษซากแห่งความเงียบที่หลงเหลือ

ความเงียบไม่ใช่สิ่งที่ไร้ซึ่งตัวตน แต่มันคือมวลอากาศที่หนักอึ้งและเย็นเยียบที่กดทับลงบนปอดของเมฆา ทุกครั้งที่เขาพยายามสูดลมหายใจเข้า เขารู้สึกเหมือนกำลังสูดเอาความว่างเปล่าที่ไร้ก้นบึ้งเข้าไปในร่างกาย โลกของเขาในตอนนี้เหลือเพียงภาพที่พร่าเลือนและแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาที่ปลายนิ้วมือซึ่งไม่เพียงพอจะบอกทิศทางหรือความหมายใดๆ ได้อีกต่อไป หลังจากที่ 'สร้อยคอหินแกนเสียง' ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณของเขากับจังหวะของโลกถูกพรากไป เขาก็กลายเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณท่ามกลางพายุที่กำลังบ้าคลั่ง

เมฆานั่งขดตัวอยู่ในซากปรักหักพังของเพวิลเลียนที่พังทลาย หิมะที่โปรยปรายลงมาหนาทึบทำให้ทัศนวิสัยรอบกายกลายเป็นสีขาวโพลนและเทาหม่น เขาไม่ได้ยินเสียงลมพัดผ่านซอกหิน ไม่ได้ยินเสียงหิมะกระทบพื้นไม้ที่ผุพัง สิ่งเดียวที่เขารู้สึกได้คือความหนาวเหน็บที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูก และความรู้สึกแปลกแยกอย่างรุนแรงราวกับเขาได้หลุดออกจากวงโคจรของจักรวาลไปแล้ว เขามองดูมือที่สั่นเทาของตัวเอง พยายามจะมองหาเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่เคยมี—ความสั่นสะเทือนที่เคยบอกว่าภูเขากำลังหายใจ หรือกระแสไฟฟ้าที่กำลังเคลื่อนที่ในอากาศ—แต่มันกลับว่างเปล่า เหมือนกับว่าประสาทสัมผัสของเขาถูกตัดขาดออกจากโลกอย่างถาวร

ทันใดนั้น พื้นดินใต้ร่างของเขากลับไม่สั่นสะเทือนด้วยแรงสั่นสะเทือนตามธรรมชาติ แต่มันกลับสั่นไหวด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและหนักแน่น มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนของสัตว์อสูร หรือแรงขยับของแผ่นดินไหว แต่มันคือจังหวะของฝีเท้าที่เดินเป็นขบวน เมฆาพยายามยันตัวขึ้นจากกองหิมะ ความเย็นจัดของพื้นดินที่สัมผัสฝ่ามือทำให้เขาตื่นตัว แม้เขาจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้านั้น แต่แรงกดที่ส่งผ่านชั้นหิมะและดินแข็งบอกเขาว่ามีบางสิ่งกำลังมุ่งตรงมายังตำแหน่งของเขา

เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหิมะที่ขาวโพลน พวกเขาไม่ได้เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง แต่เดินเข้ามาด้วยท่าทีของผู้ที่ถือครองอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง เมฆาหรี่ตาลงมองผ่านความพร่ามัว เขาเห็นผ้าคลุมสีครามเข้มขลิบทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ 'ภาคีผู้คุมกฎแห่งจังหวะบรรพกาล' กลุ่มคนที่เพิ่งจะพรากสร้อยคอของเขาไป แต่ครั้งนี้ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้มาเพียงเพื่อทำลายหรือยึดครองสิ่งของ แต่มันคือการมาเพื่อ 'กวาดล้าง'

ชายผู้นำกลุ่มก้าวออกมาข้างหน้า เขาไม่ได้สวมหน้ากากเหมือนนักบวชกลุ่มอื่น แต่ใบหน้าของเขากลับเรียบเฉยจนดูเหมือนรูปสลักหิน ดวงตาของเขาเย็นชาและว่างเปล่าไม่ต่างจากพายุข้างนอก เขาไม่ได้พยายามจะสื่อสารด้วยคำพูดที่เมฆาจะไม่มีวันได้ยิน แต่เขาใช้การกระทำเพื่อแสดงอำนาจ ชายผู้นั้นชูมือขึ้น ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่เมฆาสัมผัสได้ผ่านพื้นดินก็เปลี่ยนไป มันกลายเป็นจังหวะที่รุนแรงและกดดันจนเมฆารู้สึกคลื่นไส้ เขาทรุดตัวลงกับพื้น พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบอะไรบางอย่างที่ข้างกาย แต่มันก็สายเกินไป

สิ่งที่เขาพยายามจะปกป้องไม่ใช่เครื่องมือสื่อสาร ไม่ใช่ศิลา และไม่ใช่ตะเกียง แต่มันคือ 'แผนที่หนังแกะแห่งเส้นทางอัสนี' สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ซึ่งระบุตำแหน่งที่ตั้งของถ้ำสายฟ้าและเส้นทางลับที่จะนำไปสู่ระฆังทองคำต้นกำเนิด มันคือความหวังเดียวที่เขาจะใช้เดินทางผ่านหุบเขาเพื่อหยุดยั้งพายุนิรันดร์ และเป็นหลักฐานเดียวที่จะบอกว่าหมู่บ้านของเขามีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ของขุนเขาแห่งนี้

ชายในชุดสีครามก้าวเข้ามาประชิดตัวเมฆา เขาไม่ได้ใช้กำลังเข้าฉุดกระชาก แต่เขาใช้พลังแห่งจังหวะที่เขาสร้างขึ้นบีบคั้นอากาศรอบตัวเมฆาให้หนักอึ้งจนชายหนุ่มแทบจะหายใจไม่ออก เมฆาพยายามจะตะเกียกตะกายไปที่ม้วนหนังแกะที่วางอยู่บนพื้นหิมะ แต่แรงกดอากาศที่มองไม่เห็นกลับกดไหล่ของเขาลงกับพื้นอย่างโหดร้าย

มือที่สวมถุงมือโลหะของผู้นำกลุ่มเอื้อมลงมาหยิบแผนที่หนังแกะนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ เมฆาจ้องมองด้วยความโกรธแค้นที่ไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ เขาเห็นชายผู้นั้นคลี่แผนที่ออก สายตาที่เย็นชาไล่ไปตามเส้นทางที่ถูกวาดด้วยหมึกสีเงิน เมฆารู้ได้ทันทีว่าพวกเขามิได้ต้องการแผนที่นี้เพื่อนำทาง แต่พวกเขาต้องการมันเพื่อ 'ลบ' มันทิ้ง เพื่อไม่ให้ใครก็ตามสามารถเข้าถึงความลับของถ้ำสายฟ้าได้อีกต่อไป เพื่อให้โลกนี้ดำเนินไปตามจังหวะที่พวกเขาควบคุมได้เท่านั้น

ผู้นำกลุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับเมฆา แม้จะไม่มีเสียง แต่เมฆาสัมผัสได้ถึงความหมายจากแววตานั้น—มันคือคำประกาศิตว่าความหวังของเขาได้จบสิ้นลงแล้ว

ชายผู้นั้นส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เมฆามองเห็นในมือของชายคนนั้นมี 'ภาชนะโลหะบรรจุเปลวไฟสีนิล' มันคืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเผาทำลายสิ่งของที่มีความสำคัญทางจิตวิญญาณ เมฆาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เขาพยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่ร่างกายที่อ่อนล้าและไร้ซึ่งสัมผัสพิเศษทำให้เขาทำได้เพียงแค่มองดูอย่างสิ้นหวัง

เปลวไฟสีนิลถูกจุดขึ้น มันไม่ได้ให้ความร้อน แต่มันให้ความรู้สึกที่เย็นเยียบและทำลายล้าง ชายผู้นั้นวางแผนที่หนังแกะลงบนกองไฟนั้นอย่างช้าๆ เมฆาเห็นควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือควันแห่งความล่มสลายของความหวังสุดท้าย เส้นทางสู่ระฆังทองคำต้นกำเนิดกำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านที่ไร้ค่า

เมื่อแผนที่ถูกเผาจนสิ้นซาก ชายผู้นำก็โยนเศษเถ้าถ่านที่เหลือลงบนหิมะ และทิ้งท้ายด้วยการใช้เท้าเหยียบย่ำลงไปบนจุดที่เคยเป็นแผนที่ จนกระทั่งไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยใดๆ ของมัน เมฆารู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกเผาไปพร้อมกับแผนที่แผ่นนั้น ความเงียบงันที่เขาเผชิญอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เพียงความเงียบจากการไม่ได้ยิน แต่มันคือความเงียบของการสูญสิ้นหนทางที่จะมีชีวิตรอด

เขานอนนิ่งอยู่บนพื้นหิมะ มองดูเงาร่างของเหล่านักบวชที่กำลังเดินจากไปพร้อมกับแผนที่ที่กลายเป็นเถ้าถ่าน ทิ้งให้เขาเผชิญกับความมืดมิดที่แท้จริง ความมืดที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่างจากความหวังจะนำทางเขาได้อีกต่อไป

--- เมฆาถูกกลุ่มภาคีผู้คุมกฎแห่งจังหวะบรรพกาลบุกโจมตีและพราก 'แผนที่หนังแกะแห่งเส้นทางอัสนี' ซึ่งเป็นเครื่องมือเดียวที่จะนำเขาไปสู่ระฆังทองคำต้นกำเนิดไปโดยการเผาทำลายทิ้ง ทิ้งให้เขาตกอยู่ในสภาวะสิ้นหวังและไร้หนทางรอดท่ามกลางพายุ