← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 8ฟรี

ตอนที่ 8 — เศษไม้และแบบร่างในคืนมรสุม

“ไม้สักทองจากป่าต้นน้ำราคาพุ่งขึ้นอีกสามส่วนแล้วนะคามิน” เสียงกระแทกของค้อนไม้กระทบกับแท่นตอกตะปูดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมพัดแรงด้านนอกอู่ต่อเรือ

คามินเงยหน้าขึ้นจากรอยต่อของกราบเรือ เขาปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาออกด้วยหลังมือที่เปื้อนขี้เลื่อย สายตามองไปยังกองไม้ที่วางเรียงรายอยู่มุมอู่ มันไม่ใช่กองไม้ที่หนาแน่นเหมือนเมื่อเดือนก่อน แต่กลับมีช่องว่างที่เห็นพื้นดินดินเลนอยู่รำไร “สามส่วนเลยเหรอครับพี่? แค่เดือนก่อนยังไม่ถึงหนึ่งส่วนเลยด้วยซ้ำ”

“ก็พวกนายหัวเดชาเขากว้านซื้อสิทธิ์ป่าต้นน้ำไปหมดแล้วนี่นา แถมยังส่งเรือลาดตระเวนไปเฝ้าหน้าปากคลองอีก ใครจะกล้าส่งเรือลำเลียงไม้ผ่านไปถ้าไม่จ่ายค่าผ่านทางเพิ่ม” ช่างไม้รุ่นพี่สบถพลางวางค้อนลง “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงได้ต่อเรือจากไม้ผุๆ แทนไม้เนื้อแข็งแน่”

คามินก้มลงมองรอยต่อของกราบเรือที่เขากำลังทำอยู่ เขาพยายามขยับนิ้วเพื่อตรวจเช็กความเรียบเนียนของเนื้อไม้ แต่มือเขาสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เพราะเขารู้ดีว่าความจริงที่รินเพิ่งบอกเขาเมื่อเย็นนี้มันร้ายแรงแค่ไหน ทิศทางน้ำที่ผิดปกติที่รินเจอ ไม่ใช่แค่เรื่องของธรรมชาติ แต่มันคือการจงใจเปลี่ยนวิถีน้ำเพื่อบีบให้เรือลำเล็กๆ ของชาวบ้านต้องพึ่งพาเส้นทางเดินเรือใหญ่ที่นายหัวเดชาคุมอยู่เท่านั้น

“คามิน! มานี่หน่อย” เสียงรินดังขึ้นจากหน้าประตูอู่เรือ เธอเดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงแต่ใบหน้ากลับดูเคร่งเครียดกว่าปกติ “นายหัวเดชาส่งคนมาถามเรื่องเรือลำใหม่ของครอบครัวเรา เขาบอกว่าอยากจะ ‘สนับสนุน’ งบประมาณในการจัดซื้อไม้สักชั้นดีให้ แต่มีเงื่อนไขว่าเราต้องให้เขาเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วนห้าสิบเปอร์เซ็นต์”

คามินวางสิ่วในมือลงทันที “ห้าสิบเปอร์เซ็นต์? นั่นมันไม่ใช่การสนับสนุนแล้วริน นั่นมันคือการยึดอู่เรือเราไปครึ่งหนึ่งเลยนะ”

“เขารู้ว่าเรากำลังขาดแคลนไม้” รินพูดเสียงต่ำ พลางกวาดสายตาไปรอบๆ อู่เรือที่เริ่มเงียบเหงา “เขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่เขามาเพื่อปิดประตูไม่ให้เรามีทางเลือกอื่น ถ้าเราไม่รับ เขาก็จะใช้อำนาจสั่งระงับสิทธิ์การใช้คลองผ่านอู่เราด้วย”

“เราต้องหาทางเลี่ยง” คามินพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะว้าวุ่น “ถ้าเราเปลี่ยนโครงสร้างเรือให้ใช้ไม้เนื้อแข็งน้อยลง แต่เน้นความลู่ลมและแรงดันน้ำ... ไม่สิ มันต้องทำได้สิ”

“พูดเรื่องโครงสร้างไม้ในเวลาแบบนี้มันไม่ช่วยอะไรหรอกคามิน” รินเดินเข้ามาใกล้ แล้วแตะที่ไหล่ของเขา “เราต้องหาเงินก้อนใหญ่มาซื้อไม้เอง หรือไม่ก็ต้องหาทางที่ทำให้เรือของเราไม่ต้องพึ่งพาเส้นทางหลักของเขา”

คืนนั้น หลังจากที่รินกลับไปพักผ่อน คามินยังคงนั่งอยู่ในอู่เรือเพียงลำพัง แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดสั่นไหวตามแรงลมมรสุมที่พัดกรรโชกเข้ามาทางช่องลม เขาหยิบสมุดบันทึกเก่าๆ ของเถาว์ขึ้นมาเปิดดู พยายามมองหาคำแนะนำที่อาจจะซ่อนอยู่ในตัวอักษรเหล่านั้น แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงความสงบเงียบของตัวหนังสือที่ให้กำลังใจอย่างนุ่มนวล

เขาทิ้งตัวลงนอนบนแคร่ไม้เก่าๆ ใต้เพดานอู่เรือที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด แต่แล้วความเหนื่อยล้ากลับพาเขาเข้าสู่ห้วงฝันที่แปลกประหลาด

ในความฝัน คามินไม่ได้อยู่ท่ามกลางกองไม้ผุๆ หรือความกดดันทางการเงิน เขาเห็นตัวเองยืนอยู่บนผิวน้ำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง แต่น่าประหลาดที่เขากลับไม่รู้สึกถึงแรงกระแทก เขาเห็นเรือลำหนึ่งที่สร้างขึ้นจากรูปทรงที่เขาไม่เคยกล้าคิดถึง มันไม่ใช่เรือไม้ทรงสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิม แต่มันเป็นเรือที่มีส่วนโค้งเว้าลื่นไหลเหมือนครีบปลา ตัวเรือไม่ได้สู้กับกระแสน้ำ แต่เหมือนมันกำลัง ‘เต้นรำ’ ไปกับจังหวะของน้ำขึ้นน้ำลง

เรือลำนั้นมีกลไกพิเศษที่ฐานใต้ลำเรือ มันสามารถปรับองศาตามทิศทางมรสุมเพื่อเปลี่ยนแรงต้านให้กลายเป็นแรงส่ง คามินในฝันมองเห็นโครงสร้างไม้ที่ขัดประสานกันด้วยระบบเฟืองไม้ที่ซับซ้อนแต่ทรงพลัง มันคือเรือที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำ แต่เป็นเรือที่ควบคุมกระแสน้ำให้รับใช้มัน

เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลัง ลมมรสุมข้างนอกยังคงโหมกระหน่ำเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกในอกของเขามันเปลี่ยนไปแล้ว

คามินลุกขึ้นนั่ง ลนลานหยิบตะเกียงและกระดาษเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานข้างแคร่ เขาไม่ได้รู้สึกกลัวความยากจนหรือความกดดันจากนายหัวเดขาอีกต่อไป ในหัวของเขามีภาพโครงสร้างไม้ที่โค้งมนและระบบกลไกที่เขาเพิ่งเห็นในฝันชัดเจนยิ่งกว่าแผนผังเรือลำไหนๆ ที่เขาเคยเขียนมาทั้งชีวิต

มือของเขาเริ่มลากเส้นลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว เสียงดินสอขูดกับเนื้อกระดาษดังแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนัก

“มันต้องเป็นแบบนี้...” เขาพึมพำกับตัวเอง “ถ้าไม้สักมันแพงนัก เราก็ต้องใช้ไม้ที่น้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้ากระแสน้ำมันเปลี่ยนทิศ เราก็ต้องทำให้เรือเปลี่ยนทิศตามมันได้”

คามินขีดเขียนรายละเอียดของข้อต่อไม้และระบบคานเหวี่ยงที่เขาจินตนาการขึ้นมา เขาลืมความหิว ลืมความเหนื่อย และลืมแม้กระทั่งความกังวลเรื่องเงินในกระเป๋า เขามองเห็นความหวังที่จับต้องได้ผ่านลายเส้นเหล่านี้ ลายเส้นที่จะไม่ได้เป็นแค่เรือเพื่อการค้า แต่จะเป็นเรือที่จะท้าทายกฎแห่งกระแสน้ำที่นายหัวเดชาใช้กดขี่พวกเขา

เขาก้มหน้าก้มตาเขียนแบบร่างต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่เริ่มรำไรผ่านช่องลมอู่เรือ โดยที่เขายังไม่รู้เลยว่า แบบร่างที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่เปลี่ยนโฉมหน้าของทั้งดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำนี้ไปตลอดกาล

--- คามินเผชิญกับสภาวะวิกฤตราคาไม้ที่พุ่งสูงขึ้นจากการผูกขาดของนายหัวเดชา แต่ในความกดดันนั้นเขาได้ฝันถึงเรือที่มีกลไกพิเศษซึ่งสามารถควบคุมกระแสน้ำได้ ทำให้เขาเริ่มร่างแบบเรือชนิดใหม่ขึ้นมาเพื่อท้าทายอำนาจเดิม