← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 49ฟรี

ตอนที่ 49 — กระแสเชี่ยวและรอยสลักที่กรีดร้อง

ความหนาวเหน็บจากก้นบึ้งของลำน้ำไม่ได้สัมผัสเพียงแค่ผิวหนัง แต่มันแทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกราวกับเข็มน้ำแข็งนับพันเล่มที่ทิ่มแทง รินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอถูกบีบอัดด้วยมวลน้ำมหาศาลที่ไร้ทิศทาง แสงสว่างสุดท้ายจากวิหารที่พังทลายเลือนหายไป เหลือเพียงความมืดมิดที่หนาทึบจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยมือ เสียงอื้ออึงในหูของเธอเปลี่ยนจากเสียงถล่มของหินกลายเป็นเสียงครวญครางต่ำลึกที่สั่นสะเทือนมาจากเบื้องล่าง—เสียงของสิ่งที่มีชีวิตขนาดมหึมาซึ่งตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน

“ริน! ตั้งสติไว้!” เสียงตะโกนของชายหน้ากาก—หรือชายที่เธอเพิ่งเห็นใบหน้าอันน่าตกใจของเขาไปเมื่อครู่—ดังแหวกกระแสน้ำที่บ้าคลั่งมาถึงเธอ มือที่แข็งแรงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ แรงบีบนั้นมั่นคงท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังฉุดกระชากร่างของทั้งคู่ให้ดิ่งลงสู่เหวแห่งความมืด

รินพยายามจะอ้าปากเพื่อตอบคำถามหรือร้องขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่พุ่งเข้าสู่ลำคอมีเพียงรสเค็มปร่าของน้ำและกลิ่นคาวดินที่รุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน รอยสักบนแขนและแผ่นหลังของเธอไม่ได้เพียงแค่ส่องแสง แต่มันกำลัง ‘เต้น’ มันขยับเขยื้อนราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนับล้านวิ่งพล่านอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ความเจ็บปวดจากการที่รอยสักพยายามจะกลืนกินวิญญาณของเธอกลับกลายเป็นความร้อนรุ่มที่ตัดกับความเย็นจัดของน้ำรอบกาย ทุกครั้งที่กระแสน้ำมหาศาลซัดผ่าน รอยสลักจะกรีดร้องออกมาเป็นคลื่นพลังงานที่บิดเบี้ยว

ทันใดนั้น ภาพนิมิตที่แตกกระจายก็พุ่งเข้าจู่โจมสมองของเธออีกครั้ง มันไม่ใช่ภาพของปู่เถาว์ที่อ่อนโยนเหมือนครั้งก่อน แต่เป็นภาพของแผนที่ที่กำลังขยายตัวออก กลายเป็นเส้นทางน้ำที่ไหลวนเป็นวงกลมไร้ที่สิ้นสุด และที่ใจกลางของวงน้ำนั้น... คือดวงตาขนาดมหึมาที่กำลังลืมตาขึ้น รินสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงที่น่าสะพรึงกลัว รอยสักบนตัวเธอไม่ใช่แค่แผนที่นำทาง แต่มันคือ ‘โซ่ตรวน’ ที่กำลังจะขาดสะบั้น

“มันกำลังจะตื่น... มันไม่ใช่แค่การตื่นขึ้นธรรมดา แต่มันคือการทำลายพันธนาการ!” ชายปริศนาคำรามผ่านเสียงน้ำ เขาพยายามใช้พลังบางอย่าง—พลังที่ดูเหมือนจะสอดคล้องกับวิถีแห่งทางน้ำของเธอ—เพื่อสร้างฟองอากาศล้อมรอบร่างของพวกเขาไว้ แต่ดูเหมือนแรงกดดันจากเบื้องล่างจะมหาศาลเกินกว่าที่ใครจะต้านทานได้

ร่างของรินถูกเหวี่ยงไปมาตามแรงเฉื่อยของน้ำวนที่เกิดจากการพังทลายของวิหาร ทันใดนั้น เธอก็เห็น ‘บางสิ่ง’ เคลื่อนที่ผ่านความมืด มันไม่ใช่ปลา ไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่เงาทมิฬของกลุ่มคลื่นม่านบัง แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายกับรากไม้โบราณที่ถักทอเข้ากับเกล็ดปลาขนาดมหึมา มันเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบและทรงพลัง ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำเอง เมื่อมันเคลื่อนผ่านแสงสลัวที่หลงเหลือ รินเห็นว่าดวงตาของมันนับร้อยดวงบนลำตัวกำลังจ้องมองมาที่รอยสักบนผิวหนังของเธอด้วยความกระหาย

“หนีไป... ริน... อย่าให้มันเห็น...” เสียงกระซิบของปู่เถาว์ดังขึ้นในมโนสำนึก แต่มันช่างแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความทรมาน

“เราหนีไม่ได้!” ชายปริศนาตะโกน เขาพยายามดึงร่างของเธอให้เข้าใกล้แกนกลางที่ดูเหมือนจะเป็นจุดเดียวที่กระแสน้ำไม่สามารถทำลายได้ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะดึงเธอไปถึง รอยสักบนหน้าท้องของรินก็เปล่งแสงสีแดงฉานออกมาอย่างรุนแรง มันไม่ได้เป็นแสงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงที่แผดเผา รินรู้สึกเหมือนเลือดในกายของเธอกำลังกลายเป็นน้ำเดือด

ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงจนเธอแทบหมดสติ รอยสักที่เคยเป็นเส้นสายที่สวยงาม บัดนี้มันกำลังขยายตัวและแตกแขนงออกไปราวกับเชื้อราที่กัดกินเนื้อเยื่อ มันไม่ได้หยุดแค่ที่แขนหรือหลัง แต่มันเริ่มลามขึ้นมาที่ลำคอและขอบตา รินมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในผิวน้ำที่สั่นไหว—ใบหน้าของเธอไม่ได้ดูเหมือนมนุษย์อีกต่อไป แต่มันดูเหมือนภาชนะที่กำลังถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งที่เก่าแก่และมืดบอด

“รอยสักนั่น... มันกำลังทำหน้าที่ของมัน!” ชายปริศนาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเป็นครั้งแรก ใบหน้าที่รินเคยเห็นเมื่อครู่—ใบหน้าที่ดูคล้ายกับคนที่เธอรู้จักแต่ก็ไม่ใช่—บัดนี้ดูซีดเผือดภายใต้ความกดดันของน้ำ “มันไม่ได้แค่เปิดประตู... แต่มันกำลังเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นหนึ่งในพวกมัน!”

ก่อนที่รินจะได้โต้ตอบหรือตั้งคำถาม แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากจุดที่พวกเขากำลังดิ่งลงไป พื้นดินใต้บาดาลที่เคยเป็นวิหารแข็งแกร่งกลับแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นเหวที่ลึกยิ่งกว่าเดิม กระแสน้ำที่เคยหมุนวนเปลี่ยนเป็นแรงดูดมหาศาลที่กระชากร่างของทั้งสองคนลงสู่ความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง

รินรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่กำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะ ความร้อนจากรอยสักและความเย็นจากน้ำกลายเป็นเนื้อเดียวกันจนเธอแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่สติจะดับวูบไป คือเงาร่างของสิ่งบรรพกาลที่ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียว แต่มันมีนับร้อยนับพันที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึ้ง เพื่อมุ่งหน้าสู่ผิวน้ำ... มุ่งหน้าสู่โลกเบื้องบนที่พวกมันถูกกักขังมานานแสนนาน

ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ในความเงียบนั้น รินกลับได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัว... และมันไม่ได้เต้นเป็นจังหวะเดียวกับมนุษย์อีกต่อไป แต่มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับกระแสน้ำที่กำลังคลั่งอยู่เบื้องล่าง

--- รินและชายปริศนาถูกดูดลงสู่เหวลึกใต้บาดาลท่ามกลางการตื่นขึ้นของสิ่งบรรพกาลนับพัน รอยสักบนตัวรินเริ่มแผ่ขยายและเปลี่ยนแปลงตัวตนของเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งลี้ลับใต้ลำน้ำ