ตอนที่ 24 — หัวใจที่ตื่นจากการหลับใหล
ซ่า... ซ่า... เสียงนั้นไม่ได้เป็นเพียงเสียงของกระแสน้ำที่ไหลผ่านร่องดินเลน แต่มันคือเสียงการหมุนวนที่ทรงพลังของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจินตนาการของมนุษย์จะหยั่งถึง รินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่แล่นพล่านจากพื้นดินผ่านฝ่าเท้าขึ้นมาถึงแกนกลางของลำตัว ความเจ็บปวดแปลบแล่นจากซี่โครงขึ้นมาถึงหน้าอกจนเธอต้องคุดคู้ลงกับพื้นดินเลนที่เปียกชื้น
“ริน! ริน! ได้ยินฉันไหม?” เสียงของคามินดังแว่วมาท่ามกลางเสียงอื้ออึงในหู รินพยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น แสงสว่างจ้าที่เคยกลืนกินเธอเมื่อครู่จางลง เหลือเพียงความสลัวรางของห้องโถงขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด เธอเห็นคามินนั่งอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยรอยถลอกจากการกระแทก เขากำลังประคองตะเกียงที่แสงริบหรี่ พยายามจะส่องให้เห็นสภาพรอบตัวที่ดูราวกับหลุดออกมาจากตำนานบรรพกาล
“เรา... เรายังไม่ตายใช่ไหม?” รินพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับคนขาดน้ำมาหลายวัน ความรู้สึกอ้างว้างและหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจเมื่อพบว่าพวกเขไม่ได้อยู่บนผิวน้ำที่คุ้นเคยอีกต่อไป
“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น” คามินตอบพลางหอบหายใจแรง เขาขยับแว่นที่ร้าวเป็นทางยาวด้วยนิ้วที่สั่นเทา “แต่เราไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้วริน... และเราก็ไม่ได้อยู่บนผิวน้ำด้วย”
รินยันกายขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดจากการกระแทกเมื่อตอนที่เรือพุ่งเข้าหาฟันเฟืองยักษ์ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอหันมองไปรอบๆ แล้วก็ต้องหยุดหายใจ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ความมืดมิดของอุโมงค์น้ำที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา แต่มันคือวิหารใต้ดินที่สร้างจากกลไกและสายน้ำ เพดานของมันสูงลิบจนมองไม่เห็นยอด ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง
ใต้ผิวน้ำที่ใสกระจ่างราวกับคริสตัลและดูเหมือนจะไร้ความขุ่นมัวของดินเลน พวกเขาเห็นฟันเฟืองหินและแก้วขนาดมหึมาที่กำลังหมุนวนอย่างช้าๆ แต่มันไม่ได้หมุนด้วยแรงกลไกธรรมดา ทุกครั้งที่ฟันเฟืองขยับ มันจะปลดปล่อยคลื่นพลังงานสีฟ้าจางๆ ออกมาเป็นระลอก ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะ แสงสีฟ้านั้นไม่ได้ส่องสว่างเพียงแค่ในน้ำ แต่มันสะท้อนกับผนังดินเลนและรากไม้โบราณที่พันเกี่ยวกันอย่างซับซ้อน ทำให้ทั้งโถงกว้างกลายเป็นโลกสีครามที่ดูเหนือจริงและศักดิ์สิทธิ์
“นั่นมัน... กลไกที่ปู่พูดถึง...” รินพึมพำ มือของเธอเอื้อมไปแตะสมุดบันทึกเก่าแก่ที่ยังคงวางอยู่ข้างกาย แสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้ากระดาษสอดประสานกับจังหวะการเต้นของพลังงานในโถงนี้ ราวกับว่าสมุดเล่มนี้คือส่วนหนึ่งของกลไกที่กำลังทำงานอยู่
“แต่มันกำลังถูกทำลาย!” คามินชี้ไปที่ทิศทางที่พวกเขาพุ่งเข้ามา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
รินมองตามนิ้วของเขา และหัวใจของเธอก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ท่อโลหะขนาดใหญ่ที่ดูน่าเกลียดและแข็งกระด้างของนายหัวเดชา แทรกซึมผ่านผนังดินเลนเข้ามาเหมือนหนอนเหล็กที่กำลังกัดกินเนื้อเยื่อของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่อเหล่านั้นไม่ได้แค่สูบน้ำ แต่มันกำลังเจาะลึกลงไปในรอยต่อของฟันเฟืองหิน พลังงานสีฟ้าที่เคยไหลเวียนอย่างสงบ บัดนี้ถูกดูดกลืนเข้าไปในท่อเหล็กเหล่านั้นจนเกิดเป็นกระแสหมุนวนที่ดูรุนแรงและน่ากลัว
“เขาไม่ได้แค่ต้องการควบคุมน้ำ...” รินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความจริงที่น่าสยดสยองเริ่มปรากฏชัดเจน “เขาต้องการจะสูบเอา 'หัวใจ' ของมันออกไปต่างหาก ถ้าเขาทำสำเร็จ... เดลต้าจะไม่ใช่แค่แห้งแล้ง แต่มันจะตายอย่างถาวร”
ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าที่เคยหมุนวนอย่างเป็นจังหวะก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวูบหนึ่ง ฟันเฟืองยักษ์ส่งเสียง ครืน... ครืน... ดังสนั่นจนพื้นดินและเรือของพวกเขาสั่นสะเทือน รินมองเห็นความผิดปกติที่น่าสยดสยองใต้ฟันเฟืองนั้น ดวงตาขนาดมหึมาที่เธอเห็นเป็นภาพหลอนก่อนหน้านี้ บัดนี้มันไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา แต่มันคือดวงตาที่ทำจากแสงบริสุทธิ์ที่กำลัง 'ลืมตา' ขึ้นจริงๆ มันจ้องมองมาที่ท่อเหล็กของนายหัวเดชาด้วยความโกรธแค้นที่แผดเผา
“คามิน! ถอยออกไป! มันกำลังจะตื่นขึ้น!” รินตะโกนสุดเสียง
แต่ความบ้าคลั่งของกลไกโบราณนั้นรวดเร็วกว่า แรงดันน้ำมหาศาลระเบิดออกมาจากจุดที่ท่อเหล็กปะทะกับกลไกโบราณ คลื่นยักษ์สีฟ้าพุ่งเข้าหาเรือของพวกเขาด้วยความเร็วสูง รินรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ทำให้เรือไม้ลำเล็กแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เธอพยายามคว้าตัวคามินไว้ แต่แรงน้ำกลับเหวี่ยงเขาทั้งคู่ให้กระเด็นไปคนละทิศทาง
ท่ามกลางความโกลาหล รินเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่บนแท่นหินที่ยื่นออกมาจากผนังอุโมงค์ ชายในชุดผ้าไหมสีเข้มที่ดูคุ้นตา... นายหัวเดชา เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางพายุคลื่นและแสงสีฟ้าที่กำลังคลั่ง สายตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่มันคือความกระหายที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“ดูสิ... พลังที่แท้จริงของมัน!” นายหัวเดชาตะโกนแข่งกับเสียงน้ำ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่น่ากลัว “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ! สิ่งที่จะทำให้ฉันเป็นเจ้าของทุกหยดน้ำในโลกนี้!”
รินพยายามตะเกียกตะกายกลับมาที่เรือ เธอเห็นท่อเหล็กเส้นหนึ่งเริ่มแตกร้าว และน้ำสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากรอยแตกนั้นไม่ได้ดูเหมือนน้ำ แต่มันดูเหมือนลาวาที่เยือกเย็น มันกำลังพุ่งเข้าหาท่อเหล็กของนายหัวเดชาเพื่อทำลายมันจากภายใน
“เราต้องช่วยมัน...” รินพึมพำกับตัวเอง แม้เธอจะรู้ว่าเธอเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่มีเพียงสมุดบันทึกเก่าๆ กับไม้พายไม้ผุๆ แต่ในวินาทีนั้น ความรู้สึกรับผิดชอบที่สืบทอดมาจากปู่เถาว์กลับรุนแรงยิ่งกว่าความกลัวตาย ความรู้ที่เธอมี ความเชื่อที่เธอได้รับมา มันกำลังเรียกหาเธอ
เสียงระเบิดจากเครื่องจักรของนายหัวเดชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงจนผนังอุโมงค์เริ่มพังทลายลงมา รินเห็นแสงสีฟ้าจากสมุดบันทึกในมือสว่างวาบขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและเสียงคำรามของสายน้ำที่กำลังจะเปลี่ยนโลกทั้งใบไปตลอดกาล
--- รินและคามินพบว่าตนเองอยู่ในโถงกลไกโบราณใต้ดินที่กำลังถูกนายหัวเดชาใช้ท่อเหล็กสูบพลังงานจาก 'หัวใจของน้ำ' จนทำให้กลไกโบราณเริ่มตื่นขึ้นด้วยความโกรธแค้นและเกิดการพังทลายครั้งใหญ่