← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 140ฟรี

ตอนที่ 140 — การเจรจาใต้แสงตะเกียงน้ำมัน

เสียงน้ำไหลกระทบตอหม้อไม้ใต้เรือนรับรองขนาดใหญ่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดในห้องโถงลดลงเลย นายหัวเดขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวหนา มือทั้งสองข้างประสานกันวางบนโต๊ะไม้ขัดมัน เขามองดูหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วเหล้าจนมันไหลลงมาเป็นทางยาว เหมือนกับเส้นทางสายน้ำที่เขากำลังจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเหมืองทองคำส่วนตัว

"พวกคุณมาถึงช้ากว่าที่ผมคาดไว้ห้านาที" นายหัวเดชาเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเขาเรียบสนิทแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้กลุ่มพ่อค้าต่างถิ่นห้าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องขยับตัวอย่างอึดอัด

"ลมมรสุมเปลี่ยนทิศกระทันหันครับนายหัว เรือบรรทุกสินค้าของเราต้องอ้อมไปทางคลองเล็กด้านนอก เพื่อหลีกเลี่ยงกระแสน้ำเชี่ยวที่ปากน้ำ" ชายร่างท้วมในชุดผ้าไหมราคาแพงเอ่ยพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อที่ขมับ "แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับตัวเลขที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อเดือนก่อน"

นายหัวเดชาเลิกคิ้วเล็กน้อย "ตัวเลข? ผมจำได้ว่าเราตกลงเรื่องสัดส่วนการแบ่งกำไรจากการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางกันไว้ชัดเจนแล้วนะ"

"ชัดเจนสำหรับคุณ แต่มันไม่คุ้มสำหรับเรา" พ่อค้าอีกคนที่สวมแว่นสายตาหนาเตอะแทรกขึ้น เขาเลื่อนเอกสารแผ่นหนึ่งที่มีลายเส้นทางเดินเรือและตารางผลตอบแทนมาตรงหน้าเดชา "พวกเราลงทุนกับเรือบรรทุกเหล็กและเครื่องจักรกลหนักไปไม่น้อย หากเราต้องแบ่งผลประโยชน์ให้พวกชุมชนเรือนแพดั้งเดิมตามสัดส่วนเดิม เราแทบจะเหลือกำไรไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์หลังหักค่าซ่อมบำรุง"

เดชาหยิบเอกสารนั้นขึ้นมาดูผ่านๆ เขาไม่ได้สนใจตัวเลขเหล่านั้นเท่ากับท่าทีที่เริ่มแข็งกร้าวของคนตรงหน้า "พวกคุณกำลังจะบอกว่า ข้อตกลงเดิมมันน้อยไปงั้นหรือ?"

"เราต้องการส่วนแบ่งที่สูงขึ้นอีกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ และเราต้องการสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการจุดพักสินค้าทั้งหมดที่ปลายคลอง" ชายร่างท้วมย้ำ "หากนายหัวยังยืนยันจะใช้โมเดลแบ่งปันผลประโยชน์แบบเดิม เราอาจจะต้องพิจารณาเปลี่ยนไปร่วมมือกับกลุ่มทุนจากเมืองท่าทางเหนือแทน"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง นายหัวเดชาไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง เขาเพียงแต่หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบช้าๆ รสชาติฝาดของสุราชั้นดีช่วยให้เขารู้สึกถึงการควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น เขาจ้องมองไปยังกลุ่มพ่อค้าเหล่านั้นราวกับกำลังมองดูสิ่งของที่รอการจัดวาง

"พวกคุณกลัวความเสี่ยง... แต่พวกคุณลืมไปว่าความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กำไรที่หายไป แต่มันอยู่ที่การเข้าถึงทรัพยากรที่ไม่มีใครอื่นทำได้" เดชาวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กึก' "พวกคุณต้องการส่วนแบ่งที่มากขึ้น? ได้... แต่มีข้อแม้เดียว"

เขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างให้เห็นทัศนียภาพของคลองด้านล่าง แสงตะเกียงที่ลอยอยู่ตามเรือนแพสะท้อนกับผิวน้ำดูสวยงาม แต่นายหัวเดชามองเห็นเพียงเส้นทางที่ต้องถูกสยบ "คลองคำสาป... ที่ชาวบ้านเรียกกันนั่นแหละ คือกุญแจสำคัญ"

"คลองคำสาป?" พ่อค้าสวมแว่นขมวดคิ้ว "นั่นมันเขตน้ำตื้นและมีกระแสน้ำวนตลอดปี เครื่องจักรของพวกเราจะทำงานลำบากมาก"

"นั่นแหละคือเหตุผลที่ต้องยึดมันมาเป็นของเรา" เดชาหันกลับมา ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับภายใต้แสงไฟ "แทนที่จะแค่เก็บค่าผ่านทางแบบเดิม เราจะไม่ใช่แค่ผู้ดูแล แต่เราจะเป็นผู้กำหนดทิศทางน้ำทั้งหมด ผมมีแผนที่จะสร้างเขื่อนกั้นและติดตั้งกลไกบังคับน้ำขนาดใหญ่ที่จุดรวมกระแสบริเวณคลองคำสาป หากเราทำสำเร็จ เราจะสามารถปิดกั้นการเข้าถึงของเรือเล็กและชุมชนเรือนแพได้เกือบทั้งหมด"

เขาก้าวเดินกลับมาที่โต๊ะ โน้มตัวลงไปหาพวกพ่อค้าต่างถิ่น "เมื่อน้ำถูกควบคุมโดยเครื่องจักรของเรา เส้นทางเดินเรือจะถูกบีบให้เหลือเพียงเส้นทางเดียวที่ผ่านการควบคุมของพวกเราเท่านั้น คลองคำสาปจะกลายเป็นคอขวดที่ไม่มีใครข้ามไปได้ถ้าเราไม่อนุญาต พวกคุณจะได้ส่วนแบ่งที่มากกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์... ไม่สิ เราจะกินรวบทั้งระบบตั้งแต่น้ำขึ้นจนถึงน้ำลง"

พ่อค้าทั้งกลุ่มสบตากัน ความลังเลในตอนแรกเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความโลภที่ฉายชัดในแววตา

"แผนการสร้างเขื่อนและกลไกควบคุมน้ำที่คลองคำสาป... ต้องใช้ทุนมหาศาลและต้องจัดการกับพวกชาวบ้านที่อาจจะขัดขวาง" ชายร่างท้วมเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น

"ผมเตรียมคนไว้พร้อมแล้ว" เดชาตอบอย่างไม่ลังเล "ทั้งกำลังคนและเครื่องมือเหล็กที่พวกคุณส่งมาวางไว้ที่ปลายคลองนั่น... มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเขื่อนแรกสร้างเสร็จ ทิศทางของโลกในแถบนี้จะขึ้นอยู่กับปลายนิ้วของพวกเรา"

"ถ้าแผนการนี้เป็นไปตามที่คุณว่า... พวกเราพร้อมจะสนับสนุนทุนก้อนใหญ่สำหรับการก่อสร้างทันที" พ่อค้าสวมแว่นกล่าวพลางยื่นมือออกมา "เราจะทำให้คลองคำสาปกลายเป็นสมบัติของกลุ่มเรา"

นายหัวเดชาจับมือตอบ แรงบีบของเขามั่นคงและเยือกเย็น "ดี... เตรียมเรือขนส่งเหล็กและเครื่องจักรชุดต่อไปมาได้เลย เราจะเริ่มงานทันทีที่น้ำมรสุมลูกหน้ามาถึง"

เขามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดมิดของแม่น้ำมรสุม เขารู้สึกได้ถึงอำนาจที่กำลังไหลเวียนอยู่ในมือ เส้นทางน้ำทั้งหมดกำลังจะกลายเป็นของเขา และไม่มีใคร—ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือคำทำนายบ้าบอเรื่องราชินีจุติใดๆ—จะมาขวางทางเดินของกระแสน้ำที่เขาสร้างขึ้นได้

--- นายหัวเดชาเจรจากับกลุ่มพ่อค้าต่างถิ่นเพื่อเสนอแผนการยึดครองคลองคำสาปผ่านการสร้างเขื่อนและกลไกควบคุมทิศทางน้ำเพื่อผูกขาดเส้นทางเดินเรือทั้งหมด