ตอนที่ 138 — รอยแยกบนผิวน้ำและฝูงปลาที่กลับมา
เสียงเครื่องยนต์เรือลาดตระเวนของกลุ่มทุนยังคงแว่วมาตามลมมรสุมที่พัดผ่านช่องแคบระหว่างเรือนแพ แต่มันเริ่มห่างออกไปทุกที รินกระชับพายไม้ในมือแน่น เหงื่อซึมตามไรผมขณะที่เธอกำลังบังคับเรือพายลำเล็กฝ่ากระแสน้ำที่เริ่มนิ่งสงบลงอย่างประหลาด
"ริน! กลับมาถึงแล้วเรอะ!" เสียงตะโกนจากลุงสน ชายชราที่นั่งซ่อมแหอยู่บนแพไม้ไผ่ดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงต้อนรับที่ร่าเริงนัก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความระแวง "เห็นเรือพวกนายหัวเดชาไล่หลังมาไหม? พวกมันจะมาปิดคลองเราแล้วนะแม่หนู!"
รินไม่ได้ตอบในทันที เธอจอดเรือเข้าเทียบท่าไม้ที่ผุพังของชุมชนเรือนแพ กลิ่นดินโคลนและน้ำเค็มที่เคยคละคลุ้งด้วยกลิ่นเหม็นเน่าจากน้ำเสีย บัดนี้กลับมีกลิ่นสดชื่นของพืชน้ำและตะไคร่แทรกเข้ามา "ลุงสน เก็บแหก่อนเถอะ ลุงต้องดูนี่มากกว่า"
ชาวบ้านเริ่มทยอยออกมาจากใต้ถุนเรือนแพ บ้างก็ถือตะกร้า บ้างก็ถือไม้พาย ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและหวาดระแวง รินเห็นสายตาของป้าแม้นที่มองมาด้วยความไม่เชื่อถือ "จะเอาข่าวดีอะไรมาล่ะริน? ข่าวว่าพวกนายหัวจะส่งเรือมาลากแพพวกเราไปทิ้งที่ปากอ่าวหรือไง?"
"ไม่ใช่ป้า" รินพูดพลางก้าวลงจากเรือ เท้าของเธอสัมผัสกับแผ่นไม้ที่เปียกชื้น เธอชี้ลงไปที่ผิวน้ำในคลองสายหลักที่เคยดำมืดและนิ่งสนิทเหมือนน้ำมัน "ดูที่ผิวน้ำนั่นสิ ดูที่โคนรากโกงกางนั่น!"
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเดินมาล้อมวงดูตามคำบอก รินเห็นความลังเลในแววตาของพวกเขา ความกังวลเรื่องกลุ่มทุนที่กำลังขยายอำนาจนั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่ข่าวดีเล็กน้อยจะลบเลือนได้ "ริน... พลังที่แกใช้จัดการเรือพวกนั้นน่ะ มันจะทำให้พวกเราซวยกว่าเดิมหรือเปล่า? พวกนายหัวไม่ปล่อยเราไว้แน่ถ้าคลองนี้มันกลับมาดีขึ้นจนพวกมันคุมไม่ได้" เสียงทุ้มของคามินดังขึ้น เขาเดินออกมาจากใต้ถุนเรือนแพ มือยังคงกำค้อนไม้ไว้แน่น สายตาของเขาไม่ได้มองที่น้ำ แต่มองไปที่ขอบฟ้าที่เรือลาดตระเวนเพิ่งลับตาไป
"คามิน ฟังนะ" รินหันไปเผชิญหน้ากับเขา "ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย คลองนี้จะตายเพราะเขื่อนของพวกมัน แต่ถ้าเราทำให้คลองมันกลับมามีชีวิต มันจะเป็นเกราะป้องกันเรา"
รินเดินไปที่หัวเรือพาย แล้วใช้มือเปล่าตักน้ำขึ้นมา "ลุงสน ป้าแม้น ดูนี่!"
เธอไม่ได้ใช้พลังที่รุนแรงเหมือนตอนเผชิญหน้ากับนายหัวเดชา แต่เธอทำเพียงแค่ลูบไล้ไปบนผิวน้ำเบาๆ เหมือนกำลังปลอบประโลมเด็กน้อย ทันใดนั้น ผิวน้ำที่เคยขุ่นมัวก็เริ่มเกิดแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง วงน้ำสีเงินยวงแผ่กระจายออกไป และสิ่งที่ตามมาคือเสียง 'ตูม!' ขนาดใหญ่ใต้ผิวน้ำ
ฝูงปลาหมอทะเลและปลากระบอกจำนวนมหาศาลพุ่งพรวดขึ้นมาเหนือน้ำ ราวกับพวกมันกำลังเฉลิมฉลองการกลับมาของอากาศที่สะอาด พวกมันว่ายวนเวียนอยู่รอบๆ เรือนแพ ราวกับจะบอกว่าแหล่งที่อยู่ของพวกมันกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง แสงแดดยามบ่ายตกกระทบเกล็ดปลาจนเกิดประกายระยิบระยับไปทั่วลำคลอง
"นี่มัน... เป็นไปได้ยังไง?" ป้าแม้นอุทาน มือที่ถือตะกร้าสั่นเทา "ปลาพวกนี้หายไปจากคลองเราตั้งแต่นายหัวเริ่มวางท่อระบายน้ำเสียจากโรงงานแล้วนะ"
"น้ำมันไม่เคยโกหกหรอกป้า" รินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สำเนียงใต้ของเธอชัดเจนขึ้นเมื่อเธอรู้สึกมั่นใจ "พลังงานใต้ดินที่เถาว์เคยบอก... มันไม่ได้หายไปไหน มันแค่รอเวลาให้เราปลุกมันขึ้นมา คลองนี้กำลังกลับมาเป็นของพวกเรา ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง"
ชาวบ้านเริ่มขยับเข้าใกล้ขอบน้ำมากขึ้น บางคนเริ่มเอื้อมมือลงไปสัมผัสสายน้ำที่เย็นสดชื่น ความตึงเครียดที่ปกคลุมชุมชนมานานหลายเดือนเริ่มคลายตัวลง เปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและเริ่มมีเสียงซุบซิบแห่งความหวัง
"แต่ริน..." คามินเดินเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเบา "นายหัวเดชาไม่ใช่คนที่จะยอมเสียผลประโยชน์ง่ายๆ การที่ปลามาเยอะแบบนี้ มันเหมือนการประกาศสงครามกับเขาเลยนะ"
รินหันไปมองคามิน ดวงตาของเธอไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่ "ถ้าเขาจะประกาศสงคราม เราก็แค่ต้องเตรียมเรือให้พร้อม คามิน... นายช่วยดูเรื่องโครงสร้างไม้ของเรือพายในชุมชนให้หน่อยนะ เราต้องปรับปรุงให้มันรับกระแสน้ำที่แรงขึ้นได้ เพราะหลังจากนี้ น้ำจะไม่อยู่เฉยๆ อีกต่อไป"
คามินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ฉันจะไปดูเรื่องรอยต่อของไม้ให้ พลังน้ำที่แกทำ... มันแรงพอจะทำให้ไม้เก่าๆ หลุดออกจากกันได้เลย ถ้าเราไม่เสริมความแข็งแรง"
รินหันกลับมามองชาวบ้านที่เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น ความหวังที่เคยริบหรี่เริ่มลุกโชนในดวงตาของคนในชุมชน "ฟังทางนี้ทุกคน!" เธอตะโกนขึ้น "เราจะไม่หนีไปไหน และเราจะไม่ยอมให้ใครมาสร้างเขื่อนปิดทางน้ำของเรา คลองนี้คือชีวิตของเรา และฉันสัญญา... ฉันจะพาพวกเราไปสู่วันที่น้ำในคลองนี้เลี้ยงดูเราได้ตลอดไป โดยไม่ต้องง้อเงินจากพวกพ่อค้าต่างถิ่น!"
เสียงโห่ร้องดังก้องไปตามแนวเรือนแพ แม้จะยังมีเสียงกังวลแทรกมาบ้าง แต่รินรู้ดีว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อมั่นได้ถูกหว่านลงไปแล้ว
ในขณะที่ความยินดีกำลังก่อตัว รินกลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่แรงสั่นจากความตื่นเต้นของชาวบ้าน แต่เป็นแรงสั่นจากความลึกของดินเลนใต้คลอง เธอหลับตาลงและนึกถึงคำแนะนำของเถาว์ในบันทึกที่เธออ่านเมื่อคืน: 'การควบคุมคือการกักขัง แต่การประคองคือการนำทาง'
ทันใดนั้น เสียงหวูดเรือขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นมาจากท้ายคลอง ไม่ใช่เสียงหวูดเรือลาดตระเวนลำเล็ก แต่เป็นเสียงที่ทุ้มและทรงพลังกว่านั้นมาก รินลืมตาขึ้นมองไปทางต้นน้ำ เห็นเงาดำขนาดมหึมาของเรือบรรทุกสินค้าของกลุ่มทุนกำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆ แสงไฟจากหัวเรือของมันสาดส่องเข้ามาในชุมชนเหมือนดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ
--- รินกลับมาที่ชุมชนพร้อมกับหลักฐานความอุดมสมบูรณ์ของคลองที่ฟื้นคืนมาจากการใช้พลังงานใต้ดิน ทำให้ชาวบ้านที่เคยหวาดระแวงเริ่มมีความหวัง แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดขึ้นเมื่อเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ของกลุ่มทุนปรากฏตัวขึ้นที่ปลายคลอง