← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 133ฟรี

ตอนที่ 133 — การพุ่งชนคลื่นยักษ์ที่จุดศูนย์กลางคลอง

“ริน! หันหัวเรือไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เดี๋ยวนี้! อย่าไปสนใจพวกเรือเหล็กนั่น!”

เสียงของเถาว์ไม่ได้ดังผ่านหู แต่สะท้อนผ่านตัวอักษรที่สั่นไหวอยู่ในสมุดบันทึกหนังเก่าคร่ำคร่าบนตัก รินกัดฟันกรอด มือทั้งสองข้างกำไม้พายควบคุมหางเสือจนเส้นเลือดปูดโปน ผิวน้ำรอบเรือ ‘มัจฉานุ’ กำลังบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่คลื่นมรสุมธรรมดา แต่มันคือมวลน้ำที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมาจากการที่เธอเพิ่งกระตุ้นกลไกโบราณไป

“เถาว์! ถ้าฉันพุ่งไปตรงนั้น เรือเราจะแตกเป็นเสี่ยงๆ นะ!” รินตะโกนก้องแข่งกับเสียงฟ้าร้อง สำเนียงใต้ของเธอเข้มขึ้นตามจังหวะความตื่นเต้น “ทางนั้นมันคือวังวนโคลนตมชัดๆ!”

“สัญลักษณ์ใต้โคลนตม... มันคือหัวใจของกระแสชล” ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นเขียนมันลงไป “หากเจ้าไม่ปลดปล่อยพลังงานที่จุดนั้น คลองสายนี้จะถูกปิดตายด้วยเขื่อนเหล็กของพวกมันตลอดกาล ริน... เจ้าต้องเลือก ระหว่างเรือที่ปลอดภัยแต่ไร้อนาคต หรือเรือที่พังทลายแต่รักษาลมหายใจของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไว้ได้”

คามินที่นั่งคุมเครื่องยนต์เรืออยู่ข้างๆ หันมามองเธอ ใบหน้าของเขาซีดเผือดแต่ดวงตายังคงนิ่งสงบ เขาพยายามใช้ประแจขันน็อตที่สั่นสะเทือนจากการกระแทกของคลื่น “ริน! ถ้าจะไปจริงๆ ฉันต้องเสริมโครงสร้างไม้ตรงกราบเรือด้านซ้ายก่อน แต่มันจะใช้เวลาอย่างน้อยห้านาที!”

“เราไม่มีห้านาทีหรอกคามิน!” รินตะโกนบอกพลางเบี่ยงหางเสือหลบแรงกระแทกจากคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้าใส่ข้างลำเรือ “พวกเรือเหล็กกำลังล้อมเราเข้ามาแล้ว!”

เบื้องหลังของพวกเธอ กองเรือเหล็กขนาดมหึมาของนายหัวเดชากำลังเคลื่อนที่ผ่านม่านฝนอย่างมั่นคง เรือเหล็กพวกนั้นไม่ได้ใช้แรงลมหรือกระแสน้ำ แต่ใช้เครื่องยนต์ไอน้ำที่ส่งเสียงคำรามดังลั่นป่าโกงกาง ปลายกระบอกปืนใหญ่บนดาดฟ้าเรือเหล่านั้นเล็งตรงมาที่เรือไม้ลำเล็กของริน

“ริน! หลบไปทางขวา! เรือลำนั้นกำลังจะยิง!” คามินร้องเตือน

ตูม!

ลูกปืนใหญ่ลูกหนึ่งตกห่างจากท้ายเรือไปไม่กี่เมตร แรงอัดน้ำมหาศาลซัดจนเรือมัจฉานุเกือบพลิกคว่ำ รินต้องออกแรงกดตัวลงกับพื้นเรือเพื่อรักษาการทรงตัว กลิ่นดินโคลนและกลิ่นไหม้จากดินปืนคละคลุ้งไปทั่วอากาศ

“หยุดเดี๋ยวนี้ ริน!”

เสียงหนึ่งดังแทรกผ่านเสียงพายุมา มันไม่ใช่เสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่ราบเรียบ ทรงพลัง และเย็นเยียบจนน่าขนลุก รินเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านฝน เธอเห็นเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่ประดับประดาด้วยไม้แกะสลักหรูหรากำลังแล่นตัดผ่านกระแสน้ำที่บ้าคลั่งมาได้อย่างง่ายดาย บนดาดฟ้าเรือนั้น ชายในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเข้มยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง

“นายหัวเดชา...” รินพึมพำ

“เจ้ากำลังเล่นกับสิ่งที่เจ้าไม่เข้าใจ” นายหัวเดชาเอ่ยผ่านโทรโข่งทองเหลืองที่ส่งเสียงก้องกังวาน “การพยายามควบคุมกระแสน้ำด้วยของเล่นโบราณแบบนั้น มันมีแต่จะทำให้ลำคลองนี้พังทลาย ส่งเครื่องมือชิ้นนั้นมาให้ข้า แล้วข้าจะยอมให้เจ้าและคนของเจ้ากลับขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย”

“ปลอดภัยในกรงขังที่นายสร้างขึ้นน่ะเหรอ!” รินสวนกลับทันควัน “นายจะสร้างเขื่อนปิดทางน้ำ เพื่อจะผูกขาดการค้าทั้งหมดไว้ที่กำมือเดียว นายไม่ได้ต้องการพัฒนาคลอง แต่นายต้องการฆ่าวิถีชีวิตของพวกเรา!”

“วิถีชีวิตที่กินไม่ได้ คือวิถีชีวิตที่ต้องถูกกำจัด” นายหัวเดชากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเห็นใจ “โลกกำลังเปลี่ยนไป ริน... ราชินีในคำทำนายที่พวกหมอผีเพ้อเจ้อกันน่ะ มันไม่มีจริงหรอก มีแต่ความจริงที่ว่าใครคุมทางน้ำ คนนั้นคือพระเจ้า”

“งั้นก็มาดูว่าพระเจ้าของนาย จะสู้กับกระแสน้ำของพวกเราได้ไหม!” รินตะโกนสั่งคามิน “คามิน! ปล่อยความดันเต็มที่! พุ่งไปที่จุดศูนย์กลางโคลนตมตรงหน้า!”

“ริน! มันอันตรายเกินไป!” คามินค้าน แต่เขาก็เริ่มปรับวาล์วไอน้ำอย่างรวดเร็วตามความชำนาญ “ฉันจะพยายามพยุงโครงสร้างไม้ให้ถึงที่สุด!”

เรือมัจฉานุพุ่งทะยานผ่านคลื่นที่สูงท่วมหัว มุ่งหน้าเข้าหาจุดที่น้ำดูเหมือนจะหมุนวนเป็นวงกลมลึกลงไปใต้โคลนตม รินมองเห็นสัญลักษณ์โบราณที่เถาว์บอกผ่านคำแนะนำในบันทึก มันคือวงแหวนแสงสีทองจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำขุ่นข้น

ทันใดนั้น เรือเหล็กของนายหัวเดชาก็สั่งการยิงถล่มอีกระลอก ลูกปืนใหญ่พุ่งเข้าหาเรือของรินเหมือนฝนดาวตก

“ยิงมันซะ! อย่าให้มันเข้าใกล้จุดศูนย์กลาง!” เสียงนายหัวเดชาสั่งการอย่างเด็ดขาด

เคร้ง! เคร้ง!

เสียงกระสุนปืนใหญ่กระทบกับตัวเรือไม้ดังสนั่น เรือสั่นสะเทือนจนรินแทบจะยืนไม่อยู่ เธอต้องใช้มือข้างหนึ่งยึดราวเรือไว้ และอีกข้างหนึ่งพยายามบังคับหางเสือให้ตรงเป้าหมาย

“อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียว!” รินกัดฟันจนกรามปวด ร่างกายของเธอเปียกโชกไปด้วยน้ำเค็มและเหงื่อ

ในจังหวะที่เรือมัจฉานุกำลังจะถึงจุดศูนย์กลางพอดี เรือเหล็กขนาดกลางลำหนึ่งของนายหัวเดชาก็พุ่งขวางทางตัดหน้าเธอไว้หวังจะชนให้เรือของเธอแตกกระจาย

“ริน! หลบ!” คามินตะโกนสุดเสียง

แต่รินไม่หลบ เธอตัดสินใจหักหางเสือเข้าหาด้านข้างของเรือเหล็กลำนั้น แทนที่จะหลบ เธอเลือกที่จะใช้แรงเหวี่ยงจากการหมุนของกระแสน้ำพุ่งชนเข้าที่กราบเรือเหล็กเพื่อใช้แรงส่งนั้นส่งตัวเองเข้าสู่จุดศูนย์กลางพลังงาน

โครม!!!

เสียงไม้ปะทะเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว เรือมัจฉานุเอียงวูบจนเกือบจะพลิกคว่ำ รินรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ทำให้กระดูกแทบเคลื่อน แต่เธอก็ยังคงกำหางเสือไว้แน่น

“ฉันไม่ยอมแพ้นายหรอก นายหัวเดชา!” รินคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นและมุ่งมั่น

ทันทีที่เรือมัจฉานุพุ่งเข้าสู่ใจกลางวงวนโคลนตม แสงสีทองจากสัญลักษณ์โบราณใต้ดินก็ระเบิดวาบขึ้นมาใต้ลำเรือ แรงดันน้ำมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำราวกับเสายักษ์ที่พุ่งขึ้นมาจากนรก

นายหัวเดชายืนนิ่งอยู่บนเรือสำเภา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นมวลน้ำมหาศาลกำลังก่อตัวเป็นกำแพงยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

รินจ้องมองไปยังนายหัวเดชาผ่านม่านน้ำที่กำลังเดือดพล่าน เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง และเธอจะไม่มีวันปล่อยให้เขาสร้างเขื่อนปิดกั้นลมหายใจของแม่น้ำสายนี้ได้แม้แต่เพียงนิ้วเดียว

--- รินตัดสินใจพุ่งเรือมัจฉานุเข้าสู่จุดศูนย์กลางพลังงานใต้โคลนตมตามคำแนะนำของเถาว์ เพื่อปลดปล่อยพลังงานน้ำมหาศาลและขัดขวางการสร้างเขื่อนของนายหัวเดชา แม้จะถูกกองเรือเหล็กโจมตีอย่างหนักก็ตาม