ตอนที่ 105 — เสียงฟันเฟืองในโรงงานพฤกษา
“คามิน นายดูค่าแรงดันในถังหมักใบที่สี่นั่นสิ มันนิ่งจนน่ากลัวเลยนะ” เสียงของรินดังฝ่าเสียงอื้ออึงของเครื่องจักรกลไก เธอเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับแผ่นไม้กระดานที่ใช้จดบันทึกสถิติ นิ้วมือของเธอเปื้อนคราบน้ำมันพืชสีเขียวเข้มที่สกัดจากพืชตระกูลมรสุม
คามินก้มลงมองมาตรวัดทองเหลืองที่ติดตั้งอยู่ข้างถังหมักขนาดมหึมา “มันไม่ได้นิ่งเพราะมีปัญหาหรอกริน แต่มันนิ่งเพราะกลไกควบคุมแรงดันเริ่มทำงานได้สมบูรณ์แบบแล้วต่างหาก” เขาตอบขณะใช้ไขควงปรับจูนเฟืองไม้ที่ขัดเงาจนวาววับ “ถ้าแรงดันสม่ำเสมอแบบนี้ เราจะส่งพลังงานไปถึงเรือสำเภาที่อยู่ต้นน้ำได้โดยไม่ต้องพึ่งพากระแสน้ำขึ้นน้ำลงเลยด้วยซ้ำ”
“แต่นั่นมันหมายความว่ากฎแห่งกระแสน้ำกำลังจะถูกท้าทายด้วยเครื่องจักรพวกนี้” รินขมวดคิ้ว มองไปที่สายพานลำเลียงพืชตระกูลมรสุมที่กำลังไหลเข้าสู่กระบวนการสกัด “พวกนายหัวจากต่างถิ่นคงไม่พอใจแน่ ถ้าเราทำให้พวกเขารู้ว่าพลังงานสะอาดจากพืชพวกนี้มันถูกและเสถียรกว่าการซื้อสิทธิ์การเดินเรือจากพวกเขา”
“เราไม่ได้ทำเพื่อท้าทายใคร เราทำเพื่อให้ทุกคนอยู่รอด” คามินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันพืช “ดูนี่สิ ข้อมูลที่ผมได้รับจากเครือข่ายนักวิจัยในเมืองท่าตะวันตก พวกเขาเพิ่งส่งพิมพ์เขียวการปรับปรุงห้องเผาไหม้แบบใหม่มาให้ ถ้าเราปรับจูนกลไกไม้ให้เข้ากับความร้อนระดับนี้ เราจะผลิตพลังงานได้มากกว่าเดิมถึงสามเท่า”
คามินหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เต็มไปด้วยตัวเลขและแผนผังที่ซับซ้อนขึ้นมากาง เขาไม่ได้พูดถึงความยิ่งใหญ่ของมัน แต่เขาพูดถึงความแม่นยำของช่องว่างระหว่างฟันเฟืองไม้และการถ่ายเทความร้อน “ถ้าโครงสร้างไม้สักหนาพอ มันจะทนความร้อนจากการสังเคราะห์แสงได้นานขึ้น เราต้องขยายขนาดโรงงานนี้ให้ครอบคลุมทุกลำคลองสายหลัก”
“ถ้าทำแบบนั้น เราจะกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจริมน้ำแทนที่นายหัวเดชา” รินกล่าวเสียงเข้ม เธอเดินไปที่ริมหน้าต่างโรงงาน มองออกไปเห็นผิวน้ำในคลองที่สะท้อนแสงไฟจากโรงงานดูระยิบระยับ “แต่ดูเหมือนความสำเร็จมันจะมาพร้อมกับเงาที่ยาวขึ้นนะคามิน”
ทันใดนั้น เสียงกระแทกดังขึ้นที่ประตูเหล็กด้านหลังโรงงาน ตามมาด้วยเสียงตะโกนภาษาถิ่นที่ฟังดูไม่เป็นมิตร คามินรีบวางเครื่องมือแล้วเดินไปดู รินก้าวตามไปติดๆ ที่ประตูโรงงาน พวกเขาพบกับกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบทางการของสมาคมพ่อค้าต่างถิ่น กำลังยืนประจันหน้ากับยามเฝ้าประตู
“พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาขัดขวางการทำงานของโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากสภาเมือง!” รินตะโกนออกไป เสียงของเธอหนักแน่นเหมือนเสียงคลื่นกระทบฝั่ง
“อนุญาตงั้นหรือ?” ชายในชุดสีน้ำเงินเข้มก้าวออกมาข้างหน้า “เราแค่มาตรวจสอบว่าเทคโนโลยีที่พวกคุณอ้างว่า ‘สะอาด’ มันไม่ได้กำลังทำลายระบบนิเวศของลำคลองเพื่อความได้เปรียบทางการค้าเพียงลำพัง สมาคมต้องการการรับประกันว่ากระแสน้ำจะไม่เปลี่ยนทิศเพราะแรงดันจากการผลิตของพวกคุณ”
“กระแสน้ำจะเปลี่ยนไปตามธรรมชาติของมัน แต่พลังงานของพวกเราจะทำให้การเดินทางในน้ำไม่ขึ้นอยู่กับโชคชะตาอีกต่อไป” คามินก้าวออกมายืนข้างริน เขาไม่ได้แสดงความกลัว แต่เขากำลังพูดถึงข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม “เราใช้เพียงพืชพื้นเมือง และกระบวนการนี้ไม่กระทบต่อปริมาณน้ำในลำคลองแม้แต่หยดเดียว”
ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นเมื่อชายผู้นั้นจ้องมองมาที่คามินด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ “ความก้าวหน้ามักมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงเสมอ และความเปลี่ยนแปลงมักนำมาซึ่งความวุ่นวาย... เราจะจับตาดูพวกคุณอย่างใกล้ชิด”
หลังจากกลุ่มคนเหล่านั้นจากไป บรรยากาศในโรงงานกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้ง คามินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขา เขาหยิบปากกาขึ้นมาขีดเขียนแผนผังใหม่ทันที ราวกับต้องการใช้การทำงานเพื่อลบความรู้สึกไม่มั่นคงในใจ
“นายกำลังทำอะไรน่ะ?” รินถาม ขณะที่เธอกำลังจัดเก็บเครื่องมือ
“ขยายโครงสร้างครับ” คามินตอบโดยไม่เงยหน้า “เราต้องสร้างโรงงานแห่งที่สองที่ปากแม่น้ำมรสุม เราจะใช้ความร่วมมือจากนักวิจัยจากชายฝั่งทะเลลึก เพื่อสร้างระบบกักเก็บพลังงานที่ไม่มีใครสามารถผูกขาดได้”
“นายกำลังพยายามสร้างอนาคตที่ทุกคนเข้าถึงได้จริงๆ ใช่ไหม?” รินถามพลางมองไปที่ความสว่างไสวของโรงงานที่กลายเป็นประภาคารแห่งใหม่ของชุมชน
“ใช่ครับ ผมจะมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้ทุกคน แม้แต่นายหัวเดชาก็ปฏิเสธมันไม่ได้” คามินตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงกว่าครั้งไหนๆ
ท่ามกลางความสำเร็จที่กำลังเบ่งบาน คามินไม่ทันสังเกตเห็นว่า ในมุมที่มืดที่สุดของโรงงาน ใต้พื้นไม้กระดานที่เชื่อมต่อกับทางน้ำ มีรอยแยกเล็กๆ ที่ถูกกัดกร่อนด้วยกรดบางอย่าง และมีของเหลวสีดำขุ่นไหลซึมออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างช้าๆ ราวกับว่าความก้าวหน้าที่เขาสร้างขึ้น กำลังกระตุ้นบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ดินเลนให้ตื่นขึ้นมา
--- คามินประสบความสำเร็จในการสร้างโรงงานผลิตพลังงานจากพืชและเตรียมขยายโครงสร้างเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ทุกคน แต่ความสำเร็จนี้กลับนำมาซึ่งการตรวจสอบจากกลุ่มทุนและร่องรอยปริศนาใต้พื้นโรงงาน