← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 76ฟรี

ตอนที่ 76 — ความว่างเปล่าที่กรีดร้องในความมืด

ความเงียบไม่ใช่สิ่งที่ Anwen คุ้นเคย แต่มันคือความว่างเปล่าที่หนักอึ้ง ราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงแรงกดดันมหาศาลที่บีบคั้นโสตประสาท ในวินาทีที่รอยแยกมิติเกิดการบิดเบี้ยวและดูดกลืนทุกสิ่งลงสู่หลุมดำแห่งความมืดมิด เสียงกรีดร้องสุดท้ายของกลุ่มเงาลึกลับถูกกลืนหายไปในพริบตาเดียว ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ด้วยคมมีดที่มองไม่เห็น

Anwen รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบของความว่างเปล่าที่ไหลทะลักเข้าสู่รอยจารึกบนร่างกายของเธอ รอยจารึกที่เคยให้ความอบอุ่นและพลังงาน บัดนี้กลับสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมันกำลังพยายามกรีดร้องเพื่อต่อต้านความมืดที่ไร้ก้นบึ้งนี้ แขนข้างที่เป็นโลหะของเธอส่งเสียงเสียดสีกันอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่เธอพยายามจะขยับตัว ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดมหาศาลจะทำให้เธอแทบสิ้นสติ เธอไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย นอกจากความมืดที่เข้มข้นจนดูเหมือนของเหลว มันไม่ได้แค่ปิดกั้นการมองเห็น แต่ดูเหมือนมันกำลังพยายามจะแทรกซึมเข้าไปในดวงตาและรอยแยกของผิวหนัง

“ทุกคน... ยังอยู่ไหม...” เธอพยายามเค้นเสียงออกมา แต่มันกลับกลายเป็นเพียงเสียงครืดคราดในลำคอที่แห้งผาก ความเจ็บปวดจากการที่ร่างเนื้อถูกบีบอัดด้วยแรงดันมิติทำให้เธอแทบจะหมดสติ แต่สัญชาตญาณของการเป็นผู้รอดชีวิต—และเจ้าของโรงเตี๊ยมที่ไม่เคยปล่อยให้แขกของตนต้องเผชิญชะตากรรมลำพัง—บังคับให้เธอต้องพยายามประคองสติ

ทันใดนั้น ความรู้สึกเหมือนตกลงจากที่สูงชันก็ถาโถมเข้าใส่ ความว่างเปล่าที่เคยนิ่งสงบกลับกลายเป็นพายุหมุนที่บ้าคลั่ง Anwen รู้สึกว่าร่างของเธอกำลังหมุนคว้างอยู่ในที่ที่ไม่มีทิศเหนือหรือทิศใต้ ไม่มีบนหรือล่าง มีเพียงแรงเหวี่ยงที่ทำให้กระดูกในร่างเนื้อของเธอแทบแตกละเอียด และโลหะในร่างครึ่งหนึ่งของเธอที่สั่นสะเทือนจนส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงขลุ่ยที่แตกพร่า เธอพยายามไขว่คว้าหาอะไรบางอย่าง—พื้นดิน, กำแพง, หรือแม้แต่เศษซากของเครื่องจักรโบราณ—แต่สิ่งที่เธอพบมีเพียงความว่างเปล่าที่ไร้สัมผัส

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น แสงสีม่วงจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นในระยะสายตาที่พร่าเลือน มันไม่ใช่แสงสว่างที่ให้ความหวัง แต่มันคือแสงที่บิดเบี้ยว แสงที่ดูเหมือนจะเต้นระบำอยู่บนขอบของความจริงที่กำลังแตกสลาย Anwen พยายามเพ่งมอง แสงนั้นดูเหมือนจะก่อตัวเป็นเส้นสายคล้ายกับเส้นใยของแมงมุมที่ถักทออยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอมองตามเส้นใยเหล่านั้นไป เธอก็เห็นร่างของกลุ่มผู้รอดชีวิตที่เธอนำพามา พวกเขากำลังลอยคว้างอยู่ในสภาวะกึ่งมีสติกึ่งไร้สติ ราวกับตุ๊กตาที่ถูกแขวนไว้ด้วยด้ายล่องหน

“Fin! Granny Nessa!” เธอตะโกนสุดเสียง แรงพยายามนั้นส่งผลให้รอยจารึกบนหน้าอกของเธอเรืองแสงวาบขึ้นมา แสงสีฟ้าจากรอยจารึกปะทะกับความมืดมิด เกิดเป็นประกายไฟมิติที่แตกกระจายไปทั่วบริเวณ ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากหน้าอกไปทั่วร่างราวกับถูกไฟลวก แต่มันคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีตัวตนอยู่

ทันใดนั้น แรงกระชากมหาศาลก็หยุดลงอย่างกะทันหัน

Anwen รู้สึกเหมือนถูกโยนลงบนพื้นแข็งที่เย็นจัดและหยาบกร้าน เธอสำลักอากาศเข้าปอดอย่างรุนแรงจนเจ็บหน้าอก ความมืดมิดยังคงอยู่รอบตัว แต่มันไม่ใช่ความมืดที่ว่างเปล่าอีกต่อไป มันคือความมืดที่มี 'มวล' มันคือสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษซากของมิติที่พังทลาย เธอค่อยๆ พยุงตัวขึ้น มือโลหะของเธอกดลงบนพื้นผิวที่ดูเหมือนจะเป็นโลหะกึ่งชีวภาพที่เย็นเยียบและขรุขระ

เมื่อสายตาเริ่มปรับตัวได้ เธอจึงได้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในห้องโถงเครื่องจักรโบราณอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังอยู่ใน 'ช่องว่างระหว่างโลก' สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นซากปรักหักพังของมิติที่ลอยล่องอยู่ในความมืด มีแท่นหินโลหะลอยคว้าง มีเศษซากของโครงสร้างที่ดูคล้ายกับโรงเตี๊ยมของเธอแต่บิดเบี้ยวและผิดรูปผิดร่าง แสงสีม่วงที่เธอเห็นก่อนหน้านี้คือแสงที่รั่วไหลออกมาจากรอยแยกของความจริงที่อยู่รายล้อม

“เรา... เราอยู่ที่ไหนกัน...” เสียงสั่นเครือของ Fin ดังขึ้นข้างๆ เขาดูหวาดกลัวและสับสน ร่างกายของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการเดินทางผ่านรอยแยก

“อย่าเพิ่งขยับ” Anwen สั่งด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้มั่นคงที่สุด แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความพรั่นพรึง “อยู่รวมกันไว้ อย่าแยกจากกันเด็ดขาด”

Granny Nessa และผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เริ่มขยับตัวอย่างสะเปะสะปะ ทุกคนดูเหมือนจะตกอยู่ในอาการช็อกจากการถูกดูดกลืนเข้าไปในความมืด Anwen พยายามสำรวจรอบตัว เธอพบว่าร่างกายครึ่งโลหะของเธอไม่ได้แค่สั่นสะเทือน แต่มันกำลัง 'ดูดซับ' พลังงานลึกลับในอากาศรอบตัวเข้าไปด้วย รอยจารึกเรืองแสงเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความมืดรอบๆ ตัวพวกเขาลดน้อยลงเล็กน้อย สร้างเป็นวงรัศมีแห่งความปลอดภัยที่เปราะบาง

แต่ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน

จากความมืดที่อยู่ไกลออกไป เสียงบางอย่างเริ่มดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงลม หรือเสียงเครื่องจักร แต่มันคือเสียง 'การเคี้ยว' เสียงที่ดังซ้ำๆ เหมือนมีบางสิ่งกำลังกัดกินความว่างเปล่า Anwen ขนลุกซู่ เธอหันไปมองตามต้นเสียง และสิ่งที่เธอเห็นทำให้หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น

ในเงามืดที่แสงสีม่วงส่องไปไม่ถึง มีเงาร่างขนาดมหึมาที่ไม่ได้มีรูปร่างที่แน่นอน มันดูเหมือนกลุ่มก้อนของความมืดที่ประกอบขึ้นด้วยเศษเหล็กและพลังงานที่บิดเบี้ยว เงามืดเหล่านั้นไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยการเดิน แต่พวกมัน 'ไหล' เข้ามาหาพวกเขาเหมือนน้ำหมึกที่หยดลงในน้ำ มันมีดวงตาที่สว่างวาบเป็นจุดเล็กๆ นับร้อยที่จ้องมองมายังกลุ่มของผู้รอดชีวิตอย่างหิวกระหาย

“พวกมัน... มาแล้ว...” Anwen กระซิบ มือโลหะของเธอกำแน่นจนเกิดเสียงเสียดสีของโลหะ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทหารขุนนาง ไม่ใช่เถาวัลย์โลหะ และไม่ใช่พลังงานจากฟากฟ้า แต่มันคือบางสิ่งที่เกิดจากความว่างเปล่าที่ถูกรบกวน สิ่งที่อาศัยอยู่ในรอยแยกมิติและกำลังออกล่าสิ่งที่หลงเข้ามาในอาณาเขตของมัน

เงาร่างเหล่านั้นเริ่มเข้าใกล้รัศมีแสงของรอยจารึกมากขึ้น ทุกครั้งที่พวกมันเข้าใกล้ แสงสีฟ้าของ Anwen จะวูบวาบและอ่อนแรงลง ราวกับว่าพวกมันกำลังสูบเอาพลังงานจากตัวเธอไปใช้ในการคงรูปร่าง

“เตรียมตัวให้พร้อม” Anwen ตะโกนบอกผู้รอดชีวิต “ถ้ามีโอกาสให้หนี ให้หนีไปทางที่แสงสว่างที่สุด! อย่าหันหลังกลับมา!”

แต่ในสถานที่ที่ไม่มีทิศทางและเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่ลอยคว้างเช่นนี้ คำว่า 'ทางที่สว่างที่สุด' แทบจะไม่มีความหมาย ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่รัศมีแสงของพวกเขาด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน! เสียงกรีดร้องของโลหะที่ถูกฉีกกระชากดังสนั่นไปทั่วความมืด พร้อมกับแรงปะทะที่ทำให้พื้นผิวที่พวกเขายืนอยู่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

Anwen ไม่รอช้า เธอใช้แขนโลหะที่แข็งแกร่งปัดป้องการโจมตีที่มองไม่เห็นนั้น แรงปะทะส่งให้เธอถอยหลังไปหลายก้าว แต่เธอกลับรู้สึกถึงความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากรอยจารึก มันกำลังตอบสนองต่อภัยคุกคามนี้ด้วยความรุนแรงที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอไม่ได้แค่กำลังป้องกันตัว แต่ร่างกายของเธอกำลังเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่บางสิ่งที่เหนือกว่าความเป็นมนุษย์และเครื่องจักร...

ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้นในความมืดมิด Anwen สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า... ท่ามกลางเงาที่กำลังโจมตี มีดวงตาสีทองคู่หนึ่งที่จ้องมองลงมาจากเบื้องบนของความมืดมิดนั้น มันไม่ใช่ดวงตาของสัตว์ร้าย แต่มันคือดวงตาที่มีสติปัญญา และมันกำลังเฝ้ามองการต่อสู้ของเธอราวกับกำลังชมการแสดงที่น่าสนใจ

--- Anwen และผู้รอดชีวิตถูกดูดกลืนเข้าสู่ช่องว่างระหว่างมิติที่เต็มไปด้วยความมืดและเศษซากของความจริงที่พังทลาย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตลึกลับที่อาศัยอยู่ในความว่างเปล่า ในขณะที่ Anwen เริ่มตระหนักว่ามีตัวตนที่ทรงพลังกว่ากำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่จากเบื้องบน