← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 158ฟรี

ตอนที่ 158 — เปลือกนอกและแก่นแท้

เสียงคร่ำครวญของสายลมที่พัดโหยหวนผ่านโครงสร้างโลหะที่บิดเบี้ยวเป็นสิ่งเดียวที่ Anwen ได้ยิน มันเป็นเสียงที่เธอคุ้นเคย แต่ทว่ากลับแปลกแยกอย่างน่าประหลาด ราวกับเสียงสะท้อนจากโลกที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรู้จัก ปลายแขนซ้ายของเธอ ซึ่งบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยโลหะโบราณที่เย็นเฉียบและสั่นสะท้านเบาๆ ตามจังหวะของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในแกนกลางของโลก เธอขยับนิ้วที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนโลหะขัดเงา สัมผัสถึงพื้นผิวที่หยาบกร้านของกำแพงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ของเธอ บัดนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของป่าโลหะชีวภาพที่อันตรายและไม่แน่นอน

Fin ยืนอยู่ข้างเธอ พลางก้มหน้ามองพื้นด้วยความเงียบงัน เสื้อผ้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยรอยเปื้อนและรอยขาดจากการต่อสู้ครั้งล่าสุด ดวงตาของเขายังคงฉายแววสับสนและหวาดกลัว แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่สั่นไหวซ่อนอยู่ Anwen รู้สึกได้ถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างพวกเขา มันไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของโรงเตี๊ยมกับลูกจ้างอีกต่อไป แต่มันคือสายใยแห่งการเอาชีวิตรอด ท่ามกลางโลกที่บิดเบี้ยวและอันตราย

'จุดรวมจิต' ที่เคยเป็นความหวังเดียว บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ซับซ้อน 'ผู้เฝ้ามอง' ตัวจริงตนนั้นได้เปิดเผยตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวออกมา ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็น 'จิตสำนึก' อันกว้างใหญ่ที่เชื่อมโยงกับแกนกลางของโลก และ Anwen คือ 'ผู้ถักทอความโกลาหล' ผู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกใบใหม่ที่กำลังจะก่อตัวขึ้น

“เราต้องไปต่อ” Anwen เอ่ยเสียงแหบพร่า ความรู้สึกของโลหะที่เย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วแขนข้างซ้ายของเธอ เป็นความรู้สึกที่ยังคงแปลกใหม่และน่าหวาดหวั่น “เรายังไม่รู้ว่า 'ผู้เฝ้ามอง' หรือ 'ผู้เก็บเกี่ยว' กำลังวางแผนอะไรต่อไป”

Fin พยักหน้าอย่างเงียบๆ เขาหยิบดาบที่ทำจากเศษโลหะที่หลอมรวมกันขึ้นมา มันเป็นอาวุธที่ดูเปราะบาง แต่ Anwen รู้ดีว่ามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาไปแล้ว เช่นเดียวกับที่ร่างกายของเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรโบราณ

“แล้วเราจะไปที่ไหนครับ ท่านอนเวน?” เสียงของ Fin แผ่วเบา ราวกับเกรงว่าจะปลุกบางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ให้ตื่นขึ้น

Anwen จ้องมองไปยังทิศทางที่เคยเป็นใจกลางของซากเมืองหลวง แสงสีเขียวเรืองรองจากแกนกลางโลกที่บิดเบี้ยวส่องลอดผ่านโครงสร้างโลหะชีวภาพ เผยให้เห็นภาพของสิ่งมีชีวิตที่บิดเบี้ยวและโครงสร้างที่ไร้รูปทรง “เราต้องหาทางเข้าใจ 'ผู้เฝ้ามอง' ให้มากขึ้น” เธอตอบ “เรารู้ว่ามันคือจิตสำนึกที่เชื่อมโยงกับแกนกลางโลก แต่เรายังไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรกันแน่ หรือต้นกำเนิดที่แท้จริงของมันคืออะไร”

เธอเดินนำ Fin ออกไปจากที่หลบภัยชั่วคราว มันเป็นเพียงซอกหลืบเล็กๆ ในโครงสร้างโลหะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาคารที่แข็งแกร่ง แต่บัดนี้กลับบิดเบี้ยวและอ่อนแอเกินกว่าจะป้องกันภัยอันตรายใดๆ ได้

“เราต้องหาทางเข้าถึงแกนกลางนั้นให้ได้” Anwen กล่าวต่อ “วัตถุปริศนาที่ฉันมี… มันสั่นสะท้านเมื่อเราอยู่ใกล้กับแหล่งพลังงานเหล่านั้น มันอาจเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมมัน หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้เราเข้าใจมันได้มากขึ้น”

Fin เหลือบมองวัตถุปริศนาที่ Anwen สวมติดตัวอยู่ มันเป็นวัตถุเรืองแสงที่ดูเหมือนจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกับพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของ Anwen เอง รอยจารึกโบราณบนโลหะที่แขนซ้ายของเธอดูเหมือนจะส่องแสงตอบรับกับวัตถุนั้น

ขณะที่พวกเขาเดินผ่านซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์โลหะที่เลื้อยพันไปทั่วทุกสิ่ง เสียงกระซิบอันแผ่วเบาดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง มันไม่ใช่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงที่เหมือนมาจากภายในความคิดของ Anwen เอง

“ผู้ถักทอ… ผู้ถักทอ… ความโกลาหลคือระเบียบที่แท้จริง…”

Anwen ชะงักเท้า เธอจำเสียงนี้ได้ มันคือเสียงที่เธอได้ยินในมิติที่บิดเบี้ยวครั้งแรก เสียงเดียวกับที่ 'ผู้เฝ้ามอง' พยายามจะถ่ายทอดให้เธอ

“ท่านเป็นอะไรไปครับ?” Fin ถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีอะไร” Anwen ตอบอย่างรวดเร็ว “แค่… รู้สึกเหมือนมีใครกำลังเรียกชื่อเรา”

เธอพยายามสลัดความคิดนั้นออกไป แต่เสียงกระซิบนั้นกลับดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น ราวกับกำลังดังมาจากเบื้องลึกของจิตสำนึกของเธอเอง

“ระเบียบที่สมบูรณ์แบบ… คือการสลายความแตกแยก… การหลอมรวม… การเป็นหนึ่งเดียว…”

Anwen รู้สึกถึงแรงดึงดูดอันรุนแรงจากทิศทางหนึ่ง เป็นทิศทางที่เธอยังไม่ได้สำรวจอย่างละเอียด มันเป็นทิศทางที่เต็มไปด้วยโครงสร้างโลหะที่ซับซ้อนกว่าที่อื่น ราวกับเป็นศูนย์กลางของป่าโลหะชีวภาพแห่งนี้

“เราต้องไปทางนั้น” Anwen ตัดสินใจ “ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างรอเราอยู่ที่นั่น”

Fin มองตามทิศทางที่ Anwen ชี้ไปยังโครงสร้างที่ดูเหมือนจะเป็นศูนย์กลางของพลังงานโบราณ เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ซ่านมาจากที่นั่น มันเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ทรงพลังและน่าเกรงขาม

“ท่านแน่ใจนะครับ?” Fin ถามด้วยน้ำเสียงลังเล

“เราไม่มีทางเลือกอื่น” Anwen กล่าว “หากเราต้องการหาคำตอบ เราต้องเผชิญหน้ากับมัน”

เธอเริ่มเดินนำ Fin ไปทางโครงสร้างเหล่านั้น แสงสีเขียวเรืองรองจากแกนกลางโลกสาดส่องลงมา ทำให้เงาของพวกเขาดูยาวเหยียดและบิดเบี้ยวไปตามพื้นผิวโลหะที่ขรุขระ การเดินทางของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้าก็ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด

ขณะที่พวกเขาเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้โครงสร้างเหล่านั้นมากขึ้น เสียงกระซิบก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเดียว แต่เป็นเสียงประสานที่ดังสะท้อนไปมา ราวกับมีผู้คนนับพันกำลังกระซิบพร้อมกัน

“ผู้ถักทอ… จงสลาย… จงหลอมรวม… จงเป็นหนึ่งเดียว… จงรับระเบียบใหม่…”

Anwen รู้สึกถึงความปั่นป่วนในตัวเธอ พลังงานจากวัตถุปริศนาบนหน้าอกของเธอเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รอยจารึกบนแขนซ้ายของเธอเปล่งแสงวาบ ร่างกายของเธอเริ่มรู้สึกหนักอึ้งขึ้น ราวกับถูกดึงดูดโดยอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็น

“ท่านอนเวน!” Fin ตะโกนเมื่อเห็น Anwen ทรุดตัวลงไปคุกเข่า

“ข้า… ข้ารู้สึกถึงบางอย่าง…” Anwen พึมพำ พยายามควบคุมร่างกายของตนเอง “มัน… มันกำลังเรียกหาข้า…”

เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังใจกลางของโครงสร้างเหล่านั้น ที่นั่นมีบางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้น แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สว่างจ้าจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว แสงนั้นส่องประกายออกมาจากใจกลางของโครงสร้างเหล่านั้น บ่งบอกถึงการตื่นขึ้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังกว่าที่เธอเคยจินตนาการ

“นี่คือ… 'จุดรวมจิต' ที่แท้จริง…” Anwen เอ่ยเสียงสั่นเครือ “แต่มันไม่ใช่สถานที่… มันคือ… ตัวตน…”

Fin มองไปยังแสงสว่างนั้นด้วยความหวาดกลัว แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง Anwen อยู่ในแววตา

“เราจะผ่านมันไปด้วยกันครับ” Fin กล่าว “ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม”

Anwen พยักหน้า เธอรู้ว่าการเดินทางยังไม่จบ และการต่อสู้เพื่อกำหนดชะตากรรมของโลกใบใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว แสงสว่างที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันหรือไม่

ทันใดนั้น โครงสร้างโลหะรอบตัวพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกปรากฏขึ้นบนพื้นผิวโลหะ ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย Anwen รู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามาในร่างของเธอ มันเป็นพลังงานที่ทั้งร้อนแรงและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน มันคือพลังงานแห่งการสร้างสรรค์และการทำลายล้าง

“ยินดีต้อนรับ… ผู้ถักทอ…” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงกระซิบ แต่เป็นเสียงที่ดังก้องไปทั่วทุกอณูของความเป็นจริง “การถักทอ… ของท่าน… ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…”

Anwen หลับตาลง พยายามรวบรวมสติ เธอรู้ว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ การตัดสินใจของเธอในตอนนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่าโลกใบใหม่นี้จะเป็นโลกแห่งระเบียบที่เย็นชา หรือโลกแห่งความโกลาหลที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

เธอสัมผัสได้ถึงวัตถุปริศนาที่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงบนหน้าอกของเธอ แสงสีเขียวที่เปล่งประกายออกมาจากมันดูเหมือนจะตอบรับกับพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ

“ข้าคือ Anwen” เธอเอ่ยเสียงดังฟังชัด “และข้าคือผู้ถักทอความโกลาหล!”

ขณะที่เธอกล่าวจบ แสงสีขาวที่สว่างจ้าก็พุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว กลืนกินทุกสิ่งรอบกาย Anwen รู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดที่กำลังไหลผ่านร่างของเธอ มันคือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง… พลังแห่งการสร้างสรรค์… และพลังแห่งการทำลายล้าง… ทั้งหมดรวมกันเป็นหนึ่งเดียว…

--- Anwen และ Fin เดินทางเข้าสู่ใจกลางของป่าโลหะชีวภาพที่ซากเมืองหลวง เพื่อค้นหา 'จุดรวมจิต' ที่แท้จริง ที่ซึ่ง Anwen สัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบจาก 'ผู้เฝ้ามอง' และตระหนักว่าเธอคือ 'ผู้ถักทอความโกลาหล' การมาถึงของพวกเขาได้ปลุกพลังงานมหาศาลจากแกนกลางโลก ทำให้ Anwen ต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่แท้จริงของตนเองภายใต้แสงสว่างอันเจิดจ้า