← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 150ฟรี

ตอนที่ 150 — เสียงกระซิบจากซากปรักหักพัง

แสงที่สาดส่องเข้ามาในมิติที่บิดเบี้ยวนี้มิใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นแสงสีขาวนวลที่เย็นเยียบ ราวกับมาจากแหล่งกำเนิดที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ Anwen รู้สึกถึงแรงดึงที่พยายามจะฉีกกระชากเธอออกเป็นชิ้นๆ แต่ละชิ้นส่วนของตัวตนของเธอถูกกระตุ้นให้ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ร่างกายครึ่งโลหะของเธอส่งเสียงครืดคราดเบาๆ ราวกับจะเตือนถึงการต่อต้านภายใน

“หยุด!” เสียงของเธอแหบพร่าดังขึ้นในความว่างเปล่า มันสะท้อนก้องกลับมาหาเธอโดยไม่มีคำตอบ มีเพียงการสั่นสะเทือนของพลังงานที่สัมผัสได้ถึงความพยายามในการจัดระเบียบ “นี่ไม่ใช่สมดุล… นี่คือการบังคับ!”

เธอหลับตาลง พยายามดึงเอาเศษเสี้ยวความทรงจำสุดท้ายของโรงเตี๊ยมที่เคยอบอุ่น เสียงหัวเราะของเนสซ่า กลิ่นกาแฟยามเช้า เสียงหัวเราะของฟินที่แผ่วเบา ริสที่กำลังขัดเงาเกือกม้า ภาพเหล่านั้นคือสมอที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้กับความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางพายุพลังงานที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่ง

“ฉันไม่ยอมแพ้!” เธอตะโกนก้อง พลังงานจากรอยจารึกบนร่างกายเริ่มปะทุออกมาเป็นประกายสีฟ้าอ่อนๆ มันปะทะเข้ากับแสงขาวนวลที่พยายามจะหลอมรวมเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับโครงสร้างจักรกลที่กำลังก่อตัวขึ้น

พลัน! สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับรอยกรีดบนผืนผ้าใบที่ไร้ซึ่งที่มาที่ไป มันขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ดูดกลืนเอาแสงสีขาวนวลรอบข้างเข้าไปราวกับเป็นสุญญะ มันไม่ใช่สุญญะที่ Anwen เคยรู้จัก มันคือสุญญะที่เต็มไปด้วยความกระหาย

“อะไรกัน…?” Anwen พึมพำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

จากรอยแยกนั้น สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายเงามนุษย์ที่โปร่งแสงค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น มันเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิงจ้องตรงมาที่ Anwen

“ในที่สุด… ในที่สุดความไม่สมดุลก็ถูกชดเชย” เสียงของมันก้องกังวานราวกับมาจากหลายทิศทางพร้อมกัน “เศษเสี้ยวแห่งความโกลาหล… เจ้าคือเหตุผลของการดำรงอยู่ของเรา”

Anwen สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลังของเธอ นี่ไม่ใช่ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ที่เธอเคยเผชิญหน้า นี่คือสิ่งที่เก่าแก่กว่า ทรงพลังกว่า และอันตรายยิ่งกว่า

“ใคร… พวกเจ้าคือใคร?” Anwen ถามเสียงสั่น

“เราคือผู้เฝ้ามอง… ผู้ที่มาเพื่อปรับสมดุล… เพื่อนำพาทุกสิ่งกลับสู่ระเบียบอันสมบูรณ์แบบ” เงาโปร่งแสงตอบ “เจ้าได้ปลุกบางสิ่งขึ้นมา… สิ่งที่จะนำพาไปสู่จุดจบของความโกลาหล… และการถือกำเนิดของความเป็นจริงใหม่”

เงาโปร่งแสงยื่นมือที่โปร่งแสงออกมา ราวกับจะสัมผัส Anwen แต่ก่อนที่มันจะแตะต้องตัวเธอ แสงสีฟ้าจากรอยจารึกบนร่างของ Anwen ก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรง มันผลักดันให้เงาโปร่งแสงถอยห่างออกไป

“ไม่! ฉันคือผู้ถักทอ… ไม่ใช่ผู้ทำลาย!” Anwen ตะโกนสุดเสียง พลังงานจากรอยจารึกไหลเวียนไปทั่วร่างของเธอ มันไม่ใช่แค่พลังงานแห่งความทรงจำอีกต่อไป มันคือพลังที่ตอบสนองต่อความขัดแย้งภายในมิตินี้

โลกที่บิดเบี้ยวรอบตัว Anwen เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทขยายตัวออกอย่างบ้าคลั่ง ดูดกลืนทั้งแสงสีขาวนวลและเงาโปร่งแสงเข้าไป Anwen รู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่คุ้นเคย

“ไม่ใช่ตอนนี้!” เธอพยายามต่อต้าน แต่แรงดึงนั้นแข็งแกร่งเกินไป

ภาพสุดท้ายที่ Anwen เห็นคือเศษเสี้ยวของโครงสร้างจักรกลที่กำลังก่อตัว สลับกับใบหน้าอันเยือกเย็นของเงาโปร่งแสง ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลง

…

เสียงครืดคราดของโลหะดังขึ้นปลุก Anwen ให้ตื่นขึ้น เธอลืมตาขึ้นช้าๆ สัมผัสแรกคือความรู้สึกหนักอึ้งที่แขนข้างหนึ่ง และกลิ่นอายของฝุ่นดินที่คุ้นเคย

“ที่ไหน…?” เธอพึมพำ

เธอค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น แขนข้างซ้ายของเธอถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นโลหะสีเข้มที่ดูเหมือนจะผสานเป็นเนื้อเดียวกับผิวหนังของเธอ มันไม่ใช่ชิ้นส่วนของ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นโลหะที่ดูโบราณและมีลวดลายสลักที่คล้ายคลึงกับรอยจารึกบนร่างของเธอ

“ร่างกายของฉัน…” Anwen มองสำรวจตัวเองด้วยความตกใจ

เธอเห็นว่าแขนข้างซ้ายของเธอตั้งแต่ข้อศอกลงไป ถูกแทนที่ด้วยโลหะที่ดูแข็งแกร่งและมีพลังงานแผ่ซ่านออกมา มันไม่ใช่การบาดเจ็บ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์

“นี่มัน… เกิดอะไรขึ้น?”

เธอหันมองไปรอบๆ ตัวเอง สภาพแวดล้อมรอบข้างคือซากปรักหักพังของโครงสร้างบางอย่างที่เต็มไปด้วยเศษซากโลหะและฝุ่นดิน บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ราวกับว่าทุกชีวิตได้จากไปหมดแล้ว

“นี่มัน… โรงเตี๊ยม…?”

Anwen พยายามประคองตัวเองเดินไปข้างหน้า เธอจำได้ถึงสถานที่แห่งนี้ โรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ของเธอ แต่บัดนี้มันกลายเป็นซากปรักหักพังที่น่าเวทนา ผนังบางส่วนถล่มลงมา เพดานเปิดโล่งให้เห็นท้องฟ้าสีเทาหม่น

“Fin! Nessa! Rhys!” เธอตะโกนเรียกหา แต่มีเพียงเสียงสะท้อนกลับมา

เธอเดินโซซัดโซเซไปตามทางเดินที่พังทลาย สายตาของเธอเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่ส่องประกายแวววาวอยู่ท่ามกลางกองเศษหิน มันคือวัตถุปริศนาที่เธอเคยได้มาเมื่อครั้งยังอยู่ในป่าโลหะชีวภาพ มันกำลังส่องแสงเรืองรองอย่างอ่อนโยน ราวกับจะปลอบประโลมเธอ

ทันใดนั้น! เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านนอกของโรงเตี๊ยมก็ดังขึ้น Anwen ชะงักกึก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง เธอแอบซ่อนตัวอยู่หลังเสาที่ยังคงตั้งตระหง่าน

กลุ่มคนในชุดเกราะสีเข้มที่สลักด้วยสัญลักษณ์รูปดวงดาวกำลังเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง พวกเขาคือ 'ผู้เก็บเกี่ยว' แห่งภาคีระเบียบเหล็ก

“หาไม่พบ… ไม่มีร่องรอยของการต่อต้าน” หนึ่งในนั้นกล่าวเสียงราบเรียบ

“ตามคำสั่งของภาคี… ทำลายทุกสิ่งที่เป็นความผิดปกติ” อีกคนกล่าว

Anwen กำหมัดแน่น แขนโลหะข้างซ้ายของเธอส่งเสียงครืดคราดเบาๆ ด้วยความโกรธ

“พวกแก… ทำลายทุกอย่างของฉัน!”

เธอตัดสินใจแล้ว เธอจะปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่ และหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนของเธอ และโลกใบนี้

“ถึงเวลาแล้ว… ที่จะต้องสู้” Anwen กระซิบกับตัวเอง พลังงานจากวัตถุปริศนาและแขนโลหะของเธอเริ่มสั่นสะเทือนพร้อมกัน เธอก้าวออกมาจากที่ซ่อน เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้ง ท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านที่เธอเคยรัก

--- Anwen ตื่นขึ้นมาในมิติที่บิดเบี้ยวและเผชิญหน้ากับ 'ผู้เฝ้ามอง' สิ่งมีชีวิตลึกลับที่ต้องการนำพาทุกสิ่งสู่ระเบียบสมบูรณ์แบบ การต่อสู้ทำให้เธอถูกส่งกลับมายังโรงเตี๊ยมที่กลายเป็นซากปรักหักพัง ร่างกายของเธอเปลี่ยนไป โดยแขนข้างซ้ายกลายเป็นโลหะโบราณ และเธอพบวัตถุปริศนาที่เรืองแสง ขณะเดียวกัน 'ผู้เก็บเกี่ยว' ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมคำสั่งให้ทำลายทุกสิ่ง