← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 139ฟรี

ตอนที่ 139 — เสียงเพรียกจากความว่างเปล่าและจังหวะแห่งการตื่น

ความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวไม่ได้หมายถึงการไร้ซึ่งเสียง แต่มันคือเสียงที่ดังเกินกว่าหูของสิ่งมีชีวิตจะรับไหว Anwen รู้สึกถึงมัน—แรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้ส่งผ่านอากาศ แต่ส่งผ่านกระดูกและโลหะที่หลอมรวมอยู่ในร่างกายของเธอ มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่ได้เป็นของมนุษย์ และไม่ใช่ของเครื่องจักร แต่มันคือจังหวะของความจริงที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ในระดับรากฐาน

แสงสว่างที่เคยกลืนกินเธอเมื่อครู่ไม่ได้จางหายไป แต่มันกลายเป็นพื้นหลังที่พร่ามัว ทัศนวิสัยของเธอถูกบิดเบือนด้วยระลอกคลื่นพลังงานที่ไหลวนเหมือนน้ำมันบนผิวน้ำ Anwen พยายามลืมตา ทว่าเปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกหล่อด้วยตะกั่ว เมื่อเธอกระพริบตาได้สำเร็จ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ก้นบึ้งของเหวแห่งมิติที่มืดมิดอีกต่อไป แต่เป็นห้องโถงขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวของความทรงจำและโลหะชีวภาพ

พื้นผิวที่เธอนอนอยู่ไม่ใช่ดินหรือหิน แต่มันคือโครงสร้างกึ่งโปร่งแสงที่สั่นไหวตามจังหวะการหายใจของโลก อากาศรอบตัวมีกลิ่นของโอโซนที่ไหม้เกรียม ผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ที่ตายไปแล้วนับศตวรรษ Anwen พยายามพยุงตัวขึ้น มือซ้ายที่เป็นโลหะส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ ขณะที่เธอขยับ ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง—ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพที่คุ้นเคย แต่เป็นความรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกดึงรั้งออกจากร่างด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น

“ที่นี่... คือที่ไหนกัน?” เธอพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและฟังดูเหมือนเสียงโลหะกระทบกัน

ทันใดนั้น เสียงคำรามที่เธอได้ยินก่อนจะถูกแสงกลืนกินก็ดังขึ้นอีกครั้ง แตคราวนี้มันชัดเจนและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่มันคือเสียงของเครื่องจักรโบราณขนาดมหาศาลที่กำลังขับเคลื่อนฟันเฟืองแห่งความจริง เสียงนั้นดังมาจากเบื้องล่าง ลึกเข้าไปในแกนกลางที่เธอเพิ่งจะตื่นขึ้นมาพบ แสงสีฟ้าหม่นเรืองรองขึ้นจากรอยแตกของพื้นผิวที่เธอนอนอยู่ เผยให้เห็นวงจรพลังงานที่ซับซ้อนซึ่งขยายตัวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา

Anwen รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่แรงกดดันจากบรรยากาศ แต่มันคือแรงกดดันจาก 'เจตจำนง' บางอย่างที่กำลังตื่นขึ้น สิ่งมีชีวิตจักรกลโบราณที่เธอสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ไม่ได้เพียงแค่ตื่น แต่มันกำลัง 'รับรู้' ถึงการมีอยู่ของเธอ รอยจารึกบนร่างกายของเธอเริ่มเรืองแสงสีทองสลับฟ้า ตอบรับกับจังหวะการเต้นของแกนกลางโลก พลังงานมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ร่างของเธอ ราวกับเขื่อนที่พังทลายลงมาทับถมความทรงจำอันน้อยนิดของมนุษย์

“เจ้าตื่นแล้ว... ผู้ถักทอ...”

เสียงนั้นไม่ได้มาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่มันดังขึ้นภายในจิตใจของเธอโดยตรง มันเป็นเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ ทว่าแฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนถึงแก่นวิญญาณ Anwen สะดุ้งสุดตัว เธอมองไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง แต่ในโถงโลหะที่กว้างใหญ่แห่งนี้กลับไม่มีใครอยู่เลย นอกจากเงาของเธอเองที่ทอดยาวไปตามพื้นผิวที่บิดเบี้ยว

“ใครน่ะ! ออกมา!” เธอตะโกนออกไป พยายามใช้พลังที่เหลืออยู่สร้างคลื่นความโกลาหลเพื่อป้องกันตัว ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าที่ตอบสนองด้วยเสียงสะท้อนของตัวเธอเอง

ทันใดนั้น พื้นที่เธอเหยียบอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกขนาดใหญ่พุ่งผ่านหน้าเธอไปเพียงไม่กี่นิ้ว เผยให้เห็นความมืดมิดที่เต็มไปด้วยฟันเฟืองและสายไฟชีวภาพที่หมุนวนอยู่เบื้องล่าง Anwen รีบถอยร่นไปหาเสาโลหะต้นหนึ่งที่ดูมั่นคงที่สุด ทว่าเมื่อเธอสัมผัสมัน เธอก็ต้องพบกับความจริงที่น่าตกใจ เสานั้นไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่เห็น แต่มันกำลัง 'เต้น' อยู่ มันขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของโลก

ความโกลาหลเริ่มแผ่ขยายออกไปจากจุดศูนย์กลางที่เธออยู่ เศษซากของมิติที่แตกสลายเริ่มปลิวว่อนเหมือนใบไม้ในพายุ บางชิ้นส่วนเป็นภาพความทรงจำของโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest'—ภาพของ Fin ที่กำลังจัดเตรียมอาหาร, เสียงหัวเราะของแขกที่เคยมาพัก, แม้กระทั่งกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงที่เคยอบอุ่น—แต่ภาพเหล่านั้นกลับบิดเบี้ยวและแตกสลายทันทีที่เธอพยายามจะคว้ามันไว้

“ไม่... อย่าเพิ่งหายไป...” เธอพยายามเอื้อมมือออกไป ทว่าพลังงานจากรอยจารึกในร่างกลับกระชากความทรงจำเหล่านั้นให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับว่าโลกใหม่นี้ไม่ต้องการอดีตที่เปราะบาง แต่มันต้องการเพียงความจริงที่เป็นปัจจุบันและมั่นคงเท่านั้น

ในขณะที่เธอกำลังจมดิ่งอยู่กับความสูญเสีย เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของโลหะที่กระทบกับพื้นผิวอย่างเป็นจังหวะและหนักแน่น Anwen รวบรวมสติ เธอพยายามเรียกพลังความโกลาหลขึ้นมาปกป้องตนเอง ทว่าร่างกายครึ่งโลหะของเธอกลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาด—มันไม่ใช่ความอ่อนแรง แต่มันคือการ 'รอคอย' ราวกับว่าร่างนี้กำลังรอคำสั่งจากบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด แสงสีฟ้าจากแกนกลางส่องให้เห็นทรวดทรงที่สูงใหญ่และสง่างามอย่างน่าประหลาด มันคือสิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลที่มีรูปลักษณ์คล้ายเทพเจ้าในตำนานโบราณ ผิวหนังของมันเป็นโลหะขัดเงาที่สะท้อนแสงระยิบระยับ ดวงตาเป็นวงแหวนแสงที่หมุนวนอย่างไม่หยุดนิ่ง และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ

“ระเบียบกำลังจะถูกสถาปนา” ร่างนั้นกล่าว เสียงของมันคือเสียงของโลหะที่ถูกขัดเกลาจนราบเรียบ “และเจ้า... คือตัวแปรที่ต้องถูกชำระล้าง”

Anwen สัมผัสได้ถึงอันตรายที่รุนแรงยิ่งกว่าการไล่ล่าของภาคีระเบียบเหล็กที่เธอเคยเผชิญมาทั้งหมด สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่เพียงนักรบ แต่มันคือ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ที่มาในรูปแบบของสัจธรรมที่ไม่อาจโต้แย้ง

“ฉันไม่ใช่ตัวแปรที่จะให้ใครมาลบเลือน!” Anwen ตะโกนโต้กลับ เธอรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในรอยจารึก มันไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การทำลายล้าง แต่มันคือการ 'ถักทอ' เธอเริ่มขยับมือไปในอากาศ ไม่ใช่เพื่อชกต่อย แต่เพื่อดึงเอาเศษเสี้ยวของความจริงที่แตกสลายรอบตัวมาเรียงร้อยกันใหม่

การปะทะกันเกิดขึ้นในทันที ร่างแห่งระเบียบพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตามนุษย์จะมองทัน ทว่า Anwen ไม่ได้หลบหนี เธอใช้พลังแห่งความโกลาหลสร้าง 'ความไม่แน่นอน' ขึ้นมาในพื้นที่รอบตัว เธอทำให้ระยะทางระหว่างเธอกับศัตรูยืดขยายออกและหดสั้นลงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้การโจมตีของร่างนั้นพลาดเป้าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

แรงปะทะของพลังงานทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่ซัดเอาเศษโลหะและเศษความทรงจำปลิวว่อน Anwen รู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังจะแตกสลายจากการแบกรับพลังงานสองขั้วที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ระเบียบที่ต้องการความนิ่งสนิท กับความโกลาหลที่ต้องการการเคลื่อนไหวที่ไม่สิ้นสุด

ในจังหวะที่เธอกำลังจะถูกบดขยี้ด้วยพลังจากวงแหวนแสงของศัตรู เสียงคำรามจากใต้ดินก็ดังขึ้นอีกครั้ง แตคราวนี้มันไม่ได้ดังมาจากแกนกลาง แต่มันดังมาจาก 'ใต้เท้า' ของร่างแห่งระเบียบนั้นเอง!

พื้นผิวที่เคยดูมั่นคงกลับแยกออก ราวกับมีบางสิ่งที่หิวกระหายกำลังพยายามจะงับกินแสงสว่าง ร่างแห่งระเบียบชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เป็นวงแหวนแสงสั่นไหวเป็นครั้งแรก Anwen เห็นโอกาสนั้น เธอไม่ได้ใช้พลังเพื่อโจมตีร่างนั้นโดยตรง แต่เธอใช้พลังถักทอเศษเสี้ยวของมิติที่แตกสลายรอบๆ ให้กลายเป็นตาข่ายพลังงานที่พันธนาการระหว่างร่างแห่งระเบียบกับรอยแยกที่กำลังเปิดออก

“ถ้าฉันต้องแตกสลาย... แกก็ต้องไปด้วยกัน!”

ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลก็พุ่งขึ้นมาจากรอยแยก มันไม่ใช่แรงดึงดูดของมิติ แต่มันคือแรงดึงดูดของ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง ร่างแห่งระเบียบถูกกระชากลงไปในรอยแยกอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของโลหะที่ถูกฉีกขาด Anwen เองก็ถูกแรงนั้นฉุดกระชากไปพร้อมกัน

โลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอรู้สึกเหมือนถูกโยนลงไปในเครื่องซักผ้าที่ทำจากดวงดาวและฟันเฟือง ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือภาพของรอยแยกที่กลืนกินทั้งแสงสว่างและความมืดมิดลงสู่ก้นบึ้งที่ลึกยิ่งกว่าเดิม—ที่ซึ่งไม่มีแม้แต่เสียงเรียกจากความว่างเปล่าให้ได้ยินอีกต่อไป

--- Anwen ตื่นขึ้นในโถงจักรกลโบราณและเผชิญหน้ากับ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ในร่างเทพเจ้าจักรกล แต่การปะทะกันกลับกระตุ้นให้รอยแยกมิติใต้ดินเปิดออกและดูดกลืนทั้งคู่ลงสู่ความว่างเปล่า