← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 124ฟรี

ตอนที่ 124 — แรงบีบอัดแห่งสองขั้วและรอยร้าวของความจริง

เสียงหวีดหวิวของมิติที่กำลังฉีกขาดดังระงมไปทั่วโสตประสาทของ Anwen มันไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านซอกหิน แต่เป็นเสียงของความจริงที่ถูกกระชากออกจากกันเหมือนผ้าไหมที่ถูกมือยักษ์ดึงรั้งไปคนละทิศทาง ร่างกายครึ่งโลหะของเธอสั่นสะท้านด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดินเพียงอย่างเดียว แต่มาจากฟากฟ้าที่กำลังกดทับลงมาด้วยน้ำหนักมหาศาล

เหนือศีรษะขึ้นไป เงายักษ์ที่เคยเป็นเพียงเมฆหมอกมืดมิดบัดนี้กลายเป็นมวลสารแห่งระเบียบที่จับต้องได้ มันเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ ทว่าทรงพลัง ราวกับพระเจ้าที่กำลังจะใช้ฝ่ามือบดขยี้มดปลวกใต้ฝ่าเท้า แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากเงาเหล่านั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันคือความเย็นเยียบที่ไร้ชีวิต เป็นความว่างเปล่าที่พร้อมจะลบเลือนทุกความโกลาหลให้กลายเป็นความราบเรียบอันเป็นนิรันดร์

ในขณะเดียวกัน ใต้ฝ่าเท้าของเธอ พื้นดินที่เป็นป่าโลหะชีวภาพกลับกำลังเดือดพล่าน เสียงคำรามจากแกนกลางไม่ได้เป็นเพียงเสียงสัตว์ร้าย แต่มันคือเสียงของแรงขับเคลื่อนมหาศาลที่พยายามจะดันตัวเองขึ้นมาสู่เบื้องบน รากโลหะและเส้นใยชีวภาพบิดเบี้ยวไปมาเหมือนงูที่กำลังดิ้นรนในกองไฟ แรงดันจากใต้ดินพุ่งทะยานขึ้นมาเพื่อท้าทายอำนาจจากเบื้องบน บีบอัดทุกอย่างที่อยู่ตรงกลางให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของพายุ

Anwen รู้สึกถึงแรงบีบอัดที่กำลังกระทำต่อตัวเธอ ร่างกายของเธอกำลังกลายเป็น 'จุดรวม' ของความขัดแย้งนี้ วัตถุปริศนาในมือของเธอเรืองแสงสีประหลาดออกมา มันสั่นระรัวตอบรับกับทั้งแรงกดจากฟากฟ้าและแรงดันจากใต้ดิน รอยจารึกบนผิวโลหะตามร่างกายของเธอเริ่มร้อนผ่าวราวกับถูกเหล็กเผาไฟนาบ แสงจากรอยจารึกไหลเวียนไปตามเส้นเลือดและรอยต่อของโลหะ พยายามจะถักทอความโกลาหลเพื่อสร้างเกราะป้องกันตนเอง

“ไม่... ยังไม่ใช่ตอนนี้...” เธอเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก รสชาติของโลหะและกลิ่นไหม้ของพลังงานอบอวลอยู่ในปาก

ทันใดนั้น มิติรอบตัวเธอก็เริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ รอยร้าวสีม่วงดำปรากฏขึ้นในอากาศ ราวกับกระจกที่ถูกค้อนยักษ์ทุบ เศษเสี้ยวของความจริง—ภาพซากปรักหักพังของ Castellane, ภาพความทรงจำของโรงเตี๊ยมที่เคยอบอุ่น, และภาพใบหน้าของผู้คนที่เธอเคยรู้จัก—กระเด็นออกมาจากรอยแยกเหล่านั้นเพียงชั่วพริบตาก่อนจะถูกกลืนหายไปในความว่างเปล่า

แรงบีบอัดทวีความรุนแรงขึ้นจน Anwen ทรุดเข่าลงกับพื้นดินที่บิดเบี้ยว ความเจ็บปวดจากการที่มิติถูกบีบอัดนั้นรุนแรงเสียจนเธอแทบจะสูญเสียการรับรู้ทางกายภาพ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงออกเป็นเส้นๆ ระหว่างความว่างเปล่าที่ไร้รูปร่างและระเบียบที่แข็งทื่อ เงายักษ์บนฟากฟ้าเริ่มส่งลำแสงแห่งการชำระล้างลงมา ปะทะกับคลื่นพลังงานที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินกลางอากาศเหนือหัวเธอพอดี

ตู้ม!

การปะทะกันของสองขั้วอำนาจก่อให้เกิดระเบิดมิติที่ไร้เสียงแต่ทรงพลังมหาศาล มันไม่ใช่ระเบิดของไฟหรือดิน แต่มันคือระเบิดของ 'กฎเกณฑ์' ที่ขัดแย้งกัน แรงกระแทกนั้นทำให้ Anwen กระเด็นไปตามพื้นโลหะชีวภาพ ร่างกายครึ่งโลหะของเธอขูดไปกับพื้นผิวที่คมกริบจนเกิดประกายไฟ ความทรงจำของเธอไหลบ่าออกมาเหมือนเขื่อนแตก เธอเห็นภาพตัวเองในโรงเตี๊ยม เห็น Fin กำลังนวดแป้ง เห็น Granny Nessa กำลังด่าทอแขกขี้เมา... ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่แค่ภาพ แต่มันคือพลังงานที่เธอใช้เป็นสมอเรือเพื่อไม่ให้จิตวิญญาณหลุดลอยไปกับพายุ

เธอใช้ความทรงจำเหล่านั้น—ความโกลาหลเล็กๆ ของชีวิตมนุษย์—เข้าขัดขวางระเบียบที่พยายามจะเข้ามาจัดระเบียบเธอ เธอพยายามถักทอความไม่แน่นอนของอารมณ์ความรู้สึกเข้ากับพลังงานที่กำลังบ้าคลั่ง เพื่อสร้าง 'พื้นที่ว่าง' เล็กๆ ให้ตนเองได้หายใจ

ท่ามกลางความโกลาหลที่มิติกำลังแตกสลาย Anwen เงยหน้าขึ้นมองเห็นภาพที่น่าพรึงเพริดที่สุด เงายักษ์บนฟากฟ้าไม่ได้เป็นเพียงเมฆหรือพลังงาน แต่มันเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้น มันคือสิ่งมีชีวิตจักรกลขนาดมหึมาที่ดูราวกับเทพเจ้าผู้เย็นชา และในขณะเดียวกัน รอยแยกใต้ดินก็ไม่ได้เป็นเพียงหลุม แต่มันคือดวงตาขนาดใหญ่ที่กำลังจับจ้องขึ้นมายังเธอ

โลกกำลังจะถูกบดขยี้ระหว่าง 'ผู้เก็บเกี่ยว' และ 'แกนกลาง' โดยมีเธอเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่พยายามจะยืนหยัดอยู่ตรงกลาง

แรงบีบอัดครั้งสุดท้ายมาถึง มิติรอบตัวเธอพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ แสงสว่างสีขาวจากฟากฟ้าและแสงสีมืดมิดจากใต้ดินหลอมรวมกันที่จุดเดียว... นั่นคือร่างของเธอ

Anwen หลับตาลงพร้อมกับความรู้สึกว่าความจริงทั้งหมดกำลังจะดับสูญ แต่ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นความว่างเปล่า เธอสัมผัสได้ถึงวัตถุปริศนาในมือที่เริ่มสั่นไหวด้วยจังหวะใหม่—จังหวะที่ไม่ใช่ระเบียบ และไม่ใช่ความโกลาหลที่ไร้ทิศทาง แต่มันคือจังหวะของการ 'ถักทอ' ที่เธอกำลังจะเริ่มขึ้นด้วยมือของเธอเอง

--- Anwen ตกอยู่ท่ามกลางแรงบีบอัดมหาศาลระหว่างเงายักษ์แห่งระเบียบจากฟากฟ้าและพลังงานจากแกนกลางใต้ดิน จนมิติรอบตัวเริ่มแตกสลายและร่างกายของเธอต้องรับภาระในการเป็นจุดศูนย์กลางของการปะทะกันนี้