← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 122ฟรี

ตอนที่ 122 — เสียงคำรามจากแกนกลางและวัตถุแห่งความทรงจำ

ความเงียบสงัดในป่าโลหะชีวภาพนั้นไม่ใช่ความเงียบที่แท้จริง แต่มันคือการสั่นสะเทือนในระดับที่หูมนุษย์ไม่อาจได้ยิน ทว่าสำหรับ Anwen ผู้ซึ่งบัดนี้มีโลหะไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดและรอยจารึกที่เต้นเร้าอยู่ใต้ผิวหนัง มันคือเสียงคำรามที่สั่นคลอนไปถึงจิตวิญญาณ เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่มันดังมาจาก 'ข้างล่าง' จากลึกลงไปใต้รากโลหะที่ชอนไชไปตามพื้นดินที่บิดเบี้ยว เป็นเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นราวกับฟันเฟืองขนาดยักษ์ของโลกกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

Anwen ยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังที่เพิ่งผ่านพ้นสมรภูมิแห่งแสง ร่างกายครึ่งโลหะของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกเผาด้วยไฟที่มองไม่เห็น รอยจารึกบนแขนและลำตัวไม่ได้เป็นเพียงเส้นสายสีเงินที่นิ่งสงบอีกต่อไป แต่มันกำลังเรืองแสงสีฟ้าหม่นสลับกับสีทองหม่น พลุ่งพล่านไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักหน่วง ในมือของเธอโอบอุ้มวัตถุปริศนาที่เพิ่งได้รับมาจากแสงลึกลับนั้นไว้ มันมีลักษณะคล้ายกับลูกทรงกลมที่ทำจากโลหะและแก้วที่หลอมรวมกันจนแยกไม่ออก ผิวสัมผัสของมันเย็นเยียบทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนมีชีวิต มันขยับเขยื้อนเบาๆ ในอุ้งมือ ราวกับหัวใจดวงที่สองที่กำลังพยายามปรับจังหวะให้เข้ากับร่างของเธอ

"นี่ไม่ใช่แค่แสง... มันคือบางสิ่งที่ต้องการที่พักพิง" Anwen พึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าและฟังดูแปลกไป มันมีเสียงสะท้อนของโลหะแทรกอยู่ในทุกถ้อยคำ

เสียงคำรามจากใต้ดินทวีความรุนแรงขึ้นจนพื้นดินใต้เท้าของเธอเริ่มสั่นสะเทือน เศษซากโลหะและใบไม้ชีวภาพกระเด็นขึ้นมาในอากาศ รากโลหะที่เคยขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า บัดนี้เริ่มดิ้นรนและบิดเกลียวราวกับงูที่ถูกไฟลวก Anwen พยายามทรงตัว มือที่สั่นเทาพยายามประคองวัตถุปริศนาไว้ให้มั่น เธอสัมผัสได้ว่าวัตถุชิ้นนี้กำลังตอบสนองต่อเสียงคำรามนั้น มันเริ่มสั่นสะเทือนในจังหวะเดียวกับที่พื้นดินสั่นไหว ราวกับมันคือกุญแจที่กำลังพยายามจะไขกลอนประตูที่ถูกปิดตายมานานแสนนาน

ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าก็ปริแตกออก แสงสีฟ้าจากรอยแยกนั้นรุนแรงจนทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัว Anwen ต้องหรี่ตาลงเพื่อมองผ่านพายุฝุ่นโลหะ สิ่งที่โผล่พ้นขึ้นมาจากรอยแยกไม่ใช่เพียงแค่เถาวัลย์หรือเศษซาก แต่มันคือ 'อวัยวะ' ของเครื่องจักรโบราณ มันคือแท่งโลหะทรงกระบอกขนาดมหึมาที่พุ่งทะยานขึ้นมาเหมือนหอกที่ปักลงจากฟ้า แต่มันกลับพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินแทน มันมีจังหวะการขยับที่ดูเหมือนการหายใจ—เข้าและออก—ส่งแรงกดดันมหาศาลออกมาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว

ในขณะที่เธอกำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ความรู้สึกถูกจ้องมองก็จู่โจมเธออีกครั้ง มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่ได้รับจากเงายักษ์บนฟากฟ้า หรือความมืดมิดจากความว่างเปล่า แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและคำถามจากใต้ผืนดินนี้เอง

"เจ้า... ผู้ถักทอ..." เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเธอ ไม่ใช่เสียงที่ผ่านหู แต่มันคือการสั่นสะเทือนของมโนสำนึกที่รุนแรงจน Anwen ต้องทรุดเข่าลงกับพื้น "เจ้ามาเพื่อขโมยจังหวะ หรือมาเพื่อทำลายวงจร?"

Anwen กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากรอยจารึกไปทั่วร่าง เธอพยายามรวบรวมสติที่กำลังกระจัดกระจาย "ฉันไม่ได้มาเพื่อทำลาย... ฉันมาเพื่อหาจุดที่ความจริงจะไม่แตกสลาย!"

เธอตะโกนออกไปท่ามกลางเสียงคำรามที่ดังสนั่น วัตถุในมือของเธอเริ่มเรืองแสงเจิดจ้าจนกลายเป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ในซากปรักหักพัง แสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่มันกลับแผ่ซ่านความรู้สึกของ 'ความทรงจำ' ออกมา—ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นขนมปังอบใหม่ในโรงเตี๊ยม, กลิ่นไวน์รสเลิศ, เสียงหัวเราะของแขกผู้มาเยือน และความอบอุ่นของเตาผิง—ความทรงจำที่ขัดแย้งกับโลกโลหะที่เย็นชานี้อย่างสิ้นเชิง

แรงปะทะระหว่างความทรงจำที่แสนอ่อนโยนกับความโกรธเกรี้ยวของเครื่องจักรใต้ดินทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่มองเห็นได้เป็นวงคลื่นสีทองและสีฟ้า แสงทั้งสองชนิดปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่นคล้ายโลหะกระทบกันครั้งใหญ่ ร่างของ Anwen ถูกแรงอัดกระเด็นไปชนกับซากเสาโลหะจนเธอมองเห็นแสงดาววูบวาบในดวงตา

ท่ามกลางความสับสนนั้น เธอเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในรอยแยกที่เปิดกว้าง มันไม่ใช่หน่วยล่าสังหารจากภาคีระเบียบเหล็ก และไม่ใช่เงาจากความว่างเปล่า แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนจะเป็น 'ผู้พิทักษ์' ของแกนกลาง—ร่างกึ่งชีวภาพที่มีโครงสร้างเป็นทองเหลืองและเนื้อเยื่อสีแดงฉาน มันกำลังคลานขึ้นมาจากรอยแยกด้วยความเร็วที่น่ากลัว ดวงตาของมันเป็นเพียงแสงสีขาวโพลนที่ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่มันกลับแผ่รังสีแห่งการตัดสินที่รุนแรง

Anwen พยายามพยุงตัวขึ้น มือที่สวมเกราะโลหะพยายามคว้าวัตถุปริศนาที่กลิ้งไปบนพื้น เธอรู้ดีว่าหากสิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของสิ่งมีชีวิตตรงหน้า หรือหากเธอสูญเสียมันไป ความสมดุลที่เธอพยายามสร้างมาตลอดจะพังทลายลงทันที

"แกนกลาง... กำลังจะเปิดออก..." Anwen พึมพำขณะที่ดวงตาจับจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตที่กำลังคืบคลานเข้ามา

เสียงคำรามใต้ดินเปลี่ยนโทนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นเสียงครวญครางที่ยาวนานและโหยหวน ราวกับว่าโลกใบนี้กำลังจะถูกผ่าออกเป็นสองส่วน และสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น... สิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นมาจริงๆ... ไม่ใช่แค่เครื่องจักรหรือเทพเจ้า แต่มันคือความโกลาหลที่แท้จริงซึ่งกำลังจะกลืนกินทั้งระเบียบและความทรงจำไปพร้อมๆ กัน

Anwen รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวออกไปหาวัตถุปริศนาที่กำลังจะถูกแสงสีขาวจากดวงตาของอสุรกายโลหะกลืนกิน ท่ามกลางเสียงคำรามที่ดังจนโลกทั้งใบดูเหมือนจะแตกสลายลงตรงหน้าเธอ

--- Anwen เผชิญหน้ากับเสียงคำรามจากใต้ดินและสิ่งมีชีวิตพิทักษ์แกนกลางที่พุ่งขึ้นมาจากรอยแยก ในขณะที่เธอต้องพยายามปกป้องวัตถุปริศนาที่กำลังตอบสนองต่อการตื่นขึ้นของโลกใหม่