ตอนที่ 10 — เมื่อรากฐานสั่นคลอนภายใต้เสียงคำราม
เสียงไม้หน้าต่างที่สั่นสะเทือนตามแรงลมพายุไม่ได้เป็นเพียงเสียงเตือนของธรรมชาติอีกต่อไป แต่มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วของโรงเตี๊ยม The Pilgrims' Rest ในนาทีที่ความโกลาหลมาถึงประตูหน้า Anwen ยืนอยู่ตรงกลางห้องโถง กลิ่นอายของฝนที่หอบเอาความเย็นเยียบเข้ามาผสมกับกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเหล้าหมัก และกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหายไปจากชายเสื้อของพ่อค้าวัว สายตาของเธอกวาดมองผ่านควันไฟจากเตาผิงที่กำลังมอดไหม้ เพื่อประเมินศัตรูที่กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา
'ถอยไปข้างหลังซะ Fin! นำ Granny Nessa ไปที่ห้องเก็บเสบียงใต้ดิน เดี๋ยวนี้!' Anwen ตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งกว่าที่เธอเคยใช้มาตลอดหลายสิบปี เด็กหนุ่มทำหน้าตื่นตระหนกแต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Granny Nessa สบถคำรามเบาๆ เกี่ยวกับความซวยของคืนนี้ ก่อนจะลากตัวเด็กหนุ่มหายเข้าไปในความมืดของทางเดินหลังครัว
เสียงกระแทกหนักๆ ที่ประตูหลักดังขึ้นสามครั้ง—ไม่ใช่การเคาะ แต่เป็นการกระแทกด้วยโล่และไหล่ของทหารหนัก เสียงไม้โอ๊กหนาเตอะส่งเสียงประท้วงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะปริแตก Anwen กระชับด้ามมีดสั้นที่เธอหยิบมาจากใต้เคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน มือของเธอเย็นเฉียบแต่หัวใจกลับร้อนรุ่มด้วยความโกรธที่ถูกล่วงเกินในบ้านของตนเอง
'เปิดประตู! ในนามของราชสำนัก Castellane!' เสียงตะโกนดังก้องมาจากภายนอก มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและการข่มขู่
ทันใดนั้น พื้นไม้ใต้เท้าของเธอก็สั่นสะเทือน ไม่ใช่จากการกระแทกประตู แต่เป็นแรงสั่นจากเบื้องล่าง—จากช่องลับที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อครู่ สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ดินกำลังขยับเขยื้อน ราวกับมีบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่โตและทรงพลังกำลังพยายามจะดันตัวขึ้นมาผ่านชั้นดินและรอยแตกของฐานราก เสียงครืดคราดที่ฟังดูเหมือนเสียงหินบดกันดังแทรกผ่านเสียงพายุและเสียงตะโกนของทหาร
'บิดาช่วยด้วย... นั่นมันเสียงอะไร?' หญิงสาวปริศนาที่ไร้สัมภาระพึมพำ เธอทรุดตัวลงข้างโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยคราบไวน์ ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังพื้นดินที่เริ่มมีฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาตามรอยแยก
'เงียบซะ!' Anwen สวนกลับ เธอไม่ได้สนใจความกลัวของหญิงสาว แต่เธอกำลังพยายามเชื่อมโยงความจริงที่ขัดแย้งกัน—ทหารที่กำลังจะพังประตูเข้ามา, กลุ่มนักล่าที่เคยบุกรุก, และสิ่งลึกลับที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา
ปัง! ประตูหลักถูกกระแทกจนบานพับหลุดออกหนึ่งข้าง ทหารในชุดเกราะหนักสีเงินหม่นสามนายก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกับแสงจากคบเพลิงที่สาดส่องให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมและดวงตาที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่มาเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ แสงไฟสะท้อนกับดาบยาวที่เหน็บข้างเอว
'Mistress Anwen ใช่ไหม?' นายทหารที่นำหน้าก้าวออกมา เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้ม 'เราได้รับรายงานเรื่องการก่อความไม่สงบและการซ่อนตัวของนักโทษในที่พักแห่งนี้ จงส่งตัวหญิงสาวและชายที่บาดเจ็บมาให้เรา แล้วเราจะละเว้นความผิดฐานขัดขวางเจ้าหน้าที่'
'ที่นี่คือโรงเตี๊ยมสำหรับผู้แสวงบุญ' Anwen ตอบโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคมดาบ 'กฎของฉันคือการต้อนรับทุกคนอย่างเท่าเทียม และไม่มีใครถูกส่งตัวให้ใครโดยไม่มีหมายจับที่ลงนามโดยขุนนางท้องถิ่น... ซึ่งฉันยังไม่เห็นเลยสักแผ่น'
'อย่ามาเล่นลิ้น!' ทหารนายหนึ่งขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้ด้ามดาบกระแทกโต๊ะไม้จนถ้วยชามกระเด็น 'เราไม่ได้มาเพื่อเจรจา'
ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างเจ้าของโรงเตี๊ยมและกองทหารกำลังพุ่งถึงขีดสุด แรงสั่นสะเทือนจากใต้ดินก็ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่การสั่น แต่มันคือการระเบิดของพื้นไม้! รอยแตกขนาดใหญ่ฉีกกระชากแผ่นไม้โอ๊กตรงกลางห้องโถงออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นดินและเศษไม้กระเด็นไปทั่วห้อง ทหารที่กำลังคุกคาม Anwen ต้องกระโดดถอยหลังเพื่อหลบเศษไม้ที่พุ่งมา
ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นที่ตลบอบอวล สิ่งที่โผล่พ้นขึ้นมาจากรอยแยกนั้นไม่ใช่สมบัติหรือเอกสารลับของขุนนาง แต่มันคือบางสิ่งที่ดูเหมือน 'กลไก' ขนาดมหึมาที่ทำจากทองเหลืองและฟันเฟืองที่สนิมเขรอะ มันดูเหมือนส่วนหนึ่งของเครื่องจักรโบราณที่ถูกฝังไว้ใต้ดินมานานนับศตวรรษ และมันกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับหัวใจของอสูรกายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
'นั่นมัน... อะไรกัน?' นายทหารหน้าแผลเป็นอุทาน เสียงของเขาขาดช่วงด้วยความตกใจ
Anwen ยืนนิ่ง สายตาจ้องมองไปยังเครื่องจักรที่กำลังหมุนนั้น ความจริงที่ว่าโรงเตี๊ยมของเธอไม่ได้ตั้งอยู่บนผืนดินธรรมดา แต่ตั้งอยู่บนสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่โลก Alcoron อาจลืมเลือนไปแล้ว เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงกระดูก ความโกลาหลที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และมันไม่ได้มีแค่เรื่องของภาษีหรือนักโทษ แต่มันคือเรื่องของประวัติศาสตร์ที่กำลังจะกลับมาทวงคืนพื้นที่
ทหารเริ่มชักดาบออกมา ไม่ใช่เพื่อจับกุมแขก แต่เพื่อเตรียมสู้กับสิ่งที่อยู่ใต้ดิน ขณะเดียวกัน หญิงสาวปริศนาก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไป สายตาของเธอไม่ได้ดูหวาดกลัวอีกต่อไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและรู้เท่าทัน เธอเดินตรงไปยังรอยแยกนั้นโดยไม่สนคมดาบของทหาร
'มันเริ่มแล้ว...' หญิงสาวพึมพำ เสียงของเธอเบาหวิวแต่กลับชัดเจนในความเงียบที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
Anwen รู้ดีว่าในวินาทีถัดไป โรงเตี๊ยมที่เคยเป็นที่พักพิงอันสงบสุขจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เธอต้องเลือกระหว่างการวิ่งหนีไปกับความมืด หรือจะยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเศษซากเพื่อดูว่าความจริงที่สั่นคลอนโลกใบนี้คืออะไร
--- ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่าง Anwen และกองทหารราชสำนักที่บุกเข้ามา แรงสั่นสะเทือนลึกลับจากใต้ดินได้ฉีกกระชากพื้นโรงเตี๊ยม เผยให้เห็นเครื่องจักรโบราณที่กำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง เปลี่ยนความขัดแย้งทางการเมืองให้กลายเป็นความลับที่สั่นคลอนโลก