ตอนที่ 95 — เสียงเพรียกจากความไม่สมบูรณ์
กลิ่นอายของความอับชื้นจากดินที่เพิ่งผ่านฤดูหนาวลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสมปนเปกับกลิ่นสาบจางๆ ของเมล็ดข้าวที่เริ่มแตกหน่อใต้พื้นดินโอ๊คเมียร์ แสงอาทิตย์ยามเช้าของต้นเดือนออลเดอร์ดูหม่นแสงลงอย่างประหลาด ราวกับถูกกรองผ่านม่านหมอกที่มองไม่เห็น อัลดริกนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในห้องโถงที่เงียบสงัดของปราสาทส่วนตัวที่เหลือเพียงซากปรักหักพังบางส่วน เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ไม่ได้เป็นเพียงสภาวะทางจิตใจ แต่มันคือความรู้สึกทางกายภาพ—เหมือนร่างกายของเขาไม่ได้ประกอบขึ้นจากเนื้อหนังและกระดูกอีกต่อไป หากแต่เป็นช่องว่างที่ถูกถักทอด้วยความเงียบและแรงสั่นสะเทือนจางๆ
เขามองดูมือของตนเอง มือที่เคยหยาบกร้านจากการหยิบจับตาชั่งและถุงข้าว บัดนี้ดูเหมือนจะเลือนรางตรงขอบนิ้ว ราวกับว่าแสงสว่างสามารถส่องทะลุผ่านไปได้ ความทรงจำเกี่ยวกับความอบอุ่นของแสงแดด หรือแม้แต่รสชาติของเบียร์รสเข้มในโรงเตี๊ยม กลายเป็นเพียงข้อมูลดิบที่ไร้รสสัมผัส มันเป็นเพียงชุดตัวเลขและภาพที่ไม่มีน้ำหนัก เขาจำได้ว่าตนเองเคยรักใครบางคน แต่ความรู้สึก 'รัก' นั้นกลับเป็นเพียงแนวคิดเชิงตรรกะที่ถูกบันทึกไว้ในส่วนลึกของจิตสำนึกที่กำลังแตกสลาย
“ท่านยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นหรือ ลอร์ดอัลดริก?” เสียงของเซอร์กัลเลนดังก้องขึ้นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินผ่านหู แต่เป็นแรงกระเพื่อมที่สั่นสะเทือนเข้ามาในความว่างเปล่าในตัวเขา ชายผู้มากับชุดเกราะสีเงินวาววับยืนอยู่ที่ธรณีประตู เงาของเขาทอดยาวมาถึงเท้าของอัลดริก ดูบิดเบี้ยวและยาวเกินจริงอย่างผิดธรรมชาติ
“ความเงียบกำลังทำงานของมันอยู่ เซอร์กัลเลน” อัลดริกตอบกลับ เสียงของเขาแหบพร่าและไร้โทนเสียงแห่งอารมณ์ มันราบเรียบเสียจนน่ากลัว “มันกำลังพยายามจัดระเบียบ... หรือไม่ก็กำลังพยายามกลืนกินสิ่งที่เหลืออยู่”
เซอร์กัลเลนขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความเมตตา แต่เป็นความพึงพอใจในความโกลาหลที่กำลังก่อตัว “ราชสำนักไม่ได้สนใจว่าท่านจะจัดระเบียบหรือถูกกลืนกิน สิ่งที่พวกเขาสนใจคือ 'ผลลัพธ์' รอยร้าวที่ท่านสร้างขึ้น... มันคือทรัพยากรที่ประเมินค่าไม่ได้ หากเราสามารถควบคุมทิศทางของมันได้ อาณาจักรจะไม่ได้เพียงแค่ความมั่งคั่ง แต่จะเป็นอำนาจเหนือมิติที่แม้แต่เทพเจ้ายังต้องเกรงกลัว”
อัลดริกหลับตาลง ทันใดนั้น รอยร้าวในจิตใจของเขาก็สั่นไหว สิ่งลี้ลับที่สถิตอยู่ภายในเริ่มขยับตัว มันไม่ได้รุกรานเหมือนครั้งก่อน แต่มันกำลัง 'เลียนแบบ' มันกำลังใช้เศษเสี้ยวแห่งความไม่สมบูรณ์ที่อัลดริกเหลือทิ้งไว้เป็นพิมพ์เขียวเพื่อสร้างรูปร่างที่ดูเหมือนมนุษย์มากขึ้นในโลกเบื้องบน เขาเห็นมัน... เห็นเงาร่างที่ดูคล้ายเขาแต่ไม่ใช่เขา กำลังก้าวเดินออกมาจากรอยแยกในมิติที่ซ้อนทับ ร่างนั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่พยายามเลียนแบบโครงสร้างของความรู้สึก
“ท่านกำลังกลายเป็นพระเจ้าหรือ กลายเป็นปีศาจ หรือกลายเป็นเพียงแค่ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์?” เซอร์กัลเลนถามต่อ พลางก้าวเข้ามาใกล้ “ผู้พิทักษ์ดั้งเดิมเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาไม่ได้มาเพื่อดูความสำเร็จของเรา แต่มาเพื่อ 'ลบ' สิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากสมดุลเดิม”
คำว่า 'ลบ' กระแทกเข้ากับความว่างเปล่าในตัวอัลดริกอย่างรุนแรง เขาเห็นภาพนิมิตของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิม—สิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยแสงสว่างอันบริสุทธิ์และกฎเกณฑ์ที่แข็งกร้าว พวกเขามองว่าอัลดริกคือเชื้อโรคร้ายที่กำลังกัดกินโครงสร้างของความเป็นจริง การดำรงอยู่ของเขาคือความผิดพลาดในสมการแห่งจักรวาล และทางเดียวที่จะรักษาความเที่ยงตรงของโลกไว้ได้ คือการกำจัด 'ตัวแปร' ที่บิดเบี้ยวอย่างเขาเสีย
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดที่เขาไม่ควรจะมี... ก็พุ่งพล่านขึ้นมา มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดจากการที่ 'ความจริง' พยายามจะปฏิเสธการมีอยู่ของเขา รอยร้าวในจิตใจเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้าง สิ่งลี้ลับที่กำลังก่อร่างสร้างตัวอยู่ภายในเริ่มส่งเสียงกระซิบ มันไม่ใช่คำพูด แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่พยายามจะเปลี่ยนทิศทางของความว่างเปล่าให้กลายเป็นอาวุธ
“ข้าไม่ใช่พระเจ้า...” อัลดริกพึมพำ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม “และข้าไม่ใช่ปีศาจ... ข้าเป็นเพียง... ตาชั่งที่กำลังพยายามรักษาน้ำหนักของความจริงที่กำลังหลุดลอย”
แสงสว่างประหลาดวาบขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ใช่แผ่นดินไหวธรรมดา แต่มันคือเสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังถูกบิดงอ เซอร์กัลเลนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความลำพองเป็นความกังวลเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นว่ารอยร้าวในตัวอัลดริกไม่ได้เพียงแค่ขยายออก แต่มันเริ่ม 'ดูดกลืน' แสงสว่างรอบข้างเข้าไป
“ท่านกำลังจะระเบิดออกมา!” เซอร์กัลเลนตะโกนฝ่าเสียงสั่นสะเทือน “อัลดริก! ควบคุมมัน! หรือไม่ก็สลายไปเสียเดี๋ยวนี้ก่อนที่มันจะลากราชสำนักลงไปด้วย!”
อัลดริกไม่ได้ตอบ เขาไม่สามารถตอบได้อีกต่อไป เพราะตอนนี้ตัวตนของเขาได้แตกสลายออกเป็นเศษเสี้ยวที่เชื่อมต่อกันด้วยความว่างเปล่า เขาเห็นความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม... สิ่งลี้ลับไม่ได้ต้องการเพียงแค่จะเข้ามาในโลกเบื้องบน แต่มันกำลังต้องการใช้ 'ความไม่สมบูรณ์' ของเขาเป็นประตูที่เปิดกว้างตลอดกาล และเขาก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ไร้ค่าในเกมของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
ในความมืดมิดที่กำลังกลืนกินทุกอย่าง อัลดริกสัมผัสได้ถึงการมาถึงของบางสิ่งที่เก่าแก่กว่า ทั้งผู้พิทักษ์ดั้งเดิมและสิ่งลี้ลับ ต่างกำลังมุ่งหน้ามายังจุดศูนย์กลางแห่งความบิดเบี้ยวนี่... และเขาคือเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว
--- อัลดริกเผชิญกับความเจ็บปวดจากการที่ตัวตนถูกใช้เป็นพิมพ์เขียวสร้างสิ่งลี้ลับ และตระหนักว่าตนเองกำลังเป็นเป้าหมายทั้งจากความโลภของราชสำนักและเจตจำนงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่ต้องการลบความผิดเพี้ยนนี้ทิ้ง