← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 93ฟรี

ตอนที่ 93 — รอยจารึกแห่งความว่างเปล่า

ความเงียบในมิติที่ไร้แสงไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงอื้ออึงของความว่างเปล่าที่พยายามจะตะโกนออกมา อัลดริก—หรือสิ่งที่เคยเป็นอัลดริก—รู้สึกถึงมันในรูปแบบของแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับร่างกาย แต่เกิดขึ้นกับโครงสร้างของจิตวิญญาณที่แหว่งวิ่น รอยร้าวที่เขาพยายามใช้เป็นกรงขังบัดนี้กลายเป็นพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบเกินไป สิ่งลี้ลับเหล่านั้นไม่ได้เพียงแค่แทรกซึม แต่มันกำลัง 'ออกแบบ' ตัวตนใหม่ลงบนช่องว่างที่เขาเหลือทิ้งไว้ มันใช้ความล้มเหลวของเขาเป็นรากฐาน ใช้ความสูญเสียความทรงจำของเขาเป็นพื้นที่ว่าง และใช้ความเจ็บปวดที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดเป็นลวดลายประดับ

เขารู้สึกถึงการมีอยู่ของ 'พวกเขา' อีกครั้ง—เหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่เฝ้ามองจากพ้นขอบเขตของความเป็นจริง สายตาที่ไร้รูปร่างเหล่านั้นไม่ได้มองมาด้วยความเมตตา แต่มองมาด้วยความฉงนและรังเกียจ ราวกับกำลังจ้องมองรอยเปื้อนที่เกิดขึ้นบนผ้าปูโต๊ะที่สะอาดสะอ้าน ในขณะเดียวกัน แรงกดดันจากโลกเบื้องบนก็ถาโถมเข้าใส่เขาเหมือนคลื่นยักษ์ที่มองไม่เห็น ความโลภของราชสำนักที่พยายามจะสูบเอาพลังงานจากรอยร้าวนี้ไปใช้ประโยชน์ กลายเป็นแรงดึงดูดที่ดึงเอาความบิดเบี้ยวให้ไหลย้อนกลับเข้าสู่ตัวเขาอย่างรุนแรง

'เจ้ากำลังกลายเป็นสิ่งที่เจ้าเคยกลัวที่สุด อัลดริก' เสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากหู แต่ดังมาจากส่วนลึกของสุญญากาศในอกของเขา 'เจ้าไม่ได้กักขังมันไว้ แต่เจ้ากำลังสร้างมันขึ้นมาใหม่ในรูปแบบที่สมบูรณ์กว่าเดิม'

อัลดริกพยายามยึดเหนี่ยวเศษเสี้ยวสุดท้ายของความเป็นมนุษย์—ความรู้สึกถึงกลิ่นดินชื้นแฉะในโอ๊คเมียร์ ความรู้สึกถึงสัมผัสหยาบกร้านของถุงข้าว และรสชาติขมปร่าของกาแฟยามเช้า—แต่ความทรงจำเหล่านั้นถูกบิดเบือนไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นดินกลายเป็นกลิ่นของซากศพที่เน่าเปื่อยในมิติอื่น รสชาติกาแฟกลายเป็นรสโลหะของเลือดที่ไหลวนในลำคอ ความพยายามที่จะรักษาความเที่ยงตรงของตนเองกลายเป็นเรื่องตลกที่ร้ายกาจที่สุด เพราะในโลกที่มิติซ้อนทับกันเช่นนี้ 'ความเที่ยงตรง' ไม่มีอีกต่อไป มีเพียง 'ความสอดคล้อง' เท่านั้นที่จะประคองความจริงไว้ได้

เขามองเห็นภาพของโอ๊คเมียร์ผ่านรอยร้าว... เมืองที่เขาเคยรัก บัดนี้ดูเหมือนภาพวาดที่ถูกน้ำสาดจนสีละลาย บ้านเรือนบิดเบี้ยวไปตามจังหวะการเต้นของกลไกโบราณที่ยังคงส่งเสียงคำรามแผ่วเบาอยู่ใต้ดิน ชาวเมืองที่เขาเคยปกป้องกำลังวิ่งหนีความผิดปกติที่เขาเป็นคนก่อขึ้น—หรืออย่างน้อย เขาก็คือต้นเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้น เขาคือสะพานที่พังทลายลงมาทับเมืองที่เขารัก

จู่ๆ รอยร้าวในจิตใจก็ขยายตัวออกเป็นวงกว้าง สิ่งลี้ลับไม่ได้รุกรานด้วยความรุนแรง แต่มันรุกรานด้วยการ 'แทนที่' อัลดริกสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนึกคิดที่ไม่ใช่ของตนเองไหลบ่าเข้ามา มันเป็นชุดคำสั่งที่เป็นเหตุเป็นผลอย่างประหลาด มันพยายามจะสร้างตรรกะใหม่ขึ้นมาบนซากปรักหักพังของอารมณ์เขา 'ถ้าความจริงคือความบิดเบี้ยว และความบิดเบี้ยวคือความเป็นจริงใหม่... แล้วความเที่ยงตรงคืออะไร?' คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาเหมือนเข็มนาฬิกาที่หักพัง

เขารู้ดีว่าหากเขาไม่ทำอะไรบางอย่าง พิมพ์เขียวแห่งความวิปริตนี้จะเสร็จสมบูรณ์ และเมื่อนั้น สิ่งที่จะถือกำเนิดขึ้นจากตัวเขาจะไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ประหลาด แต่มันจะเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ที่เกิดจากความบกพร่องของมนุษย์คนหนึ่ง เป็นสิ่งที่จะมาลบล้างกฎเกณฑ์ทุกอย่างที่เคยมีมาในอาณาจักร Castellane

ทันใดนั้น แสงสว่างวูบหนึ่งก็วาบขึ้นในทัศนวิสัยที่พร่าเลือน มันไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์ แต่เป็นแสงแห่งเจตจำนงที่แหลมคม มันคือการมาถึงของ 'ผู้พิทักษ์ดั้งเดิม' ที่เริ่มขยับขยายอิทธิพลเข้ามาในพื้นที่รอยต่อ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อ 'ลบ' ทุกอย่างที่ผิดเพี้ยนไปจากสมดุลเดิม รวมถึงตัวอัลดริกเองด้วย

'เจ้าคือรอยตำหนิ' เสียงหนึ่งดังกังวานเหมือนโลหะกระทบกัน 'และรอยตำหนิต้องถูกลบออก เพื่อให้ความสมบูรณ์แบบกลับคืนมา'

อัลดริกพยายามจะตะโกนปฏิเสธ แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกจากลำคอที่กลายเป็นเพียงความว่างเปล่า เขาต้องตัดสินใจ... เขาจะยอมให้ตัวเองถูกลบหายไปเพื่อรักษาความสมดุลเดิมที่เขาไม่เคยเข้าใจ หรือเขาจะยอมให้ความวิปริตนี้เบ่งบานเพื่อสร้างโลกที่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ มาจองจำอีกต่อไป? ท่ามกลางความสับสนนั้น เขาเห็นเงาร่างของเซอร์กัลเลนที่กำลังพยายามใช้เครื่องมือบางอย่างเชื่อมต่อกับรอยแยกจากอีกด้านหนึ่ง—ราชสำนักกำลังจะข้ามพ้นเส้นแบ่งมาสู่ความบ้าคลั่งนี้แล้ว

--- อัลดริกเผชิญกับสภาวะที่ตัวตนของเขาถูกใช้เป็นพิมพ์เขียวในการสร้างตัวตนใหม่ของสิ่งลี้ลับ ท่ามกลางการกดดันจากทั้งความโลภของราชสำนักและเจตจำนงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่ต้องการลบล้างเขาเพื่อรักษาความสมดุลเดิม