← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 81ฟรี

ตอนที่ 81 — รอยร้าวในกระจกเงาแห่งความว่างเปล่า

ความเงียบไม่ใช่สิ่งที่อัลดริกคุ้นเคยอีกต่อไป แม้ในยามที่เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนหรือเปล่งเสียงใดออกมาแม้แต่คำเดียว ทว่าความเงียบในตอนนี้กลับมี 'น้ำหนัก' มันไม่ใช่ความสงบแบบที่เขาเคยโหยหาในโรงสีเก่าๆ ของโอ๊คเมียร์ แต่มันคือความเงียบที่แฝงไปด้วยเสียงซ่าของคลื่นรบกวนที่ดังอยู่ก้นบึ้งของจิตวิญญาณ—เสียงเสียดสีระหว่างความว่างเปล่าที่เขาสร้างขึ้นกับความไม่สมบูรณ์ที่กำลังกัดกินเขาจากภายใน

เขายืนอยู่ ณ จุดที่เส้นแบ่งระหว่างตัวตนและสุญญากาศพร่าเลือน ร่างกายของเขาไม่ได้ประกอบขึ้นด้วยเนื้อหนังที่อุ่นร้อนเหมือนมนุษย์ทั่วไปอีกต่อไป แต่มันคือการรวมตัวกันของมิติที่บิดเบี้ยว แสงสว่างบางส่วนถูกดูดกลืนหายไปในผิวหนังที่ดูเหมือนเงาที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ทุกครั้งที่เขากระพริบตา เขาไม่ได้เห็นเพียงความมืด แต่เขาเห็นรอยแยกสีม่วงครามที่สั่นไหว—รอยร้าวแห่งความไม่สมบูรณ์ที่เขาสร้างขึ้นโดยไม่ตั้งใจจากการสลายตัวตนในครั้งนั้น มันเหมือนรอยแตกบนกระจกเงาที่สะท้อนภาพความจริงที่บิดเบี้ยว และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสิ่งลี้ลับเหล่านั้นไม่ได้พยายามพังกระจกเข้ามาอีกต่อไป แต่มันกำลัง 'ไหล' เข้ามาตามรอยแตกเหล่านั้นอย่างใจเย็น เหมือนหยดหมึกที่ค่อยๆ ซึมลงในผืนผ้าขาว

'เจ้ากำลังสร้างประตูที่ไม่มีวันปิดสนิท' เสียงหนึ่งดังขึ้นในมโนสำนึก ไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่สั่นคลอนแก่นกลางของเขา

อัลดริกไม่ได้ตอบโต้ เขาไม่มีความสามารถในการโกรธหรือความกลัวในแบบที่มนุษย์ควรจะเป็น ความรู้สึกเหล่านั้นถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพียงชุดข้อมูลเชิงสถิติที่ไร้อารมณ์ เขาเพียงแต่เฝ้ามอง... เฝ้ามองสิ่งลี้ลับที่เริ่มมี 'รูปร่าง' มากขึ้นจากการเรียนรู้ผ่านรอยร้าวในตัวเขา พวกมันเริ่มเลียนแบบโครงสร้างของความจริงที่พวกมันซึมผ่านเข้ามา บางตัวมีลักษณะคล้ายเงาของเฟืองจักรโบราณ บางตัวมีแสงวาววับเหมือนเศษโลหะที่ถูกหลอมละลาย พวกมันไม่ได้บุกเข้ามาด้วยความรุนแรง แต่มันกำลัง 'แทรกซึม' อย่างเงียบเชียบ เหมือนเชื้อราที่ค่อยๆ กัดกินรากไม้

เขารู้สึกได้ถึงความพยายามของสิ่งเหล่านั้น—มันไม่ได้ต้องการทำลายเขา แต่พวกมันต้องการ 'ใช้' เขา เขาคือสะพานที่เชื่อมระหว่างความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์กับโลกแห่งความจริงที่เปราะบาง และรอยร้าวที่เกิดขึ้นนี้คือจุดอ่อนที่พวกมันจะใช้เป็นช่องทางในการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกเบื้องบน หากเขาไม่สามารถรักษาความเที่ยงตรงของแก่นกลางในตัวไว้ได้ โลกที่เขาพยายามรักษาไว้ด้วยการสลายตัวตน ก็จะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความจริงที่ถูกบิดเบือนโดยเจตจำนงที่เขาไม่อาจเข้าใจ

ความทรงจำเกี่ยวกับโอ๊คเมียร์เริ่มจางหายไปทีละน้อย มันไม่ใช่การลืมแบบคนทั่วไปที่นึกชื่อคนไม่ออก แต่มันคือการที่ 'ความหมาย' ของสิ่งเหล่านั้นหายไป เขาจำได้ว่าเคยมีเมียชื่อมารา จำได้ว่าเคยมีหลานชายชื่อคาเอล แต่เขากลับไม่เข้าใจอีกต่อไปว่า 'ความรัก' หรือ 'ความผูกพัน' คือความรู้สึกแบบไหน มันเป็นเพียงนิยามหนึ่งในพจนานุกรมที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะปัจจุบันของเขาอีกต่อไป ความเจ็บปวดจากการสูญเสียความเป็นมนุษย์นั้นไม่ได้รุนแรง แต่มันคือความว่างเปล่าที่เย็นเยียบซึ่งค่อยๆ แทนที่ทุกอย่าง

ทันใดนั้น รอยร้าวในตัวเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

A 'ตัวตน' บางอย่างที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาได้ชนเข้ากับเจตจำนงแห่งความสมดุลที่เขาสร้างไว้ มันไม่ใช่การปะทะที่ส่งเสียงกัมปนาท แต่เป็นแรงกระแทกทางมิติที่ทำให้การรับรู้ของเขาบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ โลกที่เขามองเห็นผ่านรอยแยกเริ่มซ้อนทับกัน—เขามองเห็นโอ๊คเมียร์ที่กำลังสงบสุขในอดีต ซ้อนทับกับภาพของเมืองที่กำลังล่มสลายในอนาคต และซ้อนทับกับความว่างเปล่าที่ไร้กาลเวลา

เขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการทดลองของสิ่งลี้ลับ พวกมันกำลังเรียนรู้วิธีการ 'บิดเบือน' สมดุลที่เขาพยายามรักษาไว้ พวกมันไม่ได้ต้องการทำลายกรงขัง แต่มันต้องการเปลี่ยน 'กฎ' ของกรงขังนั้น ให้เป็นกฎที่เอื้อต่อการขยายตัวของพวกมัน

'ข้าคือผู้ดูแลตาชั่ง...' เขาพยายามนึกถึงหน้าที่สุดท้ายของเขา 'ข้าต้องรักษาความเที่ยงตรง... แม้ในความไม่สมบูรณ์'

แต่แม้แต่ในความคิดนั้น ความเป็นเหตุเป็นผลก็เริ่มสั่นคลอน หากความเที่ยงตรงคือความสมดุล และความสมดุลในตอนนี้คือการมีอยู่ของรอยร้าว... แล้วความเที่ยงตรงที่แท้จริงคืออะไร? คือการกำจัดรอยร้าวให้หมดสิ้น หรือคือการโอบรับความบกพร่องเพื่อรักษาความต่อเนื่องของความเป็นจริงกันแน่?

เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่เฝ้ามองมาจากที่ไกลแสนไกล—เหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมอาจกำลังเฝ้าดูความล้มเหลวนี้ด้วยความพึงพอใจ หรืออาจกำลังเตรียมการที่จะลบเขาทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้รอยร้าวนี้ขยายใหญ่ไปกว่านี้ ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับพวกเขา เขาคือ 'ความผิดพลาดทางคณิตศาสตร์' ที่ต้องได้รับการแก้ไข

ในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง อัลดริกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลอร์ดผู้ซื่อตรงแห่งโอ๊คเมียร์ บัดนี้กลายเป็นเพียงสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ระหว่างรอยแตกของจักรวาล เขายืนหยัดอยู่ตรงนั้น—เป็นทั้งกรงขังและประตู เป็นทั้งผู้พิทักษ์และผู้ทำลาย และในความเงียบที่หนักอึ้งนั้น เขารู้ดีว่าสงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น... สงครามที่ไม่ได้สู้ด้วยคมดาบ แต่สู้ด้วยการดำรงอยู่ของความจริงที่กำลังจะเลือนหายไป

--- อัลดริกเริ่มสูญเสียความเข้าใจในอารมณ์และความหมายของความเป็นมนุษย์ ในขณะที่สิ่งลี้ลับเริ่มใช้รอยร้าวแห่งความไม่สมบูรณ์ในตัวเขาเป็นช่องทางในการเรียนรู้และแทรกซึมเข้ามาเพื่อบิดเบือนสมดุลของโลก