← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 69ฟรี

ตอนที่ 69 — เสียงฝีเท้าบนรอยแยก

เสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินดังรัวเร็วและหนักหน่วงกว่าปกติ มันไม่ใช่จังหวะการเดินทางของพ่อค้าที่ต้องการพักผ่อน แต่เป็นจังหวะของการไล่ล่าหรือการรุกราน อัลดริกยืนอยู่บนระเบียงไม้เก่าๆ ของโรงสีที่เหลือเพียงซากปรักหักพังบางส่วน ลมหนาวของเดือนฮาร์ธเวนพัดผ่านรอยแยกที่กลางลานเมือง กลิ่นอายของมันไม่ใช่กลิ่นดินหรือกลิ่นหิมะ แต่มันคือกลิ่นของ 'ความไม่มีอยู่'—กลิ่นที่จางหายไปจากประสาทสัมผัสของมนุษย์ แต่กลับชัดเจนอย่างน่าประหลาดในจิตวิญญาณที่ว่างเปล่าของเขา

เขามองลงไปที่รอยแยกเบื้องล่าง มันไม่ใช่เพียงรอยแตกบนผืนดิน แต่มันคือบาดแผลที่เปิดกว้างเผยให้เห็นความบิดเบี้ยวของมิติ แสงสีม่วงหม่นที่วูบวาบอยู่ภายในนั้นดูเหมือนดวงตาที่กำลังกะพริบอย่างช้าๆ และทุกครั้งที่มันกะพริบ อัลดริกจะรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่พยายามจะกระชากเอาเศษเสี้ยวความทรงจำสุดท้ายของเขาลงไปในหลุมดำนั้น เขาพยายามข่มใจ แต่มือที่สั่นเทาของเขากลับบีบเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ

"พวกเขากำลังมาแล้ว" เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย อัลดริกไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเอลิดี้ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดที่ไม่อาจปิดซ่อนได้ หลวงสาวผู้เคยดูสงบนิ่งบัดนี้มีแววตาที่วอกแวกเหมือนคนที่รู้ว่าพายุใหญ่กำลังจะพัดถล่มบ้านเรือน

"กองทหารหลวงงั้นหรือ?" อัลดริกถาม เสียงของเขาแหบพร่าราวกับกระดาษทรายที่ถูกขัดถู

"ไม่ใช่แค่ทหาร... แต่เป็นกองกำลังควบคุมสถานการณ์พิเศษจากเอลเดอร์เมียร์" เอลิดี้ก้าวมาข้างเขา ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังกลุ่มฝุ่นที่พวยพุ่งขึ้นจากเส้นทางสายหลักที่มุ่งตรงมายังโอ๊คเมียร์ "พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่มาเพื่อ 'เก็บกวาด' และ 'ครอบครอง'"

อัลดริกแค่นยิ้มที่ขมขื่น ความโลภของราชสำนักนั้นลึกซึ้งและรุนแรงพอๆ กับรอยแยกที่กำลังกลืนกินเมืองนี้ ในขณะที่พวกเขาส่งคนมาเพื่อดูว่าพลังงานที่รั่วไหลออกมานั้นจะสามารถนำไปใช้เป็นอาวุธหรือแหล่งพลังงานใหม่ได้หรือไม่ สิ่งลี้ลับที่อยู่เบื้องล่างรอยแยกก็กำลังใช้ 'ช่องว่าง' ในตัวเขาเป็นสะพานเชื่อมเพื่อข้ามมายังโลกเบื้องบน สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับเขากำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายที่ถูกดึงจากสองทิศทาง ทิศหนึ่งคืออำนาจที่ต้องการตักตวง อีกทิศคือความว่างเปล่าที่ต้องการทำลาย

ทันใดนั้น เสียงแตรศึกก็ดังขึ้น มันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท สัญญาณการมาถึงของเซอร์กัลเลนและกองทหารที่นำโดยขุนนางผู้เคร่งครัด อัลดริกเห็นธงตราสัญลักษณ์ของราชอาณาจักร Castellane โบกสะบัดอยู่บนยอดม้าที่ควบตะบึงเข้ามา ทหารในชุดเกราะสีเงินวาววับสะท้อนแสงแดดที่ริบหรี่ ดูแปลกแยกและคุกคามท่ามกลางหมู่บ้านที่กำลังแตกสลาย

"อัลดริก คุณต้องหาที่ซ่อน" เอลิดี้กระซิบ มือของเธอกำกุญแจปริศนาที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมไว้แน่น "ถ้าพวกเขาเห็นคุณในสภาพนี้... สภาพที่จิตวิญญาณของคุณไม่สมบูรณ์... พวกเขาจะใช้คุณเป็นเครื่องมือทดลอง"

"ผมไม่มีที่ให้ซ่อนหรอก เอลิดี้" อัลดริกตอบพลางมองไปที่มือของตนเองที่เริ่มมีไอสีดำจางๆ แผ่ออกมา "ผมคือจุดศูนย์กลางของความบิดเบี้ยวนี่ ถ้าผมหนี รอยแยกจะขยายตัวกว้างขึ้นเพราะขาดตัวประคองสมดุล"

ขณะที่กองทหารเริ่มตั้งค่ายและปิดล้อมพื้นที่รอบรอยแยก อัลดริกสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ความรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเขาจาก 'ข้างใน' ไม่ใช่จากข้างนอก มันคือสิ่งลี้ลับที่เริ่มเรียนรู้วิธีการใช้ความว่างเปล่าในตัวเขาเป็นทางผ่าน พวกมันไม่ได้พยายามจะพังประตูเข้ามา แต่มันกำลังค่อยๆ 'ไหล' เข้ามาผ่านรอยร้าวของตัวตนเขา เหมือนน้ำที่ซึมผ่านรอยแตกของเขื่อน

เขาเริ่มรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ความคิดของเขาเริ่มถูกแทรกแซงด้วยภาพนิมิตที่ไร้รูปทรง—ภาพของเมืองที่จมลงในทะเลสีดำ และภาพของดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองมาจากความมืดมิดใต้ดิน อัลดริกพยายามรวบรวมสติ แต่ยิ่งเขาพยายามต้านทาน แรงดึงดูดจากรอยแยกบนพื้นดินและแรงกดดันจากกองทหารเบื้องหน้าก็ยิ่งบีบคั้นเขาจนแทบหายใจไม่ออก

"ลอร์ดอัลดริก!" เสียงตะโกนอันทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านล่าง อัลดริกมองลงไปเห็นเซอร์กัลเลนในชุดเกราะเต็มยศ กำลังควบม้าตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่ ใบหน้าของเซอร์กัลเลนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ปนเปด้วยความโลภ "เราได้รับคำสั่งให้ควบคุมพื้นที่ทั้งหมด และเราต้องการให้ท่านนำทางเราลงไปใต้ฐานตาชั่งหลวงเดี๋ยวนี้!"

อัลดริกมองไปยังเอลิดี้ เธอสบตาเขาด้วยความกังวลอย่างถึงที่สุด ในขณะที่เขามองไปยังรอยแยกบนพื้นดินที่เริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต มันกำลังขยายตัวออกไปสู่ไร่นาและโรงสี ราวกับว่ามันกำลังหิวโหย และกองทหารหลวงที่กำลังมุ่งหน้ามานั้น ก็เป็นเพียงอาหารมื้อถัดไปที่กำลังจะถูกกลืนกินโดยความผิดพลาดที่มนุษย์เป็นผู้ก่อขึ้นเอง

เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะไม่ใช่การต่อสู้ด้วยดาบหรือเวทมนตร์ แต่มันคือการต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นจริงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ในขณะที่เงาปริศนาเริ่มขยับเขยื้อนผ่านรอยปริแตกของอากาศรอบตัวเขา อัลดริกต้องตัดสินใจ—จะยอมเป็นเครื่องมือของราชสำนักเพื่อรักษาความสงบจอมปลอม หรือจะยอมเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเพื่อปกป้องโลกที่กำลังจะสูญสิ้นไปจากความทรงจำของเขาเอง

--- กองทหารหลวงนำโดยเซอร์กัลเลนมาถึงโอ๊คเมียร์เพื่อเข้าควบคุมรอยแยกและแสวงหาผลประโยชน์ ขณะที่อัลดริกต้องเผชิญกับการรุกรานของสิ่งลี้ลับที่เริ่มแทรกซึมผ่านความว่างเปล่าในตัวเขา