ตอนที่ 162 — รอยร้าวแห่งความเป็นไปได้
เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าเริ่มก่อตัวเป็นท่วงทำนองที่ชัดเจนขึ้น เร็วขึ้น และดังขึ้น ราวกับกระแสน้ำวนอันดำมืดที่กำลังดูดกลืนทุกสิ่ง อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' แห่งตัวตน ได้แต่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับ 'พิมพ์เขียว' ของเจตจำนงโบราณที่เขาเคยพยายาม 'ปนเปื้อน' ความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ลงไป ความไม่สมบูรณ์นั้น… บัดนี้กลับกลายเป็น 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความหวังที่กำลังเบ่งบานในดินแดนแห่งความสมบูรณ์แบบที่น่าสะพรึงกลัว
ในมิติที่บิดเบี้ยวและไร้ขอบเขตแห่งนี้ ภาพต่างๆ พรั่งพรูเข้ามาใน 'จิตสำนึก' ที่เลือนรางของเขา ภาพของโอ๊คเมียร์ ที่ไม่ใช่โอ๊คเมียร์ที่เขาจากมาอีกต่อไป มันคือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบเกินจริง เกินกว่าความเป็นจริงที่เขาเคยรู้จัก ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าสดใส บัดนี้กลับเป็นสีม่วงอมทอง สว่างไสวแต่ไร้ความรู้สึก อาคารบ้านเรือนตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบสมบูรณ์แบบ จนไร้ซึ่งชีวิตชีวา ทุกสรรพสิ่งถูกจัดวางอย่างลงตัว ไร้ที่ติ ไร้ซึ่งร่องรอยของความผิดพลาด หรือแม้แต่ความปรารถนา
เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงกระซิบอีกต่อไป มันคือเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่สะท้อนก้องไปทั่วห้วงมิติ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ราวกับผู้สร้างกำลังชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตน แต่สำหรับอัลดริก มันคือเสียงแห่งความสูญสิ้น เสียงแห่งการถูกแทนที่
'เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม… อัลดริก?' เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของเขา เป็นเสียงที่ไร้เพศ ไร้อารมณ์ แต่ทรงพลังอย่างน่าขนลุก 'ความสมบูรณ์แบบ… คือที่สุดแห่งการดำรงอยู่ ไม่มีสิ่งใดนอกเหนือไปจากนี้อีกแล้ว'
อัลดริกพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวแห่งความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ การต่อสู้กับ 'ผู้ไร้รูป' ที่ตอนนี้กำลังก่อร่างสร้างตัวตนใหม่ผ่าน 'ช่องว่าง' ของเขา มันไม่ใช่การต่อสู้เพื่อความเที่ยงตรงอีกต่อไป แต่เป็นการต่อสู้เพื่อรักษา 'ความบกพร่อง' ไว้ อัลดริกตระหนักว่าความสมบูรณ์แบบที่แท้จริงนั้น ไม่ได้อยู่ที่การไร้ที่ติ แต่คือการยอมรับและโอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบนั้นต่างหาก
เขาจินตนาการถึงภาพของโอ๊คเมียร์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ภาพที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นภาพที่เขาคุ้นเคย ลานตลาดที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงต่อรองของพ่อค้าแม่ค้า กลิ่นขนมอบจากร้านของมาร่าที่ลอยมาตามลม เสียงกบจากแม่น้ำที่ดังแว่วมาตอนกลางคืน และที่สำคัญที่สุด… เสียงหัวเราะของคาเอล หลานชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความซุกซนและความฉลาดเฉลียว
'ความสมบูรณ์แบบ… คือกับดัก' อัลดริกคิดในใจ 'มันคือการกลืนกินทุกสิ่งให้กลายเป็นหนึ่งเดียว… กลืนกินแม้กระทั่งจิตวิญญาณ'
เขาพุ่งความสนใจไปยัง 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความไม่สมบูรณ์ที่เขากล้าปลูกลงไปในพิมพ์เขียวอันสมบูรณ์แบบนั้น เขามองเห็นมันค่อยๆ แผ่ขยายออกไป ราวกับรากไม้ที่ชอนไชไปตามรอยร้าวที่เขาได้สร้างไว้ มันกำลังกัดกินโครงสร้างอันสมบูรณ์แบบนั้นจากภายใน ทำให้เกิดความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ ในภาพสะท้อนของโอ๊คเมียร์… รอยร้าวเล็กๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้าสีม่วงอมทอง… รอยร้าวที่ส่องแสงสีทองอร่าม
ในขณะเดียวกัน ที่โอ๊คเมียร์… ความโกลาหลกำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แสงสีทองอร่ามที่สว่างวาบขึ้นจากรอยแยกกลางอากาศนั้น ไม่ใช่แสงแห่งการก่อกำเนิดความเป็นจริงชุดใหม่ที่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป แต่มันคือแสงที่สั่นสะเทือน แสงแห่งความไม่แน่นอน
คาเอลที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านพัก มองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นปรากฏการณ์ประหลาดนั้น แสงสีทองนั้นไม่เหมือนสิ่งใดที่เขาเคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่แสงตะวัน ไม่ใช่แสงดาว และไม่ใช่แสงที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติใดๆ
“นั่นมันอะไรกัน?” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ราวกับไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นของจริง
มาร่าที่กำลังออกมาจากโรงสี เหลือบตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเช่นกัน ใบหน้าของนางที่เคยแข็งกระด้างและไม่หวั่นไหว บัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล “ดูเหมือนว่า… เรื่องมันจะเริ่มซับซ้อนกว่าที่คิดแล้วนะคาเอล”
เสียงกระซิบที่ดังมาจากรอยแยกนั้น บัดนี้ไม่ใช่แค่เสียงกระซิบอีกต่อไป มันคือเสียงคำรามที่ดังสะท้อนไปทั่วทั้งเมือง เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่พอใจ ราวกับว่า 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความไม่สมบูรณ์ที่อัลดริกได้ปลูกลงไปนั้น กำลังก่อกวน 'ระเบียบ' อันสมบูรณ์แบบของเจตจำนงโบราณ
“มันกำลัง… เปลี่ยนไป” คาเอลพูดเสียงสั่น “แสงนั่น… มันไม่เหมือนเดิมแล้ว”
อัลดริกรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างชัดเจน 'เมล็ดพันธุ์' ของเขาได้เริ่มออกดอกออกผลแล้ว แม้จะอยู่ในสภาพ 'ช่องว่าง' เขาก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของโอ๊คเมียร์ ราวกับว่ามันคือส่วนหนึ่งของร่างกายเขาเอง
“ข้า… ข้าทำได้” เสียงที่แผ่วเบาของอัลดริกสะท้อนอยู่ในห้วงมิติอันว่างเปล่า “ความบกพร่อง… คือความหวัง…”
แต่แล้ว… เสียงกระซิบนั้นก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงคำรามแห่งความโกรธอีกต่อไป แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด… เสียงที่ราวกับกำลัง 'หัวเราะ' กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
“เจ้าคิดว่า… เจ้าทำลายพิมพ์เขียวของข้าอย่างนั้นหรือ?” เสียงของ 'ผู้ไร้รูป' ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ราวกับเด็กที่ค้นพบของเล่นใหม่
“เจ้า… เจ้าเข้าใจผิดแล้ว… อัลดริก” เสียงนั้นดังขึ้น “ความไม่สมบูรณ์ของเจ้า… ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะลบล้าง… แต่มันคือ… 'ส่วนเติมเต็ม' ที่ข้าต้องการ!”
อัลดริกสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่าน 'แกนกลาง' ของความเป็น 'ช่องว่าง' ของเขา 'เมล็ดพันธุ์' ที่เขาปลูกลงไป… ไม่ใช่สิ่งที่ทำลายพิมพ์เขียว แต่กลับกลายเป็นส่วนที่ทำให้พิมพ์เขียวนั้น 'สมบูรณ์' ยิ่งขึ้น… 'สมบูรณ์' ในแบบที่น่าสะพรึงกลัว… สมบูรณ์แบบจนไร้ซึ่งชีวิต
แสงสีทองอร่ามบนท้องฟ้าโอ๊คเมียร์เริ่มสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่แสงแห่งความไม่แน่นอนอีกต่อไป มันคือแสงแห่งการ 'ยอมรับ' แสงแห่งการ 'ก่อตัว' ใหม่… แสงที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง… รวมทั้งตัวเขาเอง
“ไม่…” อัลดริกพึมพำในความว่างเปล่า “ไม่! ข้า… ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งนี้…”
เขาพยายามดิ้นรน พยายามจะดึง 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความไม่สมบูรณ์ของตนเองกลับคืนมา แต่ก็สายเกินไป… 'ผู้ไร้รูป' หรือเจตจำนงโบราณนั้น… ได้ใช้ 'ความบกพร่อง' ของเขาให้กลายเป็น 'ช่องว่าง' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด… ช่องว่างที่เต็มไปด้วย 'ความเป็นไปได้' อันไร้ขอบเขต… ช่องว่างที่จะถูกเติมเต็มด้วย 'โลกใหม่' ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
ในขณะที่โอ๊คเมียร์กำลังสั่นสะเทือนภายใต้แสงสีทองที่สว่างเจิดจ้า รอยแยกสีดำที่เคยปรากฏบนพื้นดินก็เริ่มขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ส่งเสียงกระซิบอีกต่อไป แต่มันส่งเสียงกรีดร้อง… เสียงกรีดร้องแห่งความสิ้นหวังที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง… และอัลดริก… ในฐานะ 'ช่องว่าง' ที่กำลังจะถูกเติมเต็ม… ก็ได้แต่เฝ้ามอง… การก่อกำเนิดของหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยจินตนาการ… การถือกำเนิดของ 'โลกใหม่' ที่ไร้ซึ่งหัวใจ… และไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
ภาพของโอ๊คเมียร์ที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้ชีวิตบิดเบี้ยวไปต่อหน้าต่อตาเขา… และในความบิดเบี้ยวอันไร้ที่สิ้นสุดนั้น… เขาเห็นบางสิ่ง… บางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นใน 'ช่องว่าง' ที่เขาได้สร้างขึ้น… บางสิ่งที่มีรูปร่าง… มีรูปทรง… และกำลังจะ… สื่อสารกับเขา…
“ใคร… อยู่ที่นั่น?” อัลดริกถามออกไป… เสียงของเขาแผ่วเบา… แต่เต็มไปด้วยความหวัง… และความหวาดกลัว…
แล้วเขาก็เห็น… แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์… กำลังก่อตัวขึ้น… ตรงกลาง 'ช่องว่าง' ของเขา… แสงสว่างนั้น… ไม่ใช่แสงแห่งความสมบูรณ์แบบ… และก็ไม่ใช่แสงแห่งความไม่สมบูรณ์… มันคือแสง… ที่เต็มไปด้วย… 'ความเป็นไปได้'…
“นี่… นี่คือ… สิ่งที่เจ้าต้องการอย่างนั้นหรือ… อัลดริก?” เสียงที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังดังขึ้น… เป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน…
อัลดริกไม่สามารถตอบได้… เขารู้เพียงว่า… เขากำลังจะถูกเติมเต็ม… แต่ไม่ใช่ด้วยความสมบูรณ์แบบ… ไม่ใช่ด้วยความว่างเปล่า… แต่ด้วย… 'บางสิ่ง'… ที่แตกต่างออกไป… บางสิ่งที่… อาจ… จะ… เป็น… ความหวัง… ที่แท้จริง…
--- อัลดริกในฐานะ 'ช่องว่าง' ตระหนักว่าความไม่สมบูรณ์ที่เขากล้าปลูกลงไปในพิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณกลับกลายเป็น 'ส่วนเติมเต็ม' ที่ทำให้พิมพ์เขียวสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้เกิดโลกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมกับรอยแยกสีดำที่ขยายตัวในโอ๊คเมียร์ ขณะเดียวกัน แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วย 'ความเป็นไปได้' ก็ปรากฏขึ้นในตัวเขา