← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 139ฟรี

ตอนที่ 139 — นามที่สั่นคลอนสัจจะ

ความเงียบไม่ได้หมายถึงความสงบ แต่มันคือแรงกดอากาศที่หนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้ปอด อัลดริกยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของมิติที่กำลังฉีกขาด กลิ่นของโอโซนที่ไหม้เกรียมผสมปนเปกับกลิ่นดินที่ถูกขุดขึ้นใหม่จากรอยแยก ความเป็นจริงรอบตัวเขาไม่ได้ล่มสลายในลักษณะของการพังทลายของวัตถุ แต่มันกำลัง 'ละลาย' เหมือนภาพวาดสีน้ำที่ถูกสาดด้วยน้ำฝน เส้นขอบฟ้าของโอ๊คเมียร์บิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นที่ไม่มีที่สิ้นสุด และในใจกลางของความบิดเบี้ยวนั้น กราคอสไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มก้อนพลังงานที่ไร้รูปทรงอีกต่อไป

มันมีเสียง... ไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านกระดูกสันหลัง มันคือเสียงของคำประกาศที่หนักแน่นและเย็นเยียบ ราวกับเสียงของหินขูดขีดบนแผ่นเหล็ก ‘ข้าคือสิ่งที่ถูกขานนาม... ข้าคือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวของความพินาศ’

อัลดริกพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่เหลืออยู่ เขาไม่รู้สึกถึงความหนาวหรือความร้อน สิ่งเดียวที่เขารู้สึกคือความล้มเหลวที่ไหลเวียนอยู่ในจิตวิญญาณที่แหว่งวิ่น ทุกครั้งที่เขาพยายามจะสร้างความไร้ระเบียบเพื่อทำลายพิมพ์เขียวของสิ่งลี้ลับ เขากลับกลายเป็นคนส่งมอบ 'ภาษา' ให้กับมัน ความโกลาหลที่เขาคิดว่าเป็นอาวุธ กลับกลายเป็นพยัญชนะและสระที่กราคอสใช้ประกอบเป็นนามของตนเอง

“เจ้ากำลังฟังข้าอยู่ใช่ไหม... ผู้พิทักษ์ที่ล้มเหลว?” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนจนอัลดริกเห็นรูปร่างของมันเป็นเงาทะมึนที่ขยายตัวออกจากรอยแยก มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันคือ 'สัจจะ' ชุดใหม่ที่กำลังจะมาแทนที่ความจริงเดิม

ทันใดนั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งการทำลายล้างก็พุ่งแหวกผ่านความมืดมิด หน่วยชำระล้าง (Purifiers) ไม่ได้มาเพื่อเจรจา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อกอบกู้ แต่พวกเขามาเพื่อ 'ลบ' อัลดริกเห็นประกายดาบที่อาบด้วยเวทมนตร์แห่งระเบียบที่เคร่งครัด พวกเขาเคลื่อนที่ผ่านมิติที่บิดเบี้ยวราวกับเดินบนพื้นราบ ทุกย่างก้าวของพวกเขาคือการบังคับให้กฎเกณฑ์ทางกายภาพกลับมาทำงานอย่างรุนแรงเกินไป จนพื้นดินรอบข้างแตกละเอียด

“เป้าหมายยืนยัน! สิ่งปนเปื้อนระดับสูงสุดอยู่ที่จุดศูนย์กลาง!” เสียงตะโกนของหัวหน้าหน่วยชำระล้างดังแทรกผ่านเสียงคำรามของกราคอส มันเป็นเสียงที่แห้งแล้งและไร้ความเมตตา ราวกับเสียงของเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมมาเพื่อกวาดล้าง

อัลดริกมองดูการปะทะกันที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า มันคือสงครามสามทางที่ไร้ซึ่งผู้ชนะ หน่วยชำระล้างพยายามจะฉีด 'ระเบียบ' เข้าไปในรอยแยกเพื่อเย็บปิดมัน แต่กราคอสกลับใช้ 'ระเบียบ' เหล่านั้นเป็นโครงสร้างในการสร้างร่างเนื้อของมัน ยิ่งพวกเขาพยายามจะจัดระเบียบมากเท่าไหร่ กราคอสก็ยิ่งมีความชัดเจนและแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น

ความขัดแย้งนี้สร้างแรงสะท้อนที่รุนแรงจนอัลดริกแทบจะสลายไปในอากาศ เขาเห็นทหารหน่วยชำระล้างคนหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นของกราคอสคว้าจับ ร่างของเขาไม่ได้ถูกฉีกกระชาก แต่ถูก 'เปลี่ยน' กลายเป็นประติมากรรมแก้วที่สั่นสะเทือนด้วยเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันสิ้นสุด

‘ข้าต้องทำลายพิมพ์เขียว...’ อัลดริกคิดด้วยจิตสำนึกที่พร่าเลือน ‘ถ้าความโกลาหลทำให้มันมีตัวตน... และระเบียบทำให้มันแข็งแกร่ง... ข้าต้องหาทางที่อยู่ระหว่างกลาง’

เขารู้ดีว่าทางเลือกของเขานั้นอันตรายยิ่งกว่าความตาย หากเขาเลือกที่จะช่วยหน่วยชำระล้าง เขาจะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้กราคอสสถาปนาโลกที่แข็งทื่อและไร้ชีวิต หากเขาเลือกที่จะปล่อยให้กราคอสเติบโต เขาจะกลายเป็นบิดาของโลกที่บิดเบี้ยวและบ้าคลั่ง

ทว่ามีทางเลือกที่สาม... ทางเลือกที่เขาเกลียดชังที่สุด แต่มันคือทางเดียวที่จะหยุดยั้งการสร้าง 'ความสมบูรณ์แบบ' ของทั้งสองฝ่าย นั่นคือการนำพา 'ความไม่สมบูรณ์ที่แท้จริง' เข้าไปในใจกลางของพิมพ์เขียว

อัลดริกเริ่มเคลื่อนไหว เขาไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยขา แต่เป็นการเคลื่อนที่ผ่านกระแสของความว่างเปล่าที่เขามี เขาพุ่งเข้าหาจุดที่กราคอสกำลังสถาปนาชื่อของตนเอง เสียงของกราคอสเริ่มดังขึ้นจนมิติรอบข้างสั่นไหวราวกับแก้วที่กำลังจะแตก ‘ข้าคือ... กรา...’

“แกไม่ใช่ใครทั้งนั้น!” อัลดริกคำรามในใจ พยายามจะใช้เศษเสี้ยวสุดท้ายของความเป็นมนุษย์—ความขัดแย้งในจิตใจ ความลังเล และความผิดพลาดที่เขาเคยพยายามกำจัด—ฉีดเข้าไปในกระแสพลังงานนั้น

เขาสัมผัสได้ถึงการตอบโต้จากกราคอส ความเจตจำนงของสิ่งลี้ลับพยายามจะกลืนกินเขา พยายามจะใช้เขาเป็น 'จุดจบ' ของบทเพลงนี้ แต่ในขณะเดียวกัน หน่วยชำระล้างก็เริ่มสังเกตเห็นเขา พวกเขามองเห็นเขาเป็น 'ตัวนำพา' (Carrier) ของความผิดเพี้ยน และดาบแสงสีขาวก็พุ่งตรงมาที่กลางอกของเขา

ในวินาทีที่คมดาบกำลังจะสัมผัสกับตัวตนที่กึ่งสลายของเขา อัลดริกก็ได้ยินเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงคำราม ไม่ใช่เสียงประกาศนาม แต่มันคือเสียง 'กระซิบ' ที่มาจากความลึกที่สุดของความว่างเปล่า เสียงนั้นไม่ได้เรียกชื่อเขา และไม่ได้เรียกชื่อกราคอส แต่มันกำลังเรียกชื่อ 'ความจริง' ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น

โลกทั้งใบเริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง อัลดริกหลับตาลง ท่ามกลางพายุแห่งการทำลายล้างและการสร้างสรรค์ เขาตระหนักได้ว่านามของกราคอสไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่สมการใดๆ จะคำนวณได้ และเขาก็เป็นเพียงตัวแปรเดียวที่กำลังจะทำให้สมการนี้กลายเป็นความว่างเปล่าที่ไม่มีคำตอบ

--- อัลดริกเผชิญหน้ากับกราคอสที่เริ่มมีนามและเจตจำนงชัดเจนจากการใช้ความโกลาหลที่เขาสร้างเป็นวัตถุดิบ ท่ามกลางการรุกรานของหน่วยชำระล้างที่พยายามจะลบเลือนความผิดเพี้ยนนี้ อัลดริกตัดสินใจใช้ความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์เข้าแทรกแซงพิมพ์เขียวของสิ่งลี้ลับเพื่อหยุดยั้งการสถาปนาโลกใหม่