← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 88ฟรี

ตอนที่ 88 — รอยร้าวบนพื้นผิวผลึกแก้ว

กลิ่นน้ำหมึกจางๆ ผสมกับกลิ่นโอโซนจากการทำงานของผลึกแก้วทำให้อากาศในหอสมุดกลางแห่งเอลเดอร์เมียร์หนักอึ้งกว่าปกติ บรอนเวนขยับนิ้วที่ยังสั่นเทาจากการเห็นร่างคนกลายเป็นอักขระในซากหอจดหมายเหตุที่ถูกลืม เธอพยายามปรับจังหวะการหายใจให้เข้ากับความเงียบเชียบของโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อน แสงสว่างจากเพดานสูงไม่ได้สาดส่องอย่างรุนแรง แต่มันนวลตาและสม่ำเสมอจนดูเหมือนเวลาถูกหยุดนิ่งไว้

"คุณกำลังจ้องมองผนังเหมือนมันจะพูดได้นะ บรอนเวน"

เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังมาจากด้านหลัง บรอนเวนไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเอเลียส เขากำลังจัดระเบียบม้วนกระดาษบนโต๊ะไม้โอ๊กด้วยท่าทางที่เคร่งครัดราวกับจะจัดระเบียบโลกทั้งใบ

"มันไม่ได้แค่พูด แต่มันกำลังตะโกน"

บรอนเวนตอบสั้นๆ พลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวแข็ง

"ตะโกน? ในห้องที่เงียบขนาดนี้เนี่ยนะ?"

เอเลียสขยับแว่นสายตา ดวงตาของเขาหรี่ลงมองความเรียบร้อยของชั้นหนังสือที่วางเรียงรายอย่างสมบูรณ์แบบ "ทุกอย่างในเอลเดอร์เมียร์ตอนนี้ดูจะลงตัวไปเสียหมด ทั้งการขนส่งตำราจากสำนักอาลักษณ์ และการเคลื่อนไหวของราชสำนักที่ดูเหมือนจะสงบลงหลังจากเหตุการณ์ RY10... แต่มันสงบจนน่าประหลาด"

"คุณหมายถึงความสงบแบบที่คนไม่กล้าแม้แต่จะกระซิบผิดจังหวะน่ะเหรอ?"

บรอนเวนประชด เธอจำภาพที่กลุ่มคนชุดขาวกำลัง 'เขียนทับ' ความจริงได้ติดตา ความสงบสุขที่เอเลียสเห็นอาจเป็นเพียงพื้นผิวที่ถูกขัดจนเงาวับเพื่อปกปิดรอยแตกเบื้องล่าง

"เซเลสเทน! มาดูนี่หน่อย"

เอเลียสเรียกเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ไม่นานนักหญิงสาวผมสั้นกระเซิงก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับกล่องอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบผลึกแก้ว เธอทำท่าทางเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืนแต่ดวงตากลับเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นเชิงเทคนิค

"มาแล้วค่ะ! ว่าแต่มีปัญหาเรื่องความเข้มข้นของแสงเหรอคะ? หรือว่าค่าการหักเหของผลึกในเขตชั้นนอกผิดเพี้ยน?"

เซเลสเทนพูดรัวเร็วพลางวางเครื่องมือลงบนโต๊ะ บรอนเวนมองดูการทำงานของพวกเขาทั้งสอง คนหนึ่งพยายามรักษาความถูกต้องของระเบียบ อีกคนพยายามทำความเข้าใจกลไกของแสง

"ดูแสงที่ส่องลงมาตรงกลางโถงนี่สิ"

เอเลียสชี้ไปยังลำแสงที่พุ่งลงมาจากโดมแก้ว มันสว่างนวลและนิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำในบ่อที่ไม่มีลมพัดผ่าน "มันสมบูรณ์แบบเกินไป เซเลสเทน มันไม่มีการกระเพื่อมของความถี่แสงเลยแม้แต่น้อย ปกติแล้วแสงจากผลึกแก้วต้องมีการสั่นไหวเล็กน้อยตามอุณหภูมิของห้อง แต่นี่มัน... นิ่งเหมือนภาพวาด"

เซเลสเทนรีบหยิบแว่นขยายพิเศษขึ้นมาส่อง "จริงด้วย! ปกติค่าความสว่างต้องแกว่งอยู่ที่ 0.02 หน่วยต่อวินาที แต่นี่มัน 0.0000 เลย! นี่มันไม่ใช่แค่ความสงบนะเอเลียส นี่มันเหมือนเรากำลังอยู่ในห้องที่ถูกสตัฟฟ์ไว้!"

บรอนเวนขมวดคิ้ว เธอเดินเข้าไปใกล้ลำแสงนั้น ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง ความสงบสุขที่แผ่ซ่านอยู่ในหอสมุดตอนนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการพักผ่อน แต่มันเหมือนการถูกกักขังอยู่ในกรอบที่ใครบางคนเขียนขึ้นมาอย่างประณีต

"ในบันทึกเก่าแก่ที่ฉันเจอในซากหอจดหมายเหตุ..."

บรอนเวนเริ่มพูด เสียงของเธอทำให้ทั้งสามคนเงียบลง

"มันมีคำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก บันทึกนั้นไม่ได้พูดถึงความสงบที่ไร้การเคลื่อนไหวแบบนี้ แต่มันพูดถึงความสมดุลระหว่างแสงและเงา การที่มีแต่แสงที่สว่างจ้าและนิ่งสนิทแบบนี้... มันไม่ใช่ความสมดุล แต่มันคือการลบเลือน"

เอเลียสหยุดมือที่กำลังจัดเอกสาร ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย "คุณกำลังจะบอกว่า ความรุ่งเรืองที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ คือการที่ใครบางคนกำลังใช้พลังของอาลักษณ์แสงเขียนทับประวัติศาสตร์ที่พวกเขาไม่ต้องการให้เหลืออยู่ใช่ไหม?"

"เหมือนกับที่คนชุดขาวทำในซากหอจดหมายเหตุ"

บรอนเวนยืนยัน ความสงบสุขนี้เปราะบางเหมือนแผ่นน้ำแข็งที่บางเฉียบ หากมีใครสักคนขยับผิดจังหวะเพียงนิดเดียว ทุกอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่นี้อาจพังทลายลง และความจริงที่ถูกฝังไว้จะทะลักออกมา

"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง สำนักอาลักษณ์ต้องรีบแจ้งทางราชสำนัก"

"ไม่เอเลียส!"

บรอนเวนขัดขึ้นทันควัน "ถ้าคุณแจ้งราชสำนักตอนนี้ คุณก็แค่ส่งข้อมูลให้คนที่อาจจะเป็นคนสั่งให้เขียนทับเรื่องนี้เสียเอง คุณจะแน่ใจได้ยังไงว่าความถูกต้องที่คุณยึดถือ ไม่ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความลวงตาที่สมบูรณ์แบบ?"

เอเลียสถอนหายใจยาว เขาดูเหมือนจะแบกรับความหนักอึ้งของโลกไว้บนบ่า "แล้วเราควรทำอย่างไร? จะปล่อยให้ความจริงถูกลบหายไปในแสงที่นวลตาพวกนี้งั้นหรือ?"

เซเลสเทนเม้มปากแน่น มือของเธอกำอุปกรณ์ตรวจสอบไว้จนขาวซีด "ถ้าแสงพวกนี้เริ่มเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของสิ่งที่มันส่องถึง... ทุกอย่างที่ผ่านแสงนี้จะถูก 'แก้ไข' ให้เป็นไปตามแบบแผนที่เขาวางไว้ แม้แต่ตัวเราเอง"

บรอนเวนมองไปรอบๆ หอสมุดที่ยิ่งใหญ่ แสงสว่างที่ดูงดงามนี้กำลังค่อยๆ กลืนกินความผิดพลาด ความขัดแย้ง และความจริงที่ขมขื่นออกไปจากเมืองเอลเดอร์เมียร์ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่สว่างไสว

เธอรู้แล้วว่าความสงบสุขที่เธอโหยหา ไม่ใช่การที่ไม่มีเสียงรบกวน แต่คือการที่ทุกเสียงสามารถเปล่งออกมาได้อย่างเป็นอิสระ แม้จะเป็นเสียงที่ผิดเพี้ยนก็ตาม

"ฉันจะไม่ยอมให้หอสมุดนี้กลายเป็นเพียงกระดาษเปล่าที่รอให้ใครมาเขียนทับอีก"

บรอนเวนพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเฉียบคม เธอไม่ได้ต้องการเป็นวีรบุรุษ แต่เธอจะทำหน้าที่เป็นรอยตำหนิในความสมบูรณ์แบบที่จอมปลอมนี้

"เอเลียส คุณหาหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าแสงนี้ผิดปกติ เซเลสเทน คุณช่วยหาวิธีทำให้แสงนี้กลับมาสั่นไหวตามธรรมชาติอีกครั้ง"

"แล้วคุณล่ะ บรอนเวน?"

เอเลียสถามขณะมองดูแววตาที่เปลี่ยนไปของเธอ

"ฉันจะไปตามหาต้นฉบับที่แท้จริงที่พวกเขาพยายามจะลบ"

ทันใดนั้น แสงที่เคยนิ่งสนิทบนพื้นหินอ่อนก็เริ่มกระเพื่อมเป็นวงกว้าง ไม่ใช่เพราะลม แต่เป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนที่มาจากใต้ดิน เสียงกรีดร้องแหลมเล็กที่ดูเหมือนเสียงแก้วแตกดังขึ้นจากทิศทางของห้องเก็บผลึกหลัก

บรอนเวนชักมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอวออกมา แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นอย่างผิดจังหวะ และในเสี้ยววินาทีนั้น เธอเห็นเงาของบางสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่กลับประกอบขึ้นจากตัวอักษรที่บิดเบี้ยว กำลังคลานออกมาจากรอยแยกของแสงบนพื้นห้อง

--- บรอนเวนสังเกตเห็นความผิดปกติของความสงบสุขในเอลเดอร์เมียร์ที่ดูสมบูรณ์แบบเกินไปจนผิดธรรมชาติ โดยพบว่าแสงในหอสมุดถูกควบคุมให้คงที่เพื่อลบเลือนความจริง เธอตัดสินใจร่วมมือกับเอเลียสและเซเลสเทนเพื่อปกป้องความจริงและเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกปลอมที่เริ่มปรากฏตัว