← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 82ฟรี

ตอนที่ 82 — เศษเสี้ยวแห่งตัวตนและเสียงสะท้อนในความว่างเปล่า

ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัสไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่คือความว่างเปล่าที่เย็นเยียบและหนักอึ้ง ราวกับว่าทุกอณูของร่างกายกำลังถูกแทนที่ด้วยมวลสารที่ไม่ใช่ทั้งเนื้อหนังและกระดูก บรอนเวนลืมตาขึ้นท่ามกลางพายุแห่งแสงสีขาวที่หมุนวนอยู่รอบตัว เธอไม่ได้อยู่ในหอสมุดเก่าที่คุ้นเคยอีกต่อไป และไม่ได้อยู่ในโลกที่สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุกใบนั้น แต่มันคือพื้นที่กึ่งกลางระหว่างความจริงและคำลวง—รอยต่อของมิติที่กำลังปริแตกเหมือนแผ่นกระจกที่ถูกทุบจนละเอียด แสงสว่างที่เห็นไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์ แต่มันคือแสงที่เกิดจากการเผชิญหน้ากันระหว่างความจริงที่ถูกบิดเบือนและพลังแห่งการเขียนทับที่รุนแรงจนทำให้ความว่างเปล่าเริ่มส่งเสียงคำราม

เธอยกมือขึ้นมอง และสิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดลง ปลายนิ้วของเธอไม่ได้เป็นผิวหนังอีกต่อไป แต่มันคือกลุ่มก้อนของหมึกสีดำสนิทที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังที่โปร่งแสงราวกับกระดาษไข อักขระสีเลือดที่เธอใช้ต่อสู้เมื่อครู่ไม่ได้หายไป แต่มันได้ฝังรากลึกลงไปในกระแสเลือดและเซลล์ทุกส่วนของเธอ บรอนเวนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอักขระเหล่านั้น—พวกมันกำลังขยับเขยื้อน พยายามจะจารึกเรื่องราวใหม่ลงบนร่างกายของเธอเอง ราวกับว่าร่างกายของเธอกลายเป็นหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าและหิวโหย

“อย่าปล่อยให้มันจารึกจบ... ถ้าไม่อยากหายไปตลอดกาล”

เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของมิติที่กำลังแตกสลาย เขาปรากฏกายขึ้นจากเงามืดที่ขอบสายตา ร่างกายของเขาดูพร่าเลือนคล้ายกับภาพวาดที่ยังเขียนไม่เสร็จสมบูรณ์ ใบหน้าของเขาที่เคยดูสงบนิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อปลอบโยน แต่เข้ามาเพื่อย้ำเตือนถึงความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม

“คุณคือใครกันแน่? และทำไม... ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจางหายไป?” บรอนเวนเค้นเสียงถาม เธอพบว่าเสียงของเธอนั้นเบาบางและสั่นพร่า ราวกับเสียงกระซิบที่ถูกเขียนลงบนผิวน้ำ

ชายชุดเทาไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ พยายามรักษาสมดุลของตัวเองท่ามกลางแรงดึงดูดที่ไร้ทิศทาง “คุณคือสิ่งแปลกปลอม บรอนเวน คุณคืออักขระที่ไม่ได้ถูกอนุญาตให้มีอยู่ในพงศาวดารฉบับใหม่ การที่คุณยังมีสติอยู่ได้ในตอนนี้ เป็นเพราะพลังของอักขระต้นแบบที่หลอมรวมกับคุณ แต่มันคือดาบสองคม ยิ่งคุณพยายามรักษาตัวตนไว้มากเท่าไหร่ พลังนั้นก็ยิ่งสูบกินความจริงรอบตัวคุณไปมากเท่านั้น และหากกลุ่มคนชุดขาวรู้ว่าคุณกำลังกลายเป็น ‘ต้นฉบับ’ ที่มีชีวิต พวกเขาจะไม่เพียงแค่ลบคุณทิ้ง แต่พวกเขาจะเผาทำลายทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคุณทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้เหลือรอยตำหนิในโลกที่สมบูรณ์แบบของพวกเขา”

บรอนเวนพยายามประคองสติ เธอพยายามใช้ตรรกะที่เคยเป็นอาวุธหลักในการตัดสินสถานการณ์ แต่ในตอนนี้ ตรรกะเหล่านั้นกำลังถูกท้าทายด้วยความจริงที่ไม่อาจอธิบายได้ หากร่างกายของเธอคือหมึก และโลกคือกระดาษ การดำรงอยู่ของเธอคือความผิดพลาดทางไวยากรณ์ของจักรวาลอย่างนั้นหรือ? เธอรู้สึกถึงความโกรธที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความกลัว—ความโกรธที่ถูกบิดเบือนความจริง ความโกรธที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเพียงเครื่องมือจารึก

ทันใดนั้น พื้นที่รอบข้างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกมิติเบื้องหน้าขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นภาพลวงตาของหอสมุดแก้วที่กำลังถูกเผาไหม้ด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์ เธอเห็นกลุ่มคนชุดขาวเดินผ่านไปมาในความว่างเปล่านั้น พวกเขาดูสงบและสง่างาม ทว่าในมือของพวกเขาคือปากกาที่ดูดกลืนทุกอย่างที่มันสัมผัสให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่สวยงาม

“พวกเขากำลังมา...” บรอนเวนกระซิบ พลางรู้สึกถึงความร้อนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยสักอักขระบนแขนของเธอ มันไม่ใช่ความร้อนจากการเผาไหม้ แต่เป็นความร้อนจากการ ‘ตื่นขึ้น’ ของสิ่งที่อยู่ลึกกว่านั้น

“พวกมันไม่ได้มาเพื่อทำลาย... แต่มันมาเพื่อ ‘แก้ไข’” ชายชุดเทากล่าว พลางยื่นมือที่ดูเหมือนทำจากเถ้าถ่านมาทางเธอ “คุณต้องเลือก บรอนเวน จะยอมถูกเขียนทับให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์แบบที่ไร้ชีวิต หรือจะใช้ความบิดเบี้ยวนี้ สร้างรอยแยกที่ไม่มีใครสามารถลบเลือนได้”

บรอนเวนจ้องมองมือที่กลายเป็นหมึกของตัวเอง เธอไม่ได้ต้องการโลกที่สมบูรณ์แบบ หากความสมบูรณ์แบบนั้นหมายถึงการสูญเสียความเจ็บปวด ความสับสน และความจริงที่แสนธรรมดา เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่ แม้ในขณะที่ความรู้สึกนึกคิดเริ่มเลือนลาง เธอจะใช้ความผิดพลาดนี้แหละ เป็นอาวุธที่จะทำลายความสมบูรณ์แบบที่จอมปลอมนั้น

“ถ้าฉันต้องเป็นสิ่งแปลกปลอม... ฉันจะเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่มีใครสามารถลบออกได้” เธอประกาศก้อง ท่ามกลางเสียงกระซิบของอักขระที่เริ่มตะโกนกรรโชกอยู่ในกระแสเลือดของเธอ

แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มาจากการปะทะ แต่เป็นแรงระเบิดจากภายในตัวเธอเอง ร่างของบรอนเวนถูกฉุดกระชากลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกที่กำลังเปิดออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนของอักขระที่กำลังกรีดร้อง และภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือชายชุดเทาที่กำลังจางหายไปในความมืด พร้อมกับความจริงที่ว่า... เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้ถูกเขียนอีกต่อไป แต่เธอกำลังกลายเป็น ‘หมึก’ ที่พร้อมจะเขียนชะตากรรมของโลกใบนี้ใหม่ด้วยมือของเธอเอง

--- บรอนเวนตื่นขึ้นในรอยต่อมิติที่ร่างกายกำลังกลายเป็นหมึกและอักขระต้นแบบ เธอได้รับคำเตือนจากชายชุดเทาว่าเธอกำลังกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่โลกใหม่จะลบเลือนทิ้ง และเธอต้องตัดสินใจว่าจะยอมถูกเขียนทับหรือจะใช้ความบิดเบี้ยวของตัวตนต่อสู้กับความสมบูรณ์แบบจอมปลอม