← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 62ฟรี

ตอนที่ 62 — บันทึกบนพื้นกระดาษและรอยแยกที่มองไม่เห็น

สัมผัสแรกที่ปลุกบรอนเวนจากความมืดมิดไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความสากและแห้งผากของพื้นผิวที่อยู่ใต้ร่าง เธอพยายามขยับปลายนิ้วเพื่อสำรวจความรู้สึกนั้น ก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่หินเย็นเยียบของคุกใต้ดินที่เธอจำได้ แต่เป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกคล้ายแผ่นกระดาษหนาและแข็งกระด้าง กลิ่นอับชื้นของดินและหมึกที่เคยอบอวลหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นจางๆ ของแป้งและเยื่อไม้ที่แห้งสนิท บรอนเวนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านรอยแยกด้านบนไม่ได้มาจากคบเพลิง แต่เป็นแสงสีนวลตาที่ดูเหมือนจะถูกกักขังไว้ในอากาศเอง

เธอยันกายขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกวิงเวียนจู่โจมจนต้องหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อสติเริ่มกลับมา ภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ห้องที่เธออยู่ไม่มีผนังหิน ไม่มีเพดานโค้งของคุกใต้ดินที่คุ้นเคย แต่มันคือห้องสี่เหลี่ยมที่สร้างขึ้นจากแผ่นกระดาษสีครีมขนาดมหึมาที่วางซ้อนทับกันจนกลายเป็นผนัง ทุกอย่างรอบตัวเธอ—ตั้งแต่พื้นจนถึงเพดาน—ล้วนทำจากวัสดุที่ดูเหมือนกระดาษแข็งที่ถูกอัดจนแน่น

"นี่มัน... ไม่ใช่ความจริง" เธอพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิวราวกับจะสลายไปในอากาศ

สายตาของเธอเลื่อนลงไปที่พื้นใต้ฝ่ามือ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอต้องสะดุ้งสุดตัว บนพื้นกระดาษแข็งที่ดูเรียบเนียนนั้น มีตัวอักษรสีดำสนิทจารึกไว้ มันไม่ใช่การสลัก แต่เหมือนมีใครบางคนใช้หมึกข้นคลั่กเขียนมันลงไปอย่างรีบร้อน ลายมือนั้น... บรอนเวนจำมันได้ดีกว่าลายมือของตัวเองในกระจกเสียอีก มันคือเส้นสายที่หนักแน่นแต่แฝงไปด้วยความกังวล เส้นที่ตวัดหางอย่างเฉพาะตัวที่เธอใช้เมื่อยามที่ความคิดแล่นเร็วเกินกว่ามือจะขยับตามทัน

‘อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น อย่าเชื่อในสิ่งที่จำได้ เพราะแม้แต่รอยหมึกที่จารึกบนผิวหนังของเจ้า ก็อาจเป็นเพียงเรื่องโกหกที่ใครบางคนเขียนขึ้นเพื่อลวงตา’

บรอนเวนรู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นพล่านจากสันหลังไปถึงท้ายทอย ข้อความนั้นคือคำเตือน และมันมาจากตัวเธอเอง—หรืออย่างน้อยก็เป็นลายมือของเธอ ความทรงจำเกี่ยวกับการหลบหนีกลุ่มคนชุดขาวและการตกลงสู่มิติรอยต่อยังคงชัดเจน แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น 'หลังจากนั้น' หรือมันคือ 'สิ่งที่ควรจะเป็น' กันแน่?

เธอพยายามลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ห้องนี้เงียบสงัดจนน่ากลัว เงียบเสียจนเธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัวราวกับกลองศึก และเสียงลมหายใจที่ดูเหมือนจะไม่ได้มาจากเธอเพียงคนเดียว บรอนเวนหันไปมองรอบๆ ห้องที่ไร้ทางออกอย่างเป็นระบบ มันไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงรอยพับของกระดาษที่ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกันเป็นมุมห้องเท่านั้น

"มีใครอยู่ไหม!" เธอตะโกนออกไป ความหวังลึกๆ คือการได้เห็นชายชุดเทา หรือแม้แต่ศัตรูที่เธอรู้จักดี แต่อะไรก็ตามที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบที่หนักอึ้ง

ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินไปตามขอบห้อง เธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติอีกอย่างหนึ่ง บนผนังกระดาษด้านหนึ่ง มีรอยแยกเล็กๆ ที่ดูเหมือนรอยฉีกขาดของกระดาษ แต่มันไม่ได้เป็นเพียงรอยฉีกธรรมดา แสงสีขาวนวลที่ลอดออกมาจากรอยแยกนั้นไม่ได้ส่องสว่าง แต่มันดูเหมือนกำลัง 'เต้นระบำ' อยู่ในความมืด บรอนเวนค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ รอยแยกนั้นเริ่มขยายตัวออกอย่างช้าๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามจะตะกายออกมาจากอีกด้านหนึ่ง

ทันใดนั้น ความรู้สึกที่เธอเกลียดที่สุดก็กลับมา—ความรู้สึกของการถูกจ้องมอง เธอสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่ได้มองมาจากด้านนอกห้อง แต่มองมาจาก 'เนื้อสาร' ของกระดาษรอบตัวเธอ ราวกับว่าห้องทั้งห้องนี้คือดวงตาขนาดใหญ่ที่กำลังจับจ้องการเคลื่อนไหวของเธอทุกฝีก้าว

เธอก้มลงมองมือของตัวเอง และพบว่าความสยดสยองที่แท้จริงกำลังเริ่มต้นขึ้น ปลายนิ้วของเธอไม่ได้เป็นเนื้อหนังที่อบอุ่นอีกต่อไป แต่มันเริ่มมีสีซีดจางลง และเมื่อเธอขยับนิ้ว รอยหมึกจางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนผิวหนัง ราวกับว่าตัวตนของเธอกำลังถูกเขียนทับด้วยอักขระที่ไม่มีความหมาย

"ไม่ใช่... ฉันไม่ใช่แค่ตัวอักษร" เธอขบกรามแน่น พยายามรวบรวมสติที่แตกซ่าน ความคิดเชิงตรรกะที่เธอใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดเริ่มทำงาน เธอต้องหาทางออก ต้องหาคำตอบว่าทำไมลายมือของเธอถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมโลกถึงกลายเป็นกระดาษ

ในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปแตะรอยแยกที่ผนัง เสียงกระซิบที่แหบพร่าและเย็นเยียบก็ดังขึ้นข้างหู มันไม่ใช่เสียงพูด แต่มันคือเสียงของกระดาษที่ถูกขยี้

"บทที่หกสิบสอง... กำลังจะถูกฉีกขาด..."

บรอนเวนสะดุ้งสุดตัวและหันกลับไปมอง แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงเงาของเธอเองที่ทอดยาวไปบนพื้นกระดาษ ซึ่งดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้เองอย่างอิสระจากทิศทางของแสง เงาของเธอเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและบิดเบี้ยว มันไม่ได้ทำตามท่าทางของเธอ แต่มันกำลังชี้ไปยังรอยแยกบนผนัง ราวกับจะบอกว่านั่นคือทางรอด... หรืออาจจะเป็นกับดักที่รอคอยให้เธอเดินเข้าไปสู่นรกที่แท้จริง

เธอตัดสินใจเสี่ยงดวง รวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่พุ่งเข้าหาแสงจากรอยแยกนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับขอบกระดาษที่ฉีกขาด ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากผ่านเข็มเล่มเล็กๆ นับพันก็จู่โจมเธอ ร่างของเธอถูกดูดกลืนเข้าไปในรอยแยกที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของกระดาษที่ถูกฉีกกระชากอย่างบ้าคลั่ง บรอนเวนมองเห็นภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบไป—คือภาพของชายชุดเทาที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุหมึก และเขากำลังส่ายหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

--- บรอนเวนตื่นขึ้นในห้องคุกที่สร้างจากกระดาษแข็งและพบข้อความเตือนภัยที่เป็นลายมือของตนเอง เธอพบว่าร่างกายเริ่มกลายเป็นอักขระและถูกเงาปริศนาชักนำให้เข้าสู่รอยแยกแห่งความจริงที่อาจเป็นกับดัก