← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 6ฟรี

ตอนที่ 6 — บันทึกงบประมาณใต้รอยตราความมั่นคง

เสียงฝีเท้าของเอเลียสกระทบพื้นหินอ่อนของโถงทางเดินกลางในสำนักอาลักษณ์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาขยับปกเสื้อคลุมให้เข้าที่พลางปัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนหน้าปกสมุดบันทึกประจำวัน แสงจากผลึกแก้วบนเพดานส่องสว่างเป็นสีนวลตา แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าคุณยังเดินวนไปมาเหมือนหนูติดจั่นแบบนี้ ผมว่าเราคงไม่ได้เห็นต้นฉบับเล่มไหนภายในคืนนี้แน่” บรอนเวนพูดขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง เธอพิงหลังกับชั้นหนังสือไม้โอ๊ก มือหนึ่งถือตะเกียงขนาดเล็ก อีกมือหนึ่งกำลังตรวจเช็กความเรียบร้อยของถุงหนังข้างเอว

เอเลียสถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ “ผมไม่ได้เดินวน ผมกำลังใช้ความคิด บรอนเวน การที่อาลักษณ์ชั้นสูงอย่างผมต้องมาเดินตามหาความจริงในเขตชั้นในที่ถูกปิดตายเพราะ 'ความมั่นคงแห่งรัฐ' มันไม่ใช่เรื่องสนุก” เขากดปลายนิ้วลงบนแผ่นโลหะประทับตราที่ประตูบานใหญ่ตรงหน้า “โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลเรื่องการก่อสร้างหอสมุดเรือนกระจกแก้วถูกผนึกไว้ใต้รหัสลับของราชสำนัก”

“แล้วคุณจะทำยังไง? จะเคาะประตูเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มาจับเราทั้งคู่ฐานบุกรุกงั้นเหรอ?” บรอนเวนเลิกคิ้ว ประชดประชันด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ผมมีตราประจำตำแหน่ง และผมมีเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลกว่าการที่คุณพยายามจะมุดเข้าทางช่องระบายอากาศ” เอเลียสตอบพลางขยับแว่นสายตา เขาเดินตรงไปที่แท่นวางบันทึกกลางห้องปฏิบัติการอาลักษณ์ เขาเริ่มใช้ผลึกแก้วขนาดเล็กค่อยๆ ร่ายมนตร์แสงเพื่อถอดรหัสชั้นนอกของแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะไม้แกะสลัก

“เร็วเข้าหน่อยเถอะเอเลียส ถ้าเซเลสเทนมาเห็นเราอยู่ที่นี่ตอนตีสอง เธอคงไม่หยุดถามเรื่องการหักเหของแสงในผลึกแก้วจนเราไม่ได้นอนแน่” บรอนเวนกระซิบพลางกวาดสายตามองไปรอบโถงที่เงียบสงัด

เอเลียสไม่ตอบ เขาเพ่งสมาธิไปที่การเคลื่อนที่ของแสง แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกแก้วค่อยๆ ลากผ่านรอยจารึกบนปกแฟ้ม เมื่อรหัสถูกถอดออก เสียงกลไกฟันเฟืองเล็กๆ ภายในล็อกเวทมนตร์ก็ดัง คลิก เบาๆ แฟ้มถูกเปิดออกเผยให้เห็นกระดาษหนังเนื้อดีที่บรรจุตัวอักษรอาลักษณ์ไว้อย่างหนาแน่น เอเลียสไล่สายตาไปตามบรรทัดอย่างรวดเร็ว

“งบประมาณการจัดซื้อกระจกแก้วบริสุทธิ์... ค่าแรงช่างแกะสลักผลึก... ค่าขนส่งวัสดุจากเขตชายแดน...” เขาพึมพำ “ทุกอย่างดูปกติ แต่มันผิดปกติที่ยอดรวมในหมวดการก่อสร้างฐานรากมันสูงกว่าความเป็นจริงถึงสามเท่า”

“สามเท่า?” บรอนเวนขยับเข้ามาใกล้ แสงจากตะเกียงของเธอส่องกระทบตัวเลขในบันทึก “นั่นมันเงินมหาศาลพอจะซื้อเรือสำเภาได้ทั้งกองเรือเลยนะ”

“นั่นแหละคือประเด็น” เอเลียสขมวดคิ้ว เขาพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ จนถึงส่วนท้ายของรายงานการเบิกจ่าย ซึ่งเป็นส่วนที่ระบุถึง 'ผู้สนับสนุนทุนส่วนเกิน' เพื่อความรวดเร็วในการก่อสร้าง “ดูนี่สิ บรอนเวน ตรงนี้ระบุว่ามีผู้ว่าจ้างภายนอกเข้ามาสมทบทุนโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาอาลักษณ์”

บรอนเวนชะโงกหน้ามาอ่าน “ชื่อผู้ว่าจ้าง... 'สมาคมเงาสีเงิน' (Silver Shadow Syndicate)? ไม่สิ มันมีรอยขูดขีดทับไว้...”

เอเลียสใช้ปลายมีดสั้นขนาดเล็กที่ใช้ตัดกระดาษ ค่อยๆ สะกิดรอยหมึกที่จงใจเขียนทับออกอย่างระมัดระวัง แสงจากผลึกแก้วในมือของเขาถูกปรับให้เข้มข้นขึ้นเพื่อส่องให้เห็นร่องรอยเดิมที่อยู่ใต้ชั้นหมึกใหม่

“มันไม่ใช่สมาคม...” เอเลียสพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “มันคือชื่อบุคคล... 'ลอร์ด คาเซียน แห่งตระกูลวอล์คเกอร์'”

ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งสองทันที บรอนเวนจ้องมองชื่อนั้นราวกับมันเป็นคำสาป “วอล์คเกอร์? ตระกูลที่หายไปจากบันทึกประวัติศาสตร์หลังเหตุการณ์ RY10 น่ะเหรอ? พวกเขาถูกตราหน้าว่าเป็นพวกกบฏที่พยายามทำลายระบบอาลักษณ์แสงไม่ใช่หรือไง?”

“นั่นคือสิ่งที่ราชสำนักอยากให้เราเชื่อ” เอเลียสปิดแฟ้มลงเสียงดังปึก เขาหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวขึ้นมาจดชื่อนั้นลงไปทันที “ถ้าลอร์ดคาเซียนเป็นคนให้ทุนสร้างเรือนกระจกแก้ว แสดงว่าเขากำลังสร้างอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในหอสมุดนั่น หรือไม่เขาก็มีอำนาจในการควบคุมข้อมูลของราชสำนักได้มากกว่าที่เราคิด”

“คุณกำลังจะบอกว่า หอสมุดที่เรากำลังจะเข้าไปหาความลับนั่น... ถูกสร้างขึ้นด้วยเงินของคนที่โลกบอกว่าตายไปแล้วงั้นเหรอ?” บรอนเวนถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจริงจังขึ้น

“มันมากกว่านั้น บรอนเวน” เอเลียสเก็บแฟ้มลงในกระเป๋าหนังอย่างมิดชิด สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเคร่งครัดเป็นความมุ่งมั่นที่แฝงไปด้วยความอันตราย “ถ้าความจริงเรื่องนี้หลุดออกไป สำนักอาลักษณ์จะสั่นคลอน และราชสำนักจะสูญเสียความชอบธรรมทั้งหมดในการปกครอง”

เขามองไปที่ทางเดินมืดสลัวที่นำไปสู่ห้องเก็บความลับใต้ดินที่มาคุสเคยบอกใบ้ไว้ “เราต้องหาให้ได้ว่าลอร์ดคาเซียนหายไปไหน และทำไมเขาถึงกลับมาทิ้งรอยเท้าไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดในเอลเดอร์เมียร์”

เอเลียสเริ่มกางแผนที่เมืองเอลเดอร์เมียร์ฉบับร่างออกมา บนโต๊ะนั้นมีรายชื่อตระกูลเก่าแก่ที่เขาเริ่มขีดเส้นโยงความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว มือของเขาสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นในการเผชิญหน้ากับปริศนาที่ใหญ่กว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้

“ไปกันเถอะ” เอเลียสสั่ง “ก่อนที่แสงอาทิตย์จะทำให้ความลับนี้กลายเป็นเรื่องจริงที่คนอื่นรู้ก่อนเรา”

เขาลุกขึ้นยืนและเดินนำออกจากห้องปฏิบัติการ มุ่งหน้าสู่บันไดวนที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิดของชั้นใต้ดิน โดยที่ในหัวของเขายังคงวนเวียนอยู่กับชื่อเดียวที่เพิ่งค้นพบ

--- เอเลียสพยายามเจาะข้อมูลการก่อสร้างหอสมุดเรือนกระจกแก้วที่ถูกปิดเป็นความลับ จนพบหลักฐานว่ามีการใช้เงินทุนปริศนาจากบุคคลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ซึ่งนำไปสู่การเริ่มสืบหาตัวตนที่แท้จริงของผู้ว่าจ้างรายนี้