← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 50ฟรี

ตอนที่ 50 — ผู้เขียนที่แท้จริงและหมึกแห่งโชคชะตา

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายในชุดขาวยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของบรอนเวน ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังจะหยุดนิ่ง คำประกาศเรื่อง 'การมาถึงของผู้เขียนที่แท้จริง' ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในอากาศที่เย็นเยียบและว่างเปล่า บรอนเวนยืนหอบหายใจจนทรวงอกกระเพื่อมไหว กลิ่นของหมึกสดที่เพิ่งถูกสะบัดลงบนกระดาษลอยคลุ้งอยู่ในจมูก มันเป็นกลิ่นที่หวานเอียนจนน่าสะอิดสะเอียน คล้ายกลิ่นดอกไม้ที่เน่าเปื่อยอยู่ในแจกันแก้ว

เบื้องหน้าของเธอ บุคคลในชุดขาวผู้นั้นยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง ท่ามกลางความโกลาหลที่เพิ่งผ่านพ้นจากการปะทะระหว่างชายชุดเทาและชายผู้ถือปากกา ร่างนั้นดูสูงโปร่งและไร้ซึ่งเงาตกกระทบลงบนพื้นห้องสมุดที่ว่างเปล่า ดวงตาของเขา—หรือเธอ—ไม่สามารถระบุเพศได้ชัดเจนภายใต้ผ้าคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูเหมือนจะทำจากแสงมากกว่าเส้นใยผ้า แต่มันกลับแผ่ซ่านความกดดันที่ทำให้บรอนเวนรู้สึกว่าตัวตนของเธอกำลังจะถูกบดขยี้ด้วยเพียงแค่การจ้องมอง

"เจ้ากำลังสับสน บรอนเวน" เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากลำคอ แต่มันดังขึ้นในหัวของเธอโดยตรง เป็นเสียงที่เรียบเฉย ทว่าทรงพลังราวกับเสียงพลิกหน้ากระดาษนับพันเล่มพร้อมกัน "เจ้าคิดว่าการจารึกคือการต่อสู้ แต่แท้จริงแล้วมันคือการยอมจำนนต่อกระแสธารแห่งเรื่องเล่า"

บรอนเวนพยายามจะเอ่ยปากโต้แย้ง แต่ลำคอของเธอกลับแห้งผาก ความรู้สึกที่ว่าร่างกายของเธอกำลังกลายเป็นหมึกยังคงหลงเหลืออยู่ เธอขยับมือขึ้นมาดู พบว่าปลายนิ้วของเธอยังคงมีรอยด่างพร้อยของอักขระสีดำที่ซึมลึกเข้าไปในชั้นผิวหนัง มันไม่ใช่แค่คราบ แต่มันคือเนื้อแท้ของเธอที่กำลังถูกเปลี่ยนสภาพ

ชายชุดเทาขยับเข้ามาขวางระหว่างเธอกับบุคคลชุดขาว มือของเขากำแน่นอยู่ที่ด้ามอาวุธที่ดูเหมือนจะสร้างขึ้นจากแสงที่ถูกบีบอัด "เธอไม่ใช่ของเล่นของโชคชะตา และไม่ใช่ปากกาของใครทั้งนั้น" เขาคำราม เสียงของเขาแหบพร่าจากการต่อสู้ที่เพิ่งจบลง

"โชคชะตาไม่มีเจ้าของ มีเพียงผู้ที่เขียนและผู้ที่ถูกเขียน" บุคคลชุดขาวตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวที่สัมผัสพื้นห้องสมุดที่ว่างเปล่า จะมีอักขระสีทองผุดขึ้นมาเป็นรอยเท้า ก่อนจะจางหายไปในความมืด "บรอนเวน... เจ้าค้นพบแล้วว่าความทรงจำของเจ้าคืออาวุธ แต่เจ้ายังไม่รู้ว่าอาวุธนั้นมีไว้เพื่ออะไร"

บรอนเวนขมวดคิ้ว พยายามใช้ตรรกะที่เธอฝึกฝนมาจากการเป็นบรรณารักษ์เพื่อประมวลผลสถานการณ์ "ถ้าคุณคือผู้เขียน... แล้วทำไมเมืองเอลเดอร์เมียร์ถึงต้องล่มสลาย? ทำไมต้องมีหมึกดำที่กัดกินผู้คน? ทำไมต้องมีคำพยากรณ์ที่บิดเบี้ยวเหล่านี้?"

บุคคลชุดขาวหยุดนิ่ง รอยยิ้มจางๆ ที่ดูคล้ายความเวทนาปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซ่อนเร้น "เพราะความสมบูรณ์แบบต้องการการลบเลือน เรื่องราวที่งดงามที่สุดคือเรื่องราวที่มีรอยขีดฆ่า และเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดคือเมืองที่สร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของความจริงที่ผิดพลาด"

ทันใดนั้น พื้นที่ว่างเปล่ารอบตัวพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน ไม่ใช่การสั่นสะเทือนทางกายภาพ แต่เป็นการสั่นสะเทือนของ 'ความหมาย' บรอนเวนรู้สึกเหมือนตัวอักษรที่ลอยอยู่ในอากาศกำลังพยายามจะร้อยเรียงกันเป็นรูปร่าง หมึกที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอเริ่มตอบสนองต่อพลังงานนี้ มันหมุนวนอยู่ใต้ผิวหนัง ราวกับมีชีวิตเป็นของตนเอง

"หนีไป!" ชายชุดเทาตะโกน พร้อมกับกระชากแขนบรอนเวนให้ถอยห่าง

แต่ไม่ทันเสียแล้ว ร่างของบุคคลชุดขาวเริ่มขยายใหญ่ขึ้น แสงสีขาวที่สว่างจ้าจนแสบตาแผ่กระจายออกมาจากตัวเขา กลายเป็นวงล้อมของอักขระที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว บรอนเวนเห็นภาพนิมิตสลับไปมา—ภาพเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังลุกไหม้ด้วยไฟสีดำ ภาพหอสมุดแก้วที่พังทลายลงมาทับถมผู้คน และภาพของตัวเธอเองที่กำลังนั่งเขียนหนังสือเล่มหนึ่งด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก

"เจ้าคือกุญแจที่จะปิดบทนี้ หรือจะเป็นผู้ที่เริ่มบทใหม่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด" เสียงของบุคคลชุดขาวดังก้องกังวานไปทั่วจักรวาลแห่งกระดาษ

บรอนเวนกัดฟันแน่น ความกลัวที่เคยเกาะกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอไม่ได้ต้องการเป็นกุญแจของใคร และไม่ได้ต้องการเป็นเครื่องมือในการสร้างโลกที่บิดเบี้ยว เธอต้องการความจริง ความจริงที่ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อรับใช้เจตจำนงของใครคนใดคนหนึ่ง

เธอรวบรวมความทรงจำทั้งหมด—ความอบอุ่นของแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิที่เธอเคยสัมผัส ความเงียบสงบในหอสมุดก่อนความโกลาหลจะบังเกิด ความเจ็บปวดจากการถูกไล่ออก และความโดดเดี่ยวที่เธอต้องเผชิญ—เธอไม่ได้ใช้มันเพื่อ 'เขียนทับ' อีกต่อไป แต่เธอใช้มันเพื่อ 'ยืนยัน' ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง

"ฉันไม่ใช่ตัวอักษรของใคร!" บรอนเวนตะโกนสุดเสียง เธอสะบัดมือที่เต็มไปด้วยหมึกออกไปในอากาศ พลังจากความทรงจำที่เข้มข้นพุ่งออกไปเป็นเส้นสายสีเลือดและสีดำ ปะทะกับแสงสีขาวของบุคคลชุดขาวอย่างรุนแรง

เกิดระเบิดแห่งความหมายที่ไร้เสียง แสงและหมึกผสมปนเปกันจนกลายเป็นพายุหมุนที่บิดเบี้ยว บรอนเวนรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปประกอบใหม่ด้วยเส้นด้ายที่ทำจากอักขระ เธอเห็นชายชุดเทาถูกเหวี่ยงหายไปในความมืด เห็นบุคคลชุดขาวที่ดูเหมือนจะสลายกลายเป็นละอองแสง

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง บรอนเวนพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในมิติว่างเปล่า หรือในห้องสมุดลึกลับอีกต่อไป

เธอนอนอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นจางๆ ของน้ำฝนลอยมาแตะจมูก เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดัง ติ๋ง... ติ๋ง... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรอนเวนพยายามยันตัวขึ้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องชะงักคือสภาพรอบตัว

เธออยู่ในคุกใต้ดิน... แต่ไม่ใช่คุกใต้ดินที่เธอเคยรู้จัก มันเป็นคุกที่ดูเก่าแก่และทรุดโทรมกว่ามาก กำแพงหินมีตะไคร่น้ำเกาะหนาแน่น และที่น่าแปลกที่สุดคือ บนพื้นหินที่เธอหมอบอยู่นั้น มีตัวอักษรสีทองสลักไว้ลึกเข้าไปในเนื้อหิน

'ถึง บรอนเวน ผู้ที่กำลังตื่นจากการหลับใหลในหน้ากระดาษ...'

เธอนิ่งค้าง ลมหายใจขาดช่วง ตัวอักษรนั้นไม่ใช่หมึก และไม่ใช่แสงวิเศษ แต่มันคือสิ่งที่ดูเหมือนจะถูกจารึกมานานนับศตวรรษ

'จงระวังชายที่ถือปากกา เพราะเขาคือเงาของเจ้า และจงระวังแสงสว่าง เพราะมันคือความจริงที่กำลังจะฆ่าเจ้า'

บรอนเวนรีบมองไปที่มือของตนเอง รอยหมึกดำยังคงอยู่ แต่มันเริ่มจางลงและกลายเป็นรอยแผลเป็นรูปอักขระเล็กๆ บนผิวหนัง เธอหันไปมองรอบๆ ห้องขังที่มืดสลัว พยายามมองหาชายชุดเทาหรือสัญญาณใดๆ ที่จะบอกว่าเธออยู่ที่ไหน

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอก็ดังมาจากทางเดินด้านนอกห้องขัง มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารรักษาการณ์ และไม่ใช่เสียงของปีศาจหมึก แต่มันเป็นเสียงของใครบางคนที่กำลังเดินมาอย่างมีความหมาย

บรอนเวนพยายามขยับตัวไปที่ซี่กรงเหล็กที่ขึ้นสนิม เธอชะโงกหน้าออกไปมองผ่านความมืด และสิ่งที่เธอเห็นทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น

ที่ปลายทางเดิน แสงตะเกียงสลัวๆ เผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่ง เขาสวมชุดเครื่องแบบของสำนักอาลักษณ์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... แต่สิ่งที่ทำให้เธอสั่นสะท้านคือใบหน้าของเขา ชายคนนั้นมีใบหน้าที่เหมือนกับเธออย่างกับพิมพ์เดียว เพียงแต่เป็นเวอร์ชันที่เป็นชาย และเขากำลังถือปากกาขนนกที่จุ่มอยู่ในหมึกสีแดงสด

เขายืนอยู่ตรงนั้น จ้องมองมาที่เธอผ่านความมืดด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขากำลังรอคอยให้เธอเริ่มเขียนบทต่อไปของชีวิต

--- บรอนเวนเผชิญหน้ากับบุคคลชุดขาวผู้ประกาศถึงการมาถึงของผู้เขียนที่แท้จริง ก่อนจะเกิดการปะทะกันของพลังแห่งความทรงจำและแสงสว่าง ส่งผลให้เธอตื่นขึ้นในคุกใต้ดินปริศนาพร้อมข้อความเตือนภัยที่สลักบนพื้น และพบกับชายที่มีใบหน้าเหมือนเธอซึ่งกำลังถือปากกาหมึกแดง